ด่วนที่สุด! คณะกรรมการวินิจฉัยฯ ซ้อมความเข้าใจการบอกเลิกสัญญาเมื่อค่าปรับเกิน 10%

ด่วนที่สุด! คณะกรรมการวินิจฉัยฯ ซ้อมความเข้าใจการบอกเลิกสัญญาเมื่อค่าปรับเกิน 10%
คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ได้ออกหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว83 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 เพื่อซ้อมความเข้าใจแนวทางการปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 183 กรณีการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานของรัฐทั่วประเทศถือปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน
หนังสือฉบับนี้ระบุว่า จากการที่หน่วยงานของรัฐหลายแห่งประสบปัญหาในการปฏิบัติเกี่ยวกับการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง ตามระเบียบฯ ข้อ 183 ซึ่งกำหนดว่า หากคู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาและค่าปรับจะเกินร้อยละสิบของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาดำเนินการบอกเลิกสัญญา เว้นแต่คู่สัญญาจะยินยอมเสียค่าปรับโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ หัวหน้าหน่วยงานของรัฐจึงจะพิจารณาผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาได้
คณะกรรมการฯ จึงได้พิจารณาและเห็นควรซ้อมความเข้าใจแนวทางการปฏิบัติ ดังนี้
1. กรณีค่าปรับเกิน 10% ต้องแจ้งคู่สัญญา
เมื่อครบกำหนดส่งมอบสิ่งของหรืองานจ้างที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือข้อตกลง และได้ล่วงเลยกำหนดระยะเวลาจนมีค่าปรับเกิดขึ้นแล้ว หากจำนวนค่าปรับจะเกินกว่าร้อยละสิบของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้างตามสัญญาหรือข้อตกลง ให้หน่วยงานของรัฐมีหนังสือแจ้งบอกกล่าวกับคู่สัญญาว่า จำนวนค่าปรับที่เกิดขึ้นจะเกินกว่าร้อยละสิบแล้ว และจะดำเนินการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงต่อไป เว้นแต่คู่สัญญาจะได้มีหนังสือแจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยจะยินยอมเสียค่าปรับแก่หน่วยงานของรัฐโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น
2. การพิจารณาผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาเมื่อคู่สัญญาตกลงจ่ายค่าปรับ
กรณีที่คู่สัญญาได้มีหนังสือแจ้งความยินยอมเสียค่าปรับให้แก่หน่วยงานของรัฐโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น ภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณาผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงได้เท่าที่จำเป็น โดยหน่วยงานของรัฐต้องประเมินความคืบหน้าการดำเนินการตามสัญญาของคู่สัญญาว่าการผ่อนปรนดังกล่าวจะทำให้คู่สัญญาดำเนินการแล้วเสร็จหรือไม่ หรือจะต้องใช้ดุลพินิจว่าจะบอกเลิกสัญญาหรือไม่ ซึ่งมีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้
- 2.1 กรณีตัดสินใจผ่อนปรน: หากเห็นว่าควรผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง ให้หน่วยงานของรัฐแจ้งคู่สัญญาให้รับทราบและดำเนินการตามสัญญาหรือข้อตกลงโดยเร็ว โดยคู่สัญญาจะต้องกำหนดแผนและระยะเวลาการดำเนินการแล้วเสร็จให้ชัดเจน
- 2.2 กรณีตัดสินใจบอกเลิก: หากจะใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง ให้หน่วยงานของรัฐแจ้งการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงไปยังคู่สัญญาโดยเร็ว ทั้งนี้ การแจ้งบอกเลิกจะต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมกับแจ้งการปรับ และริบหลักประกันสัญญาหรือข้อตกลง (ถ้ามี)
3. กรณีคู่สัญญาไม่ตอบรับ หรือตกลงจ่ายค่าปรับ
กรณีที่คู่สัญญาได้มีหนังสือแจ้งความยินยอมเสียค่าปรับให้แก่หน่วยงานของรัฐ หรือกรณีคู่สัญญาไม่มีหนังสือแจ้งความยินยอมดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ให้หน่วยงานของรัฐแจ้งการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงไปยังคู่สัญญาโดยเร็ว ทั้งนี้ การแจ้งบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงจะต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมกับแจ้งการปรับ และริบหลักประกันสัญญาหรือข้อตกลง (ถ้ามี)







