คลังความรู้โยธาไทย 12/5/2026
วิธีคิด ค่า K กรณีผู้รับจ้างได้สิทธิขยายเวลา ว242 แต่ยังคงส่งงานล่าช้า ต้องคำนวณอย่างไร?
วิธีคิด “ค่า K” กรณีผู้รับจ้างได้สิทธิขยายเวลา (ว 242) แต่ยังคงส่งงานล่าช้า… ต้องคำนวณอย่างไร?
ดูและDownload
วิธีคิด “ค่า K” กรณีผู้รับจ้างได้สิทธิขยายเวลา (ว 242) แต่ยังคงส่งงานล่าช้า… ต้องคำนวณอย่างไร?
หลายคนอาจเคยเจอปัญหานี้ในงานก่อสร้างภาครัฐครับ
เมื่อผู้รับจ้างได้รับสิทธิ “ขยายเวลา” ตามหนังสือ ว 242 แล้ว
แต่สุดท้ายก็ยังส่งงานไม่ทัน “กำหนดใหม่” อีก
https://www.yotathai.com/passadu/w242 <ว242
https://www.yotathai.com/yotanews/k <ความรู้ค่า k
คำถามสำคัญคือ…
แล้วจะคิด “ค่า K” จากเดือนไหน?
ใช้เดือนส่งจริงเลยหรือไม่?
หรือยึดเดือนหมดสัญญาที่ขยายแล้ว?
วันนี้ขอยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายแบบใช้ได้จริงครับ
━━━━━━━━━━━━━━━
ตัวอย่างสถานการณ์
เดือนเสนอราคา (เดือนฐาน) = มกราคม
กำหนดแล้วเสร็จเดิม = มีนาคม
ขยายเวลาตาม ว 242 สำเร็จ = ถึงเดือนเมษายน
ผู้รับจ้างส่งงานจริง = เดือนพฤษภาคม
แปลว่า ผู้รับจ้าง “ส่งล่าช้า” จากอายุสัญญาใหม่อีก 1 เดือน
━━━━━━━━━━━━━━━
หลักการสำคัญ
เมื่อผู้รับจ้างส่งงานล่าช้าด้วยความผิดของตนเอง
รัฐต้องไม่เสียประโยชน์จากดัชนีราคาที่เพิ่มขึ้นระหว่างช่วงเวลาที่ล่าช้า
ดังนั้น การคำนวณค่า K จึงต้องใช้หลักว่า
“เปรียบเทียบค่า K แล้วเลือกตัวที่น้อยกว่า”
━━━━━━━━━━━━━━━
วิธีคิดแบบทีละขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1 เปรียบเทียบ 2 เดือนนี้
ให้นำค่า K ของ
เดือนครบกำหนดตามสัญญาใหม่
= “เมษายน”
เปรียบเทียบกับ
เดือนส่งมอบงานจริง
= “พฤษภาคม”
━━━━━━━━━━━━━━━
ขั้นตอนที่ 2 คำนวณค่า K ทั้งสองเดือน
ใช้ “เดือนมกราคม” เป็นเดือนฐานเหมือนเดิม
แล้วคำนวณค่า K ของ
เมษายน
พฤษภาคม
ตามสูตรปกติของงานก่อสร้างนั้น
━━━━━━━━━━━━━━━
ขั้นตอนที่ 3 เลือก “ค่า K ที่น้อยกว่า”
นี่คือหัวใจสำคัญที่สุด
ตัวอย่างเช่น
ถ้า K เมษายน = 1.052
K พฤษภาคม = 1.067
ต้องใช้ 1.052
แต่ถ้า
K เมษายน = 1.060
K พฤษภาคม = 1.041
ต้องใช้ 1.041
เพราะผู้รับจ้างไม่ควรได้รับประโยชน์จากราคาวัสดุที่เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาที่ตนส่งงานล่าช้า
━━━━━━━━━━━━━━━
ขั้นตอนที่ 4 ตรวจเกณฑ์ ±4%
เมื่อได้ค่า K ที่ “น้อยกว่า” แล้ว
จึงค่อยนำไปตรวจเกณฑ์ปกติอีกครั้ง
หากค่า K อยู่ระหว่าง
0.960 – 1.040
ถือว่าเปลี่ยนแปลงไม่เกิน 4%
ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม
ไม่ต้องเรียกคืน
แต่ถ้าเกินช่วงดังกล่าว
จึงนำส่วนที่เกินมาคำนวณตามหลักเกณฑ์ต่อไป
━━━━━━━━━━━━━━━
สรุปแบบจำง่าย
ได้ขยายเวลาถึงเดือนไหน
→ ให้ถือเดือนนั้นเป็น “เดือนสิ้นสุดสัญญา”
ถ้าส่งงานเลยกำหนดใหม่
→ ให้คำนวณค่า K ของ
“เดือนครบกำหนดใหม่”
เทียบกับ
“เดือนส่งงานจริง”
แล้ว
“เลือกใช้ค่า K ตัวที่น้อยกว่าเสมอ”
━━━━━━━━━━━━━━━
หลักการนี้สำคัญมากสำหรับ
ผู้ควบคุมงาน
กรรมการตรวจรับพัสดุ
เจ้าหน้าที่พัสดุ
ผู้บริหารสัญญา
เพื่อให้การบริหารสัญญาเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่ายครับ
~~~~~~~~~~
แชร์ได้ , save ไว้ศึกษาส่วนตัวได้ , ห้ามดูดเนื้อหาไปโพสซ้ำหรือใช้งานที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย
~~~~~~~~~~
สนใจอบรมกับ Yotathai
https://training.yotathai.com/
โครงการอบรม “การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ปี 2569”
https://training.yotathai.com/ai69
โครงการอบรม “ราคากลางงานก่อสร้างและการใช้ AI ช่วยจัดทำราคากลาง”
https://training.yotathai.com/con-ai
โครงการอบรม “สัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) และการใช้ AI ในการเลือกสูตร คำนวณ และตรวจสอบค่า K”
https://training.yotathai.com/kai
โครงการอบรม “กฎหมายปกครองกับงานจ้างก่อสร้าง หลักการควบคุมงาน หลักการบริหารสัญญาจ้างก่อสร้าง และหลักการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้าง”
https://training.yotathai.com/law-work
หลายคนอาจเคยเจอปัญหานี้ในงานก่อสร้างภาครัฐครับ
เมื่อผู้รับจ้างได้รับสิทธิ “ขยายเวลา” ตามหนังสือ ว 242 แล้ว
แต่สุดท้ายก็ยังส่งงานไม่ทัน “กำหนดใหม่” อีก
https://www.yotathai.com/passadu/w242 <ว242
https://www.yotathai.com/yotanews/k <ความรู้ค่า k
คำถามสำคัญคือ…
แล้วจะคิด “ค่า K” จากเดือนไหน?
ใช้เดือนส่งจริงเลยหรือไม่?
หรือยึดเดือนหมดสัญญาที่ขยายแล้ว?
วันนี้ขอยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายแบบใช้ได้จริงครับ
━━━━━━━━━━━━━━━
ตัวอย่างสถานการณ์
เดือนเสนอราคา (เดือนฐาน) = มกราคม
กำหนดแล้วเสร็จเดิม = มีนาคม
ขยายเวลาตาม ว 242 สำเร็จ = ถึงเดือนเมษายน
ผู้รับจ้างส่งงานจริง = เดือนพฤษภาคม
แปลว่า ผู้รับจ้าง “ส่งล่าช้า” จากอายุสัญญาใหม่อีก 1 เดือน
━━━━━━━━━━━━━━━
หลักการสำคัญ
เมื่อผู้รับจ้างส่งงานล่าช้าด้วยความผิดของตนเอง
รัฐต้องไม่เสียประโยชน์จากดัชนีราคาที่เพิ่มขึ้นระหว่างช่วงเวลาที่ล่าช้า
ดังนั้น การคำนวณค่า K จึงต้องใช้หลักว่า
“เปรียบเทียบค่า K แล้วเลือกตัวที่น้อยกว่า”
━━━━━━━━━━━━━━━
วิธีคิดแบบทีละขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1 เปรียบเทียบ 2 เดือนนี้
ให้นำค่า K ของ
เดือนครบกำหนดตามสัญญาใหม่
= “เมษายน”
เปรียบเทียบกับ
เดือนส่งมอบงานจริง
= “พฤษภาคม”
━━━━━━━━━━━━━━━
ขั้นตอนที่ 2 คำนวณค่า K ทั้งสองเดือน
ใช้ “เดือนมกราคม” เป็นเดือนฐานเหมือนเดิม
แล้วคำนวณค่า K ของ
เมษายน
พฤษภาคม
ตามสูตรปกติของงานก่อสร้างนั้น
━━━━━━━━━━━━━━━
ขั้นตอนที่ 3 เลือก “ค่า K ที่น้อยกว่า”
นี่คือหัวใจสำคัญที่สุด
ตัวอย่างเช่น
ถ้า K เมษายน = 1.052
K พฤษภาคม = 1.067
ต้องใช้ 1.052
แต่ถ้า
K เมษายน = 1.060
K พฤษภาคม = 1.041
ต้องใช้ 1.041
เพราะผู้รับจ้างไม่ควรได้รับประโยชน์จากราคาวัสดุที่เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาที่ตนส่งงานล่าช้า
━━━━━━━━━━━━━━━
ขั้นตอนที่ 4 ตรวจเกณฑ์ ±4%
เมื่อได้ค่า K ที่ “น้อยกว่า” แล้ว
จึงค่อยนำไปตรวจเกณฑ์ปกติอีกครั้ง
หากค่า K อยู่ระหว่าง
0.960 – 1.040
ถือว่าเปลี่ยนแปลงไม่เกิน 4%
ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม
ไม่ต้องเรียกคืน
แต่ถ้าเกินช่วงดังกล่าว
จึงนำส่วนที่เกินมาคำนวณตามหลักเกณฑ์ต่อไป
━━━━━━━━━━━━━━━
สรุปแบบจำง่าย
ได้ขยายเวลาถึงเดือนไหน
→ ให้ถือเดือนนั้นเป็น “เดือนสิ้นสุดสัญญา”
ถ้าส่งงานเลยกำหนดใหม่
→ ให้คำนวณค่า K ของ
“เดือนครบกำหนดใหม่”
เทียบกับ
“เดือนส่งงานจริง”
แล้ว
“เลือกใช้ค่า K ตัวที่น้อยกว่าเสมอ”
━━━━━━━━━━━━━━━
หลักการนี้สำคัญมากสำหรับ
ผู้ควบคุมงาน
กรรมการตรวจรับพัสดุ
เจ้าหน้าที่พัสดุ
ผู้บริหารสัญญา
เพื่อให้การบริหารสัญญาเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่ายครับ
~~~~~~~~~~
แชร์ได้ , save ไว้ศึกษาส่วนตัวได้ , ห้ามดูดเนื้อหาไปโพสซ้ำหรือใช้งานที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย
~~~~~~~~~~
สนใจอบรมกับ Yotathai
https://training.yotathai.com/
โครงการอบรม “การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ปี 2569”
https://training.yotathai.com/ai69
โครงการอบรม “ราคากลางงานก่อสร้างและการใช้ AI ช่วยจัดทำราคากลาง”
https://training.yotathai.com/con-ai
โครงการอบรม “สัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) และการใช้ AI ในการเลือกสูตร คำนวณ และตรวจสอบค่า K”
https://training.yotathai.com/kai
โครงการอบรม “กฎหมายปกครองกับงานจ้างก่อสร้าง หลักการควบคุมงาน หลักการบริหารสัญญาจ้างก่อสร้าง และหลักการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้าง”
https://training.yotathai.com/law-work



