ชี้ชัด! รัฐสั่งเจาะทดสอบถนน คสล. ได้ ไม่ผิด ม.157 แนะแนวทางชี้แจงข้อร้องเรียน

กรณีข้อพิพาทและข้อร้องเรียนจากการตรวจรับงานก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก (คสล.) ที่ผู้รับจ้างมักตั้งข้อสงสัยว่า ในระหว่างเทคอนกรีตมีช่างผู้ควบคุมงานของรัฐลงพื้นที่ควบคุมงานทุกวันโดยไม่มีการทักท้วง แต่เหตุใดเมื่องานแล้วเสร็จ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจึงสั่งให้เจาะแกนคอนกรีตทดสอบ (Concrete Coring Test) จนนำไปสู่การร้องเรียนต่อนายอำเภอว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่นอกระเบียบ กลั่นแกล้ง หรือเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
โยธาไทย ได้จัดทำรายงานการวิเคราะห์เชิงลึกว่าด้วยข้อกฎหมาย ระเบียบปฏิบัติ นิติสัมพันธ์แห่งสัญญา และหลักวิศวกรรมโยธา เพื่อเป็นแนวทางสำหรับเจ้าหน้าที่และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการจัดทำหนังสือชี้แจงอย่างถูกต้องตามหลักนิติธรรม ดังนี้
1. การแบ่งแยกอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ. 2560
ตาม พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบกระทรวงการคลังฯ พ.ศ. 2560 ได้วางโครงสร้างการตรวจสอบแบบคู่ขนาน (Dual-layered Inspection) เพื่อพิทักษ์ประโยชน์ของรัฐ:
- ผู้ควบคุมงาน (มาตรา 101 / ระเบียบฯ ข้อ 178): ทำหน้าที่กำกับดูแลกระบวนการก่อสร้างหน้างานรายวัน (Process Control) ให้เป็นไปตามหลักวิชาการช่าง
- คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ (มาตรา 100 / ระเบียบฯ ข้อ 176): มีอำนาจเบ็ดเสร็จสูงสุดในการบริหารสัญญาและตรวจรับผลสัมฤทธิ์ขั้นสุดท้าย (Final Product Verification) การปฏิบัติหน้าที่รายวันของผู้ควบคุมงานจึงไม่ตัดสิทธิหรือผูกมัดอำนาจชี้ขาดของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
2. เอกสิทธิ์แห่งสัญญาจ้างก่อสร้าง (ข้อ 13 และ ข้อ 15)
ตามแบบสัญญาจ้างก่อสร้างมาตรฐานของกรมบัญชีกลาง ระบุไว้อย่างชัดเจน:
- สัญญา ข้อ 13 วรรคท้าย: "การที่มีคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ผู้ควบคุมงาน หรือบริษัทที่ปรึกษานั้น หาทำให้ผู้รับจ้างพ้นความรับผิดชอบ ตามสัญญานี้ข้อใดข้อหนึ่งไม่" ดังนั้น ความนิ่งเฉยในอดีตไม่อาจนำมาอ้างเพื่อตัดสิทธิ์การตรวจสอบของรัฐได้
- สัญญา ข้อ 15: ให้อำนาจในการควบคุมงานและสั่งให้แก้ไขเปลี่ยนแปลง รวมถึงการแสวงหาข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ว่างานถูกต้องตามแบบรูปรายการหรือไม่
3. ความจำเป็นทางวิศวกรรมโยธา (Coring Test)
ถนน คสล. เป็นโครงสร้างรับแรงเค้นสูง (Rigid Pavement) ซึ่งคุณภาพขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลักที่ไม่อาจตรวจสอบได้ด้วยตาเปล่าขณะเทคอนกรีต:
- ความหนาของแผ่นคอนกรีต (Concrete Thickness): แม้ระดับไม้แบบจะถูกต้อง แต่หากชั้นรองพื้นทาง (Subbase) ยุบตัวหรือไม่เรียบเนียน ความหนาจริงอาจขาดหายไป ซึ่งส่งผลต่อการรับแรงดัด (Bending Moment)
- กำลังอัดของคอนกรีต (Compressive Strength / KSC): การจี้เขย่า การสูญเสียน้ำ หรือการบ่มคอนกรีต (Curing) หน้างาน ล้วนส่งผลให้กำลังอัดเมื่ออายุ 28 วันต่ำกว่าเกณฑ์ได้ การเจาะทดสอบตามมาตรฐานกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทจึงเป็นวิธีวิทยาศาสตร์สากลที่ใช้พิสูจน์ความสมบูรณ์ของงาน
4. วิเคราะห์องค์ประกอบความผิดตาม ป.อ. มาตรา 157
การสั่งเจาะทดสอบไม่เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เนื่องจาก:
- เป็นการใช้อำนาจและปฏิบัติหน้าที่โดยชอบตามระเบียบและสัญญาเพื่อรักษาผลประโยชน์ของทางราชการ
- ปราศจากเจตนาพิเศษในการกลั่นแกล้ง หากผลทดสอบผ่านเกณฑ์ ผู้รับจ้างย่อมได้รับเงินค่าจ้างครบถ้วน
- ข้อพึงระวัง: ในทางตรงกันข้าม หากคณะกรรมการฯ มีเหตุสงสัยในคุณภาพแต่ละเลยไม่สั่งทดสอบ และรีบร้อนตรวจรับเบิกจ่ายเงินแผ่นดิน พฤติการณ์ดังกล่าวจึงจะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบอย่างแท้จริง
5. ยุทธศาสตร์ 4 ประเด็นในการทำหนังสือชี้แจงต่อนายอำเภอ
เมื่อได้รับหนังสือจากนายอำเภอตามอำนาจกำกับดูแลตามมาตรา 90 แห่ง พ.ร.บ. สภาตำบลและ อบต. พ.ศ. 2537 หน่วยงานสามารถใช้โครงสร้าง 4 ประเด็นนี้ในการตอบข้อร้องเรียน:
- ชี้แจงบทบาทหน้าที่ตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ มาตรา 100, 101 และระเบียบฯ ข้อ 176, 178
- ใช้ยันเอกสิทธิ์ตามสัญญาจ้างก่อสร้าง ข้อ 13 และ ข้อ 15
- อธิบายเหตุผลและความจำเป็นทางวิศวกรรมโยธาในการเจาะทดสอบ (Coring Test)
- ปฏิเสธข้อกล่าวหาตาม ป.อ. มาตรา 157 และยืนยันความสุจริตในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
ดูและดาวน์โหลดเอกสาร






