คลังความรู้โยธาไทย 10/2/2025
การระบุยี่ห้อวัสดุในงานจ้างก่อสร้าง ทำได้ ! แต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไข ว214
การระบุยี่ห้อวัสดุในงานจ้างก่อสร้าง ทำได้ ! แต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไข ว214 ใครมีอำนาจอนุมัติการขอเทียบเท่า? คลิกอ่านให้เคลียร์
การระบุยี่ห้อวัสดุในงานจ้างก่อสร้าง: เข้าใจให้ถูกต้องตาม ว214 (ลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2563)
ในการจัดซื้อจัดจ้างงานก่อสร้างของภาครัฐ การระบุยี่ห้อวัสดุในแบบรูปรายการงานก่อสร้าง เป็นประเด็นที่เจ้าหน้าที่รัฐหลายคนยังมีความเข้าใจผิดว่า “ห้ามระบุยี่ห้อโดยเด็ดขาด” ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะ ว214 ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าสามารถทำได้ ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม 
หลักการที่ถูกต้องตาม ว214
ว214 ซึ่งออกโดย คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ได้กำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะหรือยี่ห้อของวัสดุไว้ ดังนี้
การกำหนดวัสดุในงานก่อสร้างสามารถทำได้ในกรณีต่อไปนี้:
มีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือมาตรฐานหน่วยงานรัฐอื่นที่เกี่ยวข้อง → สามารถระบุให้เป็นไปตามมาตรฐานนั้นได้
ไม่มีมาตรฐานอุตสาหกรรมกำหนดไว้ แต่มีความจำเป็นต้องใช้วัสดุที่มีคุณภาพดี และเป็นที่นิยมในขณะนั้น → สามารถระบุยี่ห้อวัสดุได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่า 3 ยี่ห้อ
ต้องถือเป็นหลักการว่า วัสดุที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับยี่ห้อที่ระบุสามารถนำมาใช้ได้ โดยต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
แม้วัสดุจะมีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ก็ยังสามารถระบุยี่ห้อวัสดุได้
เพราะอะไร?
แม้ว่าวัสดุบางประเภทจะมี มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) รองรับ แต่ไม่ได้หมายความว่าวัสดุทุกยี่ห้อที่ผ่านมาตรฐานเดียวกันจะมีคุณภาพเท่ากัน
เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่าย ๆ
เด็กที่เรียนได้เกรด A ไม่ได้หมายความว่าเก่งเท่ากันทุกคน
• บางคนสอบได้ 80 คะแนน ได้เกรด A
• บางคนสอบได้ 90 คะแนน ได้เกรด A
• บางคนสอบได้ 100 คะแนน ได้เกรด A
ในทำนองเดียวกัน วัสดุที่ผ่านมาตรฐานเดียวกันก็ไม่ได้มีคุณภาพเหมือนกันทั้งหมด
• เช่น กระเบื้องปูพื้นจาก 3 ยี่ห้อ อาจผ่านมาตรฐาน มอก. เหมือนกัน แต่คุณภาพจริงอาจแตกต่างกันในแง่ของความทนทาน รอยขีดข่วน หรืออายุการใช้งาน
ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐยังมีสิทธิ์ที่จะระบุยี่ห้อวัสดุในแบบก่อสร้างได้ เพื่อให้มั่นใจว่าวัสดุที่ใช้ ตรงตามความต้องการของโครงการและเป็นที่ยอมรับในวงการก่อสร้าง
แต่ต้องไม่น้อยกว่า 3 ยี่ห้อ เพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
กำหนดให้วัสดุที่ “เทียบเท่า” ต้องมีราคาเทียบเท่าหรือสูงกว่า
ปัญหาที่มักเกิดขึ้นในทางปฏิบัติ
• ผู้รับจ้างบางรายพยายาม เสนอวัสดุยี่ห้อที่ราคาถูกกว่ามาก แล้วอ้างว่าเป็นของ “เทียบเท่า”
• บางยี่ห้อเป็น แบรนด์โนเนม หรือไม่มีความน่าเชื่อถือในวงการก่อสร้าง
• แม้บางครั้งจะได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) แต่คุณภาพอาจ ไม่เป็นที่ยอมรับในวงการ
แนวทางป้องกัน
หน่วยงานรัฐควรกำหนดเพิ่มในแบบก่อสร้างว่า
วัสดุที่นำมาเทียบเท่าต้องมี “คุณภาพดีกว่า หรือเทียบเท่า” และ “ราคาสูงกว่าหรือเทียบเท่า” กับวัสดุที่ระบุในแบบ
ข้อแนะนำการใช้ถ้อยคำในแบบก่อสร้าง:
“ยี่ห้อ A หรือ B หรือ C หรือที่มีคุณภาพดีกว่าหรือเทียบเท่า และราคาสูงกว่าหรือเทียบเท่า”
ประโยชน์ของการกำหนดเงื่อนไขนี้
ลดปัญหาผู้รับจ้างนำวัสดุโนเนมราคาถูกมาใช้
ช่วยให้หน่วยงานรัฐมั่นใจว่าได้ของที่มีคุณภาพ
ลดภาระของฝ่ายตรวจรับในการคัดกรองวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน
อำนาจการพิจารณาวัสดุเทียบเท่าเป็นของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
ว214 ได้ระบุชัดเจนว่า
“อำนาจในการพิจารณาวัสดุที่เทียบเท่าเป็นของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ” 
หมายความว่า
ไม่ใช่อำนาจของผู้ว่าจ้าง
ไม่ใช่อำนาจของผู้ควบคุมงาน
และที่สำคัญที่สุด ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิ์เลือกเองว่าวัสดุที่เสนอมาเทียบเท่าได้
เป็นอำนาจของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้างเท่านั้น
การพิจารณาของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ถือเป็นที่สิ้นสุด
ทำไมต้องถือเป็นที่สุด?
เพื่อให้โครงการก่อสร้างดำเนินต่อไปได้ ไม่ล่าช้าจากข้อโต้แย้งของผู้รับจ้าง
ลดปัญหาความขัดแย้งที่อาจทำให้เกิดความเสียหายกับโครงการ
สร้างความแน่นอนในกระบวนการตรวจรับพัสดุ
คำว่า “สิ้นสุดเฉพาะคราวนั้น” หมายถึงอะไร?
ไม่สามารถนำการอนุมัติให้ใช้วัสดุเทียบเท่าในโครงการหนึ่ง ไปใช้เป็นบรรทัดฐานในโครงการอื่นได้
หมายความว่า หากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาให้ใช้วัสดุยี่ห้อ X แทนวัสดุที่ระบุในโครงการ A ได้ ไม่ได้หมายความว่าโครงการ B สามารถใช้วัสดุเดียวกันโดยอัตโนมัติ
เมื่อคณะกรรมการพิจารณาแล้ว ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตาม และดำเนินงานให้เสร็จเพื่อให้การบริหารโครงการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
สรุป
การระบุยี่ห้อวัสดุในงานก่อสร้างของภาครัฐทำได้ แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดใน ว214
แม้มีมาตรฐาน มอก. หน่วยงานก็ยังมีสิทธิ์กำหนดยี่ห้อได้
วัสดุเทียบเท่าต้องมีคุณภาพดีกว่า หรือเทียบเท่า และราคาสูงกว่าหรือเทียบเท่า
อำนาจพิจารณาเป็นของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเท่านั้น ไม่ใช่ผู้ว่าจ้างหรือผู้ควบคุมงาน และผู้รับจ้างไม่มีสิทธิ์เลือกเอง
คำตัดสินถือเป็นที่สุดเฉพาะคราวนั้น และไม่สามารถใช้เป็นบรรทัดฐานในโครงการอื่นได้
เจ้าหน้าที่รัฐควรเข้าใจและปฏิบัติตามแนวทางที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้งานก่อสร้างที่มีคุณภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่หน่วยงานของรัฐและประชาชน
~~~~~~~~~~
แชร์ได้ , save ไว้ศึกษาส่วนตัวได้ , ห้ามนำไปโพสซ้ำหรือใช้งานที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย
~~~~~~~~~~
อบรมกับโยธาไทย
1. อบรมราคากลางและค่า K
https://training.yotathai.com/con-k
2. อบรมการจัดทำราคากลาง +ว452 +ว124
https://training.yotathai.com/w452
3. อบรมหลักการควบคุมงาน บริหารสัญญา
https://training.yotathai.com/work
4. อบรมกฎหมายปกครองกับงานจ้างก่อสร้าง หลักการควบคุมงาน บริหารสัญญา และตรวจรับ
https://training.yotathai.com/law-work
5. อบรม AI กับงานก่อสร้างและบริหารงานก่อสร้าง
https://training.yotathai.com/ai
6. อบรมราคากลางงานก่อสร้างและสัญญาจ้างก่อสร้าง
https://training.yotathai.com/contract
7. อบรม SketchUp BIM + LayOut
https://training.yotathai.com/sketchup
..........
อบรมออนไลน์
https://yotathai.link/online-training อบรมออนไลน์
..........
https://yotathai.link/lecturer เชิญวิทยากรบรรยาย
https://yotathai.link/office ติดต่อทีมงานโยธาไทย (Line@)
https://yotathai.link/training สมัครอบรมกับโธาไทย
https://yotathai.link/chat กลุ่มสนทนาใน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/news รับข่าวสารผ่าน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/club กลุ่มปรึกษาปัญหาใน FB(ฟรี)
https://yotathai.link/fb-gp กลุ่มปรึกษาปัญหาจัดจ้างก่อสร้าง ใน FB (ฟรี)
https://yotathai.link/shop ร้านค้าโยธาไทย
https://yotathai.link/premix ยางมะตอยโยธาพรีมิกซ์
https://yotathai.link/alum สารส้ม-คลอรีน
https://yotathai.link/program โปรแกรมคอมพิวเตอร์
https://yotathai.link/program-k โปรแกรมค่า k
https://yotathai.link/program-factorf โปรแกรม Factor F
https://yotathai.link/program-unitcost โปรแกรมคำนวณวัสดุมวลรวม
https://yotathai.link/program-sketchup โปรแกรม SketchUp
https://roadprice.yotathai.com โปรแกรม ROAD PRICE ประมาณราคางานทาง
https://yotathai.link/rebars เขียนเหล็กเสริมใน SketchUp
https://yotathai.link/k-cal รับคำนวณค่า K
ในการจัดซื้อจัดจ้างงานก่อสร้างของภาครัฐ การระบุยี่ห้อวัสดุในแบบรูปรายการงานก่อสร้าง เป็นประเด็นที่เจ้าหน้าที่รัฐหลายคนยังมีความเข้าใจผิดว่า “ห้ามระบุยี่ห้อโดยเด็ดขาด” ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะ ว214 ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าสามารถทำได้ ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม 
หลักการที่ถูกต้องตาม ว214
ว214 ซึ่งออกโดย คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ได้กำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะหรือยี่ห้อของวัสดุไว้ ดังนี้
การกำหนดวัสดุในงานก่อสร้างสามารถทำได้ในกรณีต่อไปนี้:
มีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือมาตรฐานหน่วยงานรัฐอื่นที่เกี่ยวข้อง → สามารถระบุให้เป็นไปตามมาตรฐานนั้นได้
ไม่มีมาตรฐานอุตสาหกรรมกำหนดไว้ แต่มีความจำเป็นต้องใช้วัสดุที่มีคุณภาพดี และเป็นที่นิยมในขณะนั้น → สามารถระบุยี่ห้อวัสดุได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่า 3 ยี่ห้อ
ต้องถือเป็นหลักการว่า วัสดุที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับยี่ห้อที่ระบุสามารถนำมาใช้ได้ โดยต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
แม้วัสดุจะมีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ก็ยังสามารถระบุยี่ห้อวัสดุได้
เพราะอะไร?
แม้ว่าวัสดุบางประเภทจะมี มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) รองรับ แต่ไม่ได้หมายความว่าวัสดุทุกยี่ห้อที่ผ่านมาตรฐานเดียวกันจะมีคุณภาพเท่ากัน
เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่าย ๆ
เด็กที่เรียนได้เกรด A ไม่ได้หมายความว่าเก่งเท่ากันทุกคน
• บางคนสอบได้ 80 คะแนน ได้เกรด A
• บางคนสอบได้ 90 คะแนน ได้เกรด A
• บางคนสอบได้ 100 คะแนน ได้เกรด A
ในทำนองเดียวกัน วัสดุที่ผ่านมาตรฐานเดียวกันก็ไม่ได้มีคุณภาพเหมือนกันทั้งหมด
• เช่น กระเบื้องปูพื้นจาก 3 ยี่ห้อ อาจผ่านมาตรฐาน มอก. เหมือนกัน แต่คุณภาพจริงอาจแตกต่างกันในแง่ของความทนทาน รอยขีดข่วน หรืออายุการใช้งาน
ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐยังมีสิทธิ์ที่จะระบุยี่ห้อวัสดุในแบบก่อสร้างได้ เพื่อให้มั่นใจว่าวัสดุที่ใช้ ตรงตามความต้องการของโครงการและเป็นที่ยอมรับในวงการก่อสร้าง
แต่ต้องไม่น้อยกว่า 3 ยี่ห้อ เพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
กำหนดให้วัสดุที่ “เทียบเท่า” ต้องมีราคาเทียบเท่าหรือสูงกว่า
ปัญหาที่มักเกิดขึ้นในทางปฏิบัติ
• ผู้รับจ้างบางรายพยายาม เสนอวัสดุยี่ห้อที่ราคาถูกกว่ามาก แล้วอ้างว่าเป็นของ “เทียบเท่า”
• บางยี่ห้อเป็น แบรนด์โนเนม หรือไม่มีความน่าเชื่อถือในวงการก่อสร้าง
• แม้บางครั้งจะได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) แต่คุณภาพอาจ ไม่เป็นที่ยอมรับในวงการ
แนวทางป้องกัน
หน่วยงานรัฐควรกำหนดเพิ่มในแบบก่อสร้างว่า
วัสดุที่นำมาเทียบเท่าต้องมี “คุณภาพดีกว่า หรือเทียบเท่า” และ “ราคาสูงกว่าหรือเทียบเท่า” กับวัสดุที่ระบุในแบบ
ข้อแนะนำการใช้ถ้อยคำในแบบก่อสร้าง:
“ยี่ห้อ A หรือ B หรือ C หรือที่มีคุณภาพดีกว่าหรือเทียบเท่า และราคาสูงกว่าหรือเทียบเท่า”
ประโยชน์ของการกำหนดเงื่อนไขนี้
ลดปัญหาผู้รับจ้างนำวัสดุโนเนมราคาถูกมาใช้
ช่วยให้หน่วยงานรัฐมั่นใจว่าได้ของที่มีคุณภาพ
ลดภาระของฝ่ายตรวจรับในการคัดกรองวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน
อำนาจการพิจารณาวัสดุเทียบเท่าเป็นของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
ว214 ได้ระบุชัดเจนว่า
“อำนาจในการพิจารณาวัสดุที่เทียบเท่าเป็นของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ” 
หมายความว่า
ไม่ใช่อำนาจของผู้ว่าจ้าง
ไม่ใช่อำนาจของผู้ควบคุมงาน
และที่สำคัญที่สุด ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิ์เลือกเองว่าวัสดุที่เสนอมาเทียบเท่าได้
เป็นอำนาจของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้างเท่านั้น
การพิจารณาของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ถือเป็นที่สิ้นสุด
ทำไมต้องถือเป็นที่สุด?
เพื่อให้โครงการก่อสร้างดำเนินต่อไปได้ ไม่ล่าช้าจากข้อโต้แย้งของผู้รับจ้าง
ลดปัญหาความขัดแย้งที่อาจทำให้เกิดความเสียหายกับโครงการ
สร้างความแน่นอนในกระบวนการตรวจรับพัสดุ
คำว่า “สิ้นสุดเฉพาะคราวนั้น” หมายถึงอะไร?
ไม่สามารถนำการอนุมัติให้ใช้วัสดุเทียบเท่าในโครงการหนึ่ง ไปใช้เป็นบรรทัดฐานในโครงการอื่นได้
หมายความว่า หากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาให้ใช้วัสดุยี่ห้อ X แทนวัสดุที่ระบุในโครงการ A ได้ ไม่ได้หมายความว่าโครงการ B สามารถใช้วัสดุเดียวกันโดยอัตโนมัติ
เมื่อคณะกรรมการพิจารณาแล้ว ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตาม และดำเนินงานให้เสร็จเพื่อให้การบริหารโครงการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
สรุป
การระบุยี่ห้อวัสดุในงานก่อสร้างของภาครัฐทำได้ แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดใน ว214
แม้มีมาตรฐาน มอก. หน่วยงานก็ยังมีสิทธิ์กำหนดยี่ห้อได้
วัสดุเทียบเท่าต้องมีคุณภาพดีกว่า หรือเทียบเท่า และราคาสูงกว่าหรือเทียบเท่า
อำนาจพิจารณาเป็นของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเท่านั้น ไม่ใช่ผู้ว่าจ้างหรือผู้ควบคุมงาน และผู้รับจ้างไม่มีสิทธิ์เลือกเอง
คำตัดสินถือเป็นที่สุดเฉพาะคราวนั้น และไม่สามารถใช้เป็นบรรทัดฐานในโครงการอื่นได้
เจ้าหน้าที่รัฐควรเข้าใจและปฏิบัติตามแนวทางที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้งานก่อสร้างที่มีคุณภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่หน่วยงานของรัฐและประชาชน
~~~~~~~~~~
แชร์ได้ , save ไว้ศึกษาส่วนตัวได้ , ห้ามนำไปโพสซ้ำหรือใช้งานที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย
~~~~~~~~~~
อบรมกับโยธาไทย
1. อบรมราคากลางและค่า K
https://training.yotathai.com/con-k
2. อบรมการจัดทำราคากลาง +ว452 +ว124
https://training.yotathai.com/w452
3. อบรมหลักการควบคุมงาน บริหารสัญญา
https://training.yotathai.com/work
4. อบรมกฎหมายปกครองกับงานจ้างก่อสร้าง หลักการควบคุมงาน บริหารสัญญา และตรวจรับ
https://training.yotathai.com/law-work
5. อบรม AI กับงานก่อสร้างและบริหารงานก่อสร้าง
https://training.yotathai.com/ai
6. อบรมราคากลางงานก่อสร้างและสัญญาจ้างก่อสร้าง
https://training.yotathai.com/contract
7. อบรม SketchUp BIM + LayOut
https://training.yotathai.com/sketchup
..........
อบรมออนไลน์
https://yotathai.link/online-training อบรมออนไลน์
..........
https://yotathai.link/lecturer เชิญวิทยากรบรรยาย
https://yotathai.link/office ติดต่อทีมงานโยธาไทย (Line@)
https://yotathai.link/training สมัครอบรมกับโธาไทย
https://yotathai.link/chat กลุ่มสนทนาใน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/news รับข่าวสารผ่าน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/club กลุ่มปรึกษาปัญหาใน FB(ฟรี)
https://yotathai.link/fb-gp กลุ่มปรึกษาปัญหาจัดจ้างก่อสร้าง ใน FB (ฟรี)
https://yotathai.link/shop ร้านค้าโยธาไทย
https://yotathai.link/premix ยางมะตอยโยธาพรีมิกซ์
https://yotathai.link/alum สารส้ม-คลอรีน
https://yotathai.link/program โปรแกรมคอมพิวเตอร์
https://yotathai.link/program-k โปรแกรมค่า k
https://yotathai.link/program-factorf โปรแกรม Factor F
https://yotathai.link/program-unitcost โปรแกรมคำนวณวัสดุมวลรวม
https://yotathai.link/program-sketchup โปรแกรม SketchUp
https://roadprice.yotathai.com โปรแกรม ROAD PRICE ประมาณราคางานทาง
https://yotathai.link/rebars เขียนเหล็กเสริมใน SketchUp
https://yotathai.link/k-cal รับคำนวณค่า K







