📌 งานจ้างก่อสร้างถนน หน่วยงานไม่จ่ายค่าจ้างหรือค่า K ตามสัญญา ผู้รับจ้างฟ้องศาลปกครองได้

📌 งานจ้างก่อสร้างถนน หน่วยงานไม่จ่ายค่าจ้างหรือค่า K ตามสัญญา
ผู้รับจ้างมีสิทธิฟ้องเรียกเงินต่อศาลปกครอง
พร้อมเรียกดอกเบี้ยตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด
💬 มีผู้รับจ้างก่อสร้างถนนของ อบต. สอบถามผมว่า
“ยื่นขอรับค่า K แล้ว แต่หน่วยงานยังไม่จ่าย แจ้งว่าสภาไม่อนุมัติใช้เงิน ตอนนี้กำลังรอหนังสือตอบว่าจะให้เหตุผลอะไร ผมต้องทำอย่างไรต่อไป”
ผมตอบว่า หากมีสิทธิได้รับเงินตามสัญญา และหน่วยงานถึงกำหนดต้องชำระแล้วแต่ไม่ชำระ ผู้รับจ้างสามารถฟ้องศาลปกครองเรียกเงิน พร้อมดอกเบี้ยตามสิทธิได้ครับ
ประเด็นสำคัญอยู่ที่ หน่วยงานมีหน้าที่ต้องชำระเงินตามสัญญาหรือไม่ ส่วนจะจัดหาเงินจากแหล่งใด เป็นเรื่องที่หน่วยงานต้องดำเนินการให้ถูกต้อง
⚖️ 1️⃣ สัญญาผูกพันทั้งผู้รับจ้างและหน่วยงานของรัฐ
สัญญาจ้างก่อสร้างถนนสาธารณะระหว่าง อบต. กับผู้รับจ้าง เป็นสัญญาทางปกครอง เพราะคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง และเป็นสัญญาจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภค
ผู้รับจ้างมีหน้าที่ทำงานให้ถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา ขณะเดียวกัน หน่วยงานก็มีหน้าที่ชำระเงินเมื่อผู้รับจ้างมีสิทธิได้รับและถึงกำหนดชำระ
หากหน่วยงานไม่ชำระค่าจ้างหรือค่า K ที่ต้องจ่าย ย่อมเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับการปฏิบัติตามสัญญา ผู้รับจ้างสามารถนำคดีขึ้นสู่ศาลปกครองได้
การปฏิเสธชำระเงินในฐานะคู่สัญญา ไม่ใช่การออกคำสั่งทางปกครองที่ต้องอุทธรณ์คำสั่งก่อนฟ้องเรียกเงิน
💰 2️⃣ ไม่มีงบประมาณ ไม่ได้ทำให้หนี้ตามสัญญาหมดไป
เมื่อมีหนี้ที่ต้องชำระตามสัญญาแล้ว ปัญหาการจัดหาเงินหรือการอนุมัติใช้เงิน ไม่ได้ทำให้หน่วยงานพ้นจากหน้าที่ชำระหนี้
หน่วยงานต้องดำเนินการจัดหาเงินและเบิกจ่ายตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง จะอ้างเพียงว่า “ยังไม่มีเงิน” หรือ “ยังไม่ได้รับอนุมัติใช้เงิน” แล้วถือว่าไม่ต้องชำระหนี้ตามสัญญาไม่ได้
📋 3️⃣ กรณีค่า K ต้องตรวจสอบสิทธิและยื่นเรียกร้องให้ทัน
ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบว่า สัญญาและเอกสารที่เป็นส่วนหนึ่งของสัญญากำหนดให้ปรับราคาได้ คำนวณแล้วมีเงินเพิ่มที่มีสิทธิได้รับ และได้เรียกร้องภายในระยะเวลาที่กำหนด
ตามหลักเกณฑ์ทั่วไป ต้องเรียกร้องเงินเพิ่มภายใน 90 วันนับตั้งแต่วันที่ส่งมอบงานงวดสุดท้าย โดยเริ่มนับวันถัดจากวันส่งมอบงาน และตรวจสอบหลักฐานวันที่หน่วยงานรับหนังสือเรียกร้อง
หากพ้นกำหนด ย่อมไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินเพิ่มตามเงื่อนไขดังกล่าว จึงต้องยื่นเรียกร้องให้ทัน ไม่ควรรอให้หน่วยงานจัดหาเงินได้ก่อน
📚 ศึกษาเอกสารรวมคำถาม–คำตอบค่า K ปี 2550–2560 โดยสำนักงบประมาณ บนเว็บไซต์โยธาไทย:
https://www.yotathai.com/passadu/k-2550-2560
📝 4️⃣ ทวงถามเป็นหนังสือ และเก็บหลักฐานให้ครบ
ควรทำหนังสือเรียกร้องให้หน่วยงานชำระเงิน ระบุเหตุแห่งสิทธิ จำนวนเงิน และขอให้แจ้งผลพิจารณาพร้อมเหตุผลเป็นหนังสือ
เอกสารสำคัญที่ควรรวบรวม ได้แก่
• สัญญาจ้างและเอกสารแนบท้าย
• หนังสือส่งมอบงานและเอกสารตรวจรับ
• หนังสือเรียกร้องเงิน พร้อมหลักฐานวันที่หน่วยงานรับ
• รายการคำนวณค่า K และดัชนีราคาที่ใช้
• หนังสือทวงถามและหนังสือโต้ตอบที่เกี่ยวข้อง
การขอคำตอบเป็นหนังสือช่วยให้ทราบว่าหน่วยงานโต้แย้งเรื่องสิทธิ จำนวนเงิน หรือมีปัญหาเฉพาะการจัดหาเงิน
แต่ไม่จำเป็นต้องรอหนังสือปฏิเสธเสมอไปจึงจะฟ้องได้ หากเกิดเหตุแห่งการฟ้องคดีแล้ว ต้องรักษาสิทธิภายในกำหนด ไม่ปล่อยให้การรอคำตอบทำให้เสียสิทธิ


🏛️ 5️⃣ ฟ้องหน่วยงานคู่สัญญาให้ชำระเงิน
สำหรับกรณีนี้ ผู้รับจ้างสามารถฟ้อง อบต. ซึ่งเป็นคู่สัญญา ต่อศาลปกครองที่มีเขตอำนาจ ขอให้ชำระค่า K ที่มีสิทธิได้รับ พร้อมขอดอกเบี้ยผิดนัดตามกฎหมาย
ทั้งนี้ สิทธิได้รับดอกเบี้ยและวันเริ่มคิดต้องพิจารณาจากเงื่อนไขสัญญา การทวงถาม และข้อเท็จจริงเรื่องการผิดนัด ไม่ใช่เกิดสิทธิได้รับดอกเบี้ยเพียงเพราะการจ่ายเงินข้ามปีงบประมาณ
คดีนี้อยู่ในอำนาจศาลปกครองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) และศาลมีอำนาจกำหนดคำบังคับให้ใช้เงินตามมาตรา 72 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542
⏳ ระวังระยะเวลาฟ้องคดี
มาตรา 51 กำหนดให้ฟ้องคดีเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองภายใน 5 ปีนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี แต่ไม่เกิน 10 ปีนับแต่วันที่มีเหตุแห่งการฟ้องคดี โดยต้องตรวจสอบวันเริ่มนับตามข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

กำหนด 90 วันสำหรับเรียกร้องค่า K กับระยะเวลาฟ้องคดี เป็นคนละเรื่องกัน ต้องรักษาสิทธิให้ครบทั้งสองส่วน
🤝 สัญญาต้องเป็นสัญญา และต้องเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย
ผู้รับจ้างมีสิทธิได้รับเงินเพิ่ม หน่วยงานก็ต้องจ่าย
ราชการมีสิทธิเรียกเงินคืน ผู้รับจ้างก็ต้องคืน
การเป็นหน่วยงานของรัฐ ไม่ได้ทำให้พ้นจากหน้าที่ชำระหนี้ตามสัญญาครับ
ความคิดเห็น
กำลังโหลดความคิดเห็น...






