คลังความรู้โยธาไทย 11/4/2025
วงเงินไม่เกิน 5 แสนบาทก็ควรต้องจัดทำ ใบแจ้งปริมาณงานและราคาแนบท้ายสัญญา ตาม ว232
วงเงินไม่เกิน 500,000 บาทก็ควรต้องจัดทำ “ใบแจ้งปริมาณงานและราคาแนบท้ายสัญญา” ตาม ว232 ไม่ว่าจะใช้วิธีการจัดจ้างแบบไหนก็ตาม
วงเงินไม่เกิน 500,000 บาทก็ควรต้องจัดทำ “ใบแจ้งปริมาณงานและราคาแนบท้ายสัญญา” ตาม ว232 ไม่ว่าจะใช้วิธีการจัดจ้างแบบไหนก็ตาม
https://www.yotathai.com/passadu/w232 <ว232
⸻
หลายหน่วยงานยังเข้าใจว่า
“ถ้าใช้งบไม่เกิน 500,000 บาท แล้วจัดจ้างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง ก็ไม่ต้องยุ่งยากกับการทำใบแจ้งปริมาณงานและราคาแนบท้ายสัญญา ตาม ว232”
แต่ความจริงนั้นตรงกันข้าม…
แม้หนังสือ ว232 ลงวันที่ 8 เมษายน 2568
จะไม่ได้ระบุชัดเจนว่า “บังคับใช้กับวิธีเฉพาะเจาะจง”
แต่เมื่อพินิจให้ถึง ประโยชน์ ความจำเป็น และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หน่วยงานของรัฐควรจะต้องจัดทำใบแจ้งปริมาณงานและราคาแนบท้ายสัญญาทุกครั้ง แม้จะจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีการเฉพาะเจาะจง วงเงินไม่เกิน 500,000 ก็ตาม
⸻
1. แบบสัญญาจ้างก่อสร้าง ไม่ได้แยกตามวงเงิน
ถ้าคุณจัดจ้าง “งานก่อสร้าง” คุณก็ต้องใช้ แบบสัญญาจ้างก่อสร้างมาตรฐาน ตามมาตรา 93 ของ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
โดยใน ข้อ 2 ของสัญญา ระบุว่า
ใบแจ้งปริมาณงานและราคา (ผนวก 3)
เป็นเอกสารแนบท้ายสัญญา และถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาโดยสมบูรณ์
จะเป็นงานเล็กหรืองานใหญ่
จะวงเงินมากหรือน้อย
ถ้าเป็น “งานก่อสร้าง” → ก็ต้องมีใบแจ้งปริมาณงานและราคาแนบท้ายสัญญาทุกครั้ง
⸻
2. ใบแจ้งปริมาณงานและราคาคือหัวใจของข้อ 16 ในสัญญา
ข้อ 16 ของสัญญาจ้างก่อสร้าง ระบุว่า
ผู้ว่าจ้างสามารถสั่ง “เพิ่ม–ลด–แก้ไขงาน” ได้
โดยใช้อัตราราคาตามที่ระบุไว้ในสัญญาเป็นเกณฑ์
ถ้าคุณไม่มีใบแจ้งปริมาณงานและราคาที่แสดงอัตราราคาในแต่ละรายการอย่างชัดเจน
คุณจะไม่มีอะไรใช้เป็นหลักฐานในการคิดเงินสำหรับ
งานเพิ่มเติม
การลดงาน
งานพิเศษตามสั่ง
⸻
3. ว232 ออกมาแทน ว452 ที่เคยใช้แนวทาง “ร่วมจัดทำใบแจ้งปริมาณงานและราคา”
หากย้อนไปดูหนังสือ ว452 ซึ่งถูกยกเลิกโดย ว232
จะพบว่าแนวทางเดิมนั้นมีลักษณะดังนี้:
หน่วยงานของรัฐแจ้งให้ผู้ที่ได้รับการคัดเลือก “มาร่วมจัดทำใบแจ้งปริมาณงานและราคา”
โดยสามารถเลือกได้ 2 แนวทาง:
• ปรับลดตามอัตราร้อยละที่เสนอ
• หรือปรับลดตามความเหมาะสม (โดยคณะกรรมการกำหนดราคากลางเป็นผู้ดำเนินการ)
ว452 ไม่เคยระบุให้ผู้รับจ้างจัดทำใบแจ้งปริมาณงานและราคาเพียงฝ่ายเดียว
แต่เป็นกระบวนการร่วมที่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายผู้ว่าจ้างอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติคือ
หลายกรณี ไม่สามารถตกลงกันได้ → ทำให้จัดจ้างล่าช้า หรือไม่เกิดสัญญาเลย
⸻
4. ว232 จึงเปลี่ยนแนวทางโดยสิ้นเชิงเพื่อให้ดำเนินการได้แม้ไม่ต้องเจรจา
ว232 กำหนดให้เจ้าหน้าที่ (เจ้าหน้าที่พัสดุ) เป็นผู้ดำเนินการจัดทำใบแจ้งปริมาณงานและราคาเอง
โดยใช้ราคากลางเป็นฐาน แล้วปรับลดทุกบรรทัดตามสัดส่วนของราคาที่เสนอ
ไม่ต้องรอให้ผู้รับจ้างเป็นคนทำ
ไม่ต้องเจรจาแต่ละรายการให้เสียเวลา
ไม่ต้องกลัวจัดจ้างล่มเพราะตกลงกันไม่ได้
และแม้ใน ว232 จะไม่ได้เขียนชัดเจนว่า “ใช้กับวิธีเฉพาะเจาะจง”
แต่เมื่อพิจารณาว่า
• วิธีเฉพาะเจาะจงก็มีการเสนอราคา
• ก็มีโอกาสที่ราคาจะต่ำกว่าราคากลาง
• และก็ต้องใช้แบบสัญญาก่อสร้างมาตรฐานเช่นเดียวกัน
จึงเห็นได้ชัดว่า ควรอย่างยิ่งที่จะจัดทำใบแจ้งปริมาณงานและราคาตาม ว232 เช่นเดียวกัน
⸻
5. ถ้าไม่จัดทำใบแจ้งปริมาณงานและราคาแนบท้ายสัญญาตาม ว232 จะเกิดอะไรขึ้น?
การไม่ดำเนินการตามแนวทาง ว232 เท่ากับคุณกำลังเปิดช่องให้เกิดปัญหากับสัญญาตั้งแต่วันแรกที่เซ็นชื่อ โดยเฉพาะในกรณีที่ต้อง “เพิ่มงาน” หรือ “ลดงาน” ตามข้อ 16 ของสัญญา
กรณีที่ 1: แนบใบแจ้งปริมาณงานและราคาของราคากลางเดิม
→ ใบแจ้งปริมาณงานและราคาจะ ไม่ตรงกับราคาที่ผู้รับจ้างเสนอจริง
→ เวลาต้องคำนวณค่างานเพิ่มหรือลด จะไม่มีราคาที่ตรงกับสัญญาใช้อ้างอิง
→ เสี่ยงเกิดความไม่เป็นธรรมทั้งต่อฝ่ายผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง
กรณีที่ 2: แนบใบแจ้งปริมาณงานและราคาที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดทำเอง
→ ไม่มีมาตรฐานควบคุมว่าผู้รับจ้างจะกำหนดราคาทุกรายการอย่างเป็นธรรมกับรัฐ
→ หากผู้รับจ้างใส่ราคารายการใดไว้สูงผิดปกติ อาจทำให้ ราชการเสียประโยชน์โดยไม่รู้ตัว
→ โดยเฉพาะเมื่อต้อง “เพิ่มงาน” ในรายการนั้นภายหลัง = อาจกลายเป็นต้นเหตุของความเสียหาย
ทั้งสองกรณีนี้ทำให้สัญญาขาดความถูกต้อง โปร่งใส และไม่สามารถใช้ควบคุมงานหรือบริหารสัญญาได้อย่างมั่นใจ
ดังนั้น แนวทางตาม ว232 ที่ให้เจ้าหน้าที่จัดทำใบแจ้งปริมาณงานและราคาจากราคากลาง แล้วปรับลดตามสัดส่วนที่เสนอมา จึงเป็นแนวทางเดียวที่เหมาะสม เป็นธรรม และปลอดภัยที่สุด สำหรับทุกฝ่าย
⸻
สรุปชัด ๆ ในฐานะผู้ปฏิบัติงาน
ไม่ว่าคุณจะจัดจ้างก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคา คัดเลือก หรือเฉพาะเจาะจง
และไม่ว่างานจะเล็กหรือใหญ่
ถ้าคุณต้องแนบใบแจ้งปริมาณงานและราคากับสัญญา
➤ ก็ต้องจัดทำใบแจ้งปริมาณงานและราคาตามแนวทางของ ว232 ทันที
เพราะถึงแม้ ว232 จะไม่ได้ระบุบังคับทุกวิธีอย่างชัดเจน
แต่เมื่อพินิจถึง “ความจำเป็นทางสัญญา” และ “โอกาสในการเปลี่ยนแปลงงานตามข้อ 16”
ก็ไม่ควรหลีกเลี่ยงด้วยประการทั้งปวง
~~~~~~~~~~
แชร์ได้ , save ไว้ศึกษาส่วนตัวได้ , ห้ามนำไปโพสซ้ำหรือใช้งานที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย
~~~~~~~~~~
อบรมกับโยธาไทย
1. อบรมราคากลางและค่า K
https://training.yotathai.com/con-k
2. อบรมการจัดทำราคากลาง +ว452 +ว124
https://training.yotathai.com/w452
3. อบรมหลักการควบคุมงาน บริหารสัญญา
https://training.yotathai.com/work
4. อบรมกฎหมายปกครองกับงานจ้างก่อสร้าง หลักการควบคุมงาน บริหารสัญญา และตรวจรับ
https://training.yotathai.com/law-work
5. อบรม AI กับงานก่อสร้างและบริหารงานก่อสร้าง
https://training.yotathai.com/ai
6. อบรมราคากลางงานก่อสร้างและสัญญาจ้างก่อสร้าง
https://training.yotathai.com/contract
7. อบรม SketchUp BIM + LayOut
https://training.yotathai.com/sketchup
..........
อบรมออนไลน์
https://yotathai.link/online-training อบรมออนไลน์
..........
https://yotathai.link/lecturer เชิญวิทยากรบรรยาย
https://yotathai.link/office ติดต่อทีมงานโยธาไทย (Line@)
https://yotathai.link/training สมัครอบรมกับโธาไทย
https://yotathai.link/chat กลุ่มสนทนาใน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/news รับข่าวสารผ่าน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/club กลุ่มปรึกษาปัญหาใน FB(ฟรี)
https://yotathai.link/fb-gp กลุ่มปรึกษาปัญหาจัดจ้างก่อสร้าง ใน FB (ฟรี)
https://yotathai.link/shop ร้านค้าโยธาไทย
https://yotathai.link/premix ยางมะตอยโยธาพรีมิกซ์
https://yotathai.link/alum สารส้ม-คลอรีน
https://yotathai.link/program โปรแกรมคอมพิวเตอร์
https://yotathai.link/program-k โปรแกรมค่า k
https://yotathai.link/program-factorf โปรแกรม Factor F
https://yotathai.link/program-unitcost โปรแกรมคำนวณวัสดุมวลรวม
https://yotathai.link/program-sketchup โปรแกรม SketchUp
https://roadprice.yotathai.com โปรแกรม ROAD PRICE ประมาณราคางานทาง
https://yotathai.link/rebars เขียนเหล็กเสริมใน SketchUp
https://yotathai.link/k-cal รับคำนวณค่า K
https://www.yotathai.com/passadu/w232 <ว232
⸻
หลายหน่วยงานยังเข้าใจว่า
“ถ้าใช้งบไม่เกิน 500,000 บาท แล้วจัดจ้างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง ก็ไม่ต้องยุ่งยากกับการทำใบแจ้งปริมาณงานและราคาแนบท้ายสัญญา ตาม ว232”
แต่ความจริงนั้นตรงกันข้าม…
แม้หนังสือ ว232 ลงวันที่ 8 เมษายน 2568
จะไม่ได้ระบุชัดเจนว่า “บังคับใช้กับวิธีเฉพาะเจาะจง”
แต่เมื่อพินิจให้ถึง ประโยชน์ ความจำเป็น และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หน่วยงานของรัฐควรจะต้องจัดทำใบแจ้งปริมาณงานและราคาแนบท้ายสัญญาทุกครั้ง แม้จะจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีการเฉพาะเจาะจง วงเงินไม่เกิน 500,000 ก็ตาม
⸻
1. แบบสัญญาจ้างก่อสร้าง ไม่ได้แยกตามวงเงิน
ถ้าคุณจัดจ้าง “งานก่อสร้าง” คุณก็ต้องใช้ แบบสัญญาจ้างก่อสร้างมาตรฐาน ตามมาตรา 93 ของ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
โดยใน ข้อ 2 ของสัญญา ระบุว่า
ใบแจ้งปริมาณงานและราคา (ผนวก 3)
เป็นเอกสารแนบท้ายสัญญา และถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาโดยสมบูรณ์
จะเป็นงานเล็กหรืองานใหญ่
จะวงเงินมากหรือน้อย
ถ้าเป็น “งานก่อสร้าง” → ก็ต้องมีใบแจ้งปริมาณงานและราคาแนบท้ายสัญญาทุกครั้ง
⸻
2. ใบแจ้งปริมาณงานและราคาคือหัวใจของข้อ 16 ในสัญญา
ข้อ 16 ของสัญญาจ้างก่อสร้าง ระบุว่า
ผู้ว่าจ้างสามารถสั่ง “เพิ่ม–ลด–แก้ไขงาน” ได้
โดยใช้อัตราราคาตามที่ระบุไว้ในสัญญาเป็นเกณฑ์
ถ้าคุณไม่มีใบแจ้งปริมาณงานและราคาที่แสดงอัตราราคาในแต่ละรายการอย่างชัดเจน
คุณจะไม่มีอะไรใช้เป็นหลักฐานในการคิดเงินสำหรับ
งานเพิ่มเติม
การลดงาน
งานพิเศษตามสั่ง
⸻
3. ว232 ออกมาแทน ว452 ที่เคยใช้แนวทาง “ร่วมจัดทำใบแจ้งปริมาณงานและราคา”
หากย้อนไปดูหนังสือ ว452 ซึ่งถูกยกเลิกโดย ว232
จะพบว่าแนวทางเดิมนั้นมีลักษณะดังนี้:
หน่วยงานของรัฐแจ้งให้ผู้ที่ได้รับการคัดเลือก “มาร่วมจัดทำใบแจ้งปริมาณงานและราคา”
โดยสามารถเลือกได้ 2 แนวทาง:
• ปรับลดตามอัตราร้อยละที่เสนอ
• หรือปรับลดตามความเหมาะสม (โดยคณะกรรมการกำหนดราคากลางเป็นผู้ดำเนินการ)
ว452 ไม่เคยระบุให้ผู้รับจ้างจัดทำใบแจ้งปริมาณงานและราคาเพียงฝ่ายเดียว
แต่เป็นกระบวนการร่วมที่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายผู้ว่าจ้างอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติคือ
หลายกรณี ไม่สามารถตกลงกันได้ → ทำให้จัดจ้างล่าช้า หรือไม่เกิดสัญญาเลย
⸻
4. ว232 จึงเปลี่ยนแนวทางโดยสิ้นเชิงเพื่อให้ดำเนินการได้แม้ไม่ต้องเจรจา
ว232 กำหนดให้เจ้าหน้าที่ (เจ้าหน้าที่พัสดุ) เป็นผู้ดำเนินการจัดทำใบแจ้งปริมาณงานและราคาเอง
โดยใช้ราคากลางเป็นฐาน แล้วปรับลดทุกบรรทัดตามสัดส่วนของราคาที่เสนอ
ไม่ต้องรอให้ผู้รับจ้างเป็นคนทำ
ไม่ต้องเจรจาแต่ละรายการให้เสียเวลา
ไม่ต้องกลัวจัดจ้างล่มเพราะตกลงกันไม่ได้
และแม้ใน ว232 จะไม่ได้เขียนชัดเจนว่า “ใช้กับวิธีเฉพาะเจาะจง”
แต่เมื่อพิจารณาว่า
• วิธีเฉพาะเจาะจงก็มีการเสนอราคา
• ก็มีโอกาสที่ราคาจะต่ำกว่าราคากลาง
• และก็ต้องใช้แบบสัญญาก่อสร้างมาตรฐานเช่นเดียวกัน
จึงเห็นได้ชัดว่า ควรอย่างยิ่งที่จะจัดทำใบแจ้งปริมาณงานและราคาตาม ว232 เช่นเดียวกัน
⸻
5. ถ้าไม่จัดทำใบแจ้งปริมาณงานและราคาแนบท้ายสัญญาตาม ว232 จะเกิดอะไรขึ้น?
การไม่ดำเนินการตามแนวทาง ว232 เท่ากับคุณกำลังเปิดช่องให้เกิดปัญหากับสัญญาตั้งแต่วันแรกที่เซ็นชื่อ โดยเฉพาะในกรณีที่ต้อง “เพิ่มงาน” หรือ “ลดงาน” ตามข้อ 16 ของสัญญา
กรณีที่ 1: แนบใบแจ้งปริมาณงานและราคาของราคากลางเดิม
→ ใบแจ้งปริมาณงานและราคาจะ ไม่ตรงกับราคาที่ผู้รับจ้างเสนอจริง
→ เวลาต้องคำนวณค่างานเพิ่มหรือลด จะไม่มีราคาที่ตรงกับสัญญาใช้อ้างอิง
→ เสี่ยงเกิดความไม่เป็นธรรมทั้งต่อฝ่ายผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง
กรณีที่ 2: แนบใบแจ้งปริมาณงานและราคาที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดทำเอง
→ ไม่มีมาตรฐานควบคุมว่าผู้รับจ้างจะกำหนดราคาทุกรายการอย่างเป็นธรรมกับรัฐ
→ หากผู้รับจ้างใส่ราคารายการใดไว้สูงผิดปกติ อาจทำให้ ราชการเสียประโยชน์โดยไม่รู้ตัว
→ โดยเฉพาะเมื่อต้อง “เพิ่มงาน” ในรายการนั้นภายหลัง = อาจกลายเป็นต้นเหตุของความเสียหาย
ทั้งสองกรณีนี้ทำให้สัญญาขาดความถูกต้อง โปร่งใส และไม่สามารถใช้ควบคุมงานหรือบริหารสัญญาได้อย่างมั่นใจ
ดังนั้น แนวทางตาม ว232 ที่ให้เจ้าหน้าที่จัดทำใบแจ้งปริมาณงานและราคาจากราคากลาง แล้วปรับลดตามสัดส่วนที่เสนอมา จึงเป็นแนวทางเดียวที่เหมาะสม เป็นธรรม และปลอดภัยที่สุด สำหรับทุกฝ่าย
⸻
สรุปชัด ๆ ในฐานะผู้ปฏิบัติงาน
ไม่ว่าคุณจะจัดจ้างก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคา คัดเลือก หรือเฉพาะเจาะจง
และไม่ว่างานจะเล็กหรือใหญ่
ถ้าคุณต้องแนบใบแจ้งปริมาณงานและราคากับสัญญา
➤ ก็ต้องจัดทำใบแจ้งปริมาณงานและราคาตามแนวทางของ ว232 ทันที
เพราะถึงแม้ ว232 จะไม่ได้ระบุบังคับทุกวิธีอย่างชัดเจน
แต่เมื่อพินิจถึง “ความจำเป็นทางสัญญา” และ “โอกาสในการเปลี่ยนแปลงงานตามข้อ 16”
ก็ไม่ควรหลีกเลี่ยงด้วยประการทั้งปวง
~~~~~~~~~~
แชร์ได้ , save ไว้ศึกษาส่วนตัวได้ , ห้ามนำไปโพสซ้ำหรือใช้งานที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย
~~~~~~~~~~
อบรมกับโยธาไทย
1. อบรมราคากลางและค่า K
https://training.yotathai.com/con-k
2. อบรมการจัดทำราคากลาง +ว452 +ว124
https://training.yotathai.com/w452
3. อบรมหลักการควบคุมงาน บริหารสัญญา
https://training.yotathai.com/work
4. อบรมกฎหมายปกครองกับงานจ้างก่อสร้าง หลักการควบคุมงาน บริหารสัญญา และตรวจรับ
https://training.yotathai.com/law-work
5. อบรม AI กับงานก่อสร้างและบริหารงานก่อสร้าง
https://training.yotathai.com/ai
6. อบรมราคากลางงานก่อสร้างและสัญญาจ้างก่อสร้าง
https://training.yotathai.com/contract
7. อบรม SketchUp BIM + LayOut
https://training.yotathai.com/sketchup
..........
อบรมออนไลน์
https://yotathai.link/online-training อบรมออนไลน์
..........
https://yotathai.link/lecturer เชิญวิทยากรบรรยาย
https://yotathai.link/office ติดต่อทีมงานโยธาไทย (Line@)
https://yotathai.link/training สมัครอบรมกับโธาไทย
https://yotathai.link/chat กลุ่มสนทนาใน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/news รับข่าวสารผ่าน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/club กลุ่มปรึกษาปัญหาใน FB(ฟรี)
https://yotathai.link/fb-gp กลุ่มปรึกษาปัญหาจัดจ้างก่อสร้าง ใน FB (ฟรี)
https://yotathai.link/shop ร้านค้าโยธาไทย
https://yotathai.link/premix ยางมะตอยโยธาพรีมิกซ์
https://yotathai.link/alum สารส้ม-คลอรีน
https://yotathai.link/program โปรแกรมคอมพิวเตอร์
https://yotathai.link/program-k โปรแกรมค่า k
https://yotathai.link/program-factorf โปรแกรม Factor F
https://yotathai.link/program-unitcost โปรแกรมคำนวณวัสดุมวลรวม
https://yotathai.link/program-sketchup โปรแกรม SketchUp
https://roadprice.yotathai.com โปรแกรม ROAD PRICE ประมาณราคางานทาง
https://yotathai.link/rebars เขียนเหล็กเสริมใน SketchUp
https://yotathai.link/k-cal รับคำนวณค่า K


