ค่า K กรณีผู้รับจ้างส่งงานล่าช้า และสัญญามีหลายงวดงาน เข้าใจให้ถูกตั้งแต่ต้น เพื่อไม่ให้รัฐเสียประโยชน์ดูและ Download
ค่า K กรณีผู้รับจ้างส่งงานล่าช้า และสัญญามีหลายงวดงาน
เข้าใจให้ถูกตั้งแต่ต้น เพื่อไม่ให้รัฐเสียประโยชน์ การคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้าง หรือที่เรียกกันว่า “ค่า K” เป็นเรื่องที่หลายหน่วยงานยังสับสนกันอยู่มาก โดยเฉพาะกรณีที่ผู้รับจ้าง ส่งมอบงานล่าช้ากว่าแผนงาน ความผิดพลาดที่พบเสมอคือ * เอาค่างานหลายงวดมารวมคิดทีเดียว * เอาค่างานที่ไม่เข้าเงื่อนไขมาคิดรวมด้วย * เข้าใจผิดว่าถ้าสัญญายังไม่หมดอายุ ก็ยังไม่ถือว่าล่าช้าสำหรับการคิดค่า K ทั้ง 3 เรื่องนี้ ถ้าพลาดเพียงจุดเดียว ก็อาจทำให้ทางราชการจ่ายเงินเกินจริง และเสียประโยชน์ได้มาก  ⸻ หลักสำคัญที่สุดของเรื่องนี้ 1) ค่า K ไม่ได้คิดจากยอดเบิกทั้งงวดเสมอไป ยอดที่นำมาคำนวณค่า K ต้องเป็นเฉพาะ “ค่างานที่เข้าเงื่อนไขการคิดค่า K” เท่านั้น ไม่ใช่ยอดเงินรวมทั้งหมดที่ผู้รับจ้างขอเบิกในงวดนั้น พูดง่าย ๆ คือ ถ้าในงวดนั้นมีงานบางส่วนที่ ไม่มีสูตรค่า K รองรับ หรือเป็นงานบางประเภทที่ สำนักงบประมาณไม่ได้ให้คิดค่า K ก็ต้องตัดส่วนนั้นออกก่อน แล้วค่อยเอาเฉพาะยอดที่เหลือไปคำนวณ  สรุปสั้น ๆ ไม่ใช่ยอดเบิกเท่าไร คิดค่า K ทั้งหมดเท่านั้น ต้องคัดก่อนว่า “ส่วนไหนคิดค่า K ได้” และ “ส่วนไหนคิดไม่ได้” ⸻ 2) ห้ามรวบงวดงานมาคิดทีเดียวเด็ดขาด ถ้าสัญญาแบ่งจ่ายเป็นหลายงวด ก็ต้องคิดค่า K แยกเป็นงวด ๆ ตามช่วงเวลาของงานงวดนั้น ห้ามนำค่างานทั้งโครงการมารวมเป็นก้อนเดียว แล้วไปคิดค่า K ในเดือนสุดท้าย เพราะจะทำให้ผลคำนวณผิดจากต้นทุนที่แท้จริงของแต่ละช่วงงาน และอาจทำให้รัฐต้องจ่ายเกินจริง  หลักที่ต้องจำให้ขึ้นใจ 1 งวด = 1 การคำนวณ แยกงวดเสมอ ห้ามรวบยอดทั้งโครงการมาคิดรอบเดียว ⸻ 3) เรื่อง “งานงวดช้า” กับ “ค่าปรับตามสัญญา” เป็นคนละเรื่องกัน จุดที่คนมักสับสนมากที่สุด คือไปปนกันระหว่าง * การคิดค่า K * การคิดค่าปรับตามสัญญา ทั้งสองเรื่องนี้ใช้เกณฑ์คนละแบบ  เรื่องค่าปรับตามสัญญา ให้ดูว่า พ้นวันสิ้นสุดสัญญาทั้งโครงการหรือยัง ถ้ายังไม่พ้นกำหนดสัญญา ก็อาจยังไม่เกิดค่าปรับรายวันตามสัญญา เรื่องค่า K ให้ดูที่ แผนการทำงานของแต่ละงวด หรือ Bar Chart / แผนส่งมอบงาน ถ้างวดใดกำหนดส่งเดือนหนึ่ง แต่ผู้รับจ้างไปส่งอีกเดือนหนึ่งที่ช้ากว่า สำหรับการคิดค่า K ถือว่า งวดนั้นล่าช้าแล้วทันที แม้ว่าสัญญาหลักจะยังไม่หมดอายุก็ตาม  สรุปให้จำง่ายมาก * ค่าปรับ = ดูวันครบกำหนดสัญญา * ค่า K = ดูแผนส่งมอบของแต่ละงวด สองเรื่องนี้เกี่ยวกันได้ แต่ ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ⸻ หลัก “กดดัชนี” เมื่อส่งงานช้ากว่าแผน ถ้าผู้รับจ้างส่งงาน ช้ากว่าเดือนที่ระบุไว้ในแผนของงวดนั้น หน่วยงานต้องเอาดัชนีมาเปรียบเทียบ 2 เดือน คือ * เดือนที่กำหนดตามแผน * เดือนที่ส่งมอบจริง แล้วเลือกใช้ค่า K ในเดือนที่ทำให้ทางราชการ “จ่ายเงินชดเชยน้อยที่สุด” หรือถ้าเป็นกรณีต้องหักคืน ก็ต้องเป็นเดือนที่ทำให้รัฐ “เรียกเงินคืนได้มากที่สุด”  หลักนี้มีเป้าหมายชัดเจน คือ ไม่ให้ผู้รับจ้างได้ประโยชน์จากการดึงงานให้ล่าช้า ⸻ หลัก 4% ที่ต้องจำ เอกสารต้นฉบับอธิบายไว้ชัดว่า การคิดค่า K มีเกณฑ์สำคัญดังนี้  * ถ้าค่า K มากกว่า 1.040 รัฐจ่ายเพิ่มเฉพาะส่วนที่เกิน 4% * ถ้าค่า K น้อยกว่า 0.960 รัฐหักคืนเฉพาะส่วนที่ต่ำกว่า 4% * ถ้าค่า K อยู่ระหว่าง 0.960 ถึง 1.040 ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และไม่ต้องหักคืน แปลแบบภาษาคนทำงาน ช่วง ±4% ถือเป็นช่วงที่ “ยังไม่ต้องชดเชยกัน” ⸻ ตัวอย่างที่ทำให้เห็นภาพชัดที่สุด เอกสารยกตัวอย่างโครงการก่อสร้างอาคาร วงเงินรวม 3,000,000 บาท แบ่งจ่าย 3 งวด งวดละ 1,000,000 บาท  แต่ในแต่ละงวด มีค่างานติดตั้งครุภัณฑ์สำเร็จรูปที่ ไม่เข้าเงื่อนไขค่า K อยู่ 200,000 บาท ดังนั้นยอดที่นำมาคำนวณค่า K ได้จริงในแต่ละงวด จึงเหลือเพียง 800,000 บาท เท่านั้น  วันสิ้นสุดสัญญาของทั้งโครงการคือ เดือนตุลาคม  ⸻ งวดที่ 1 * แผนกำหนดส่ง: กุมภาพันธ์ * ส่งจริง: กุมภาพันธ์ * ค่า K ของเดือนกุมภาพันธ์: 1.030  เพราะค่า K ยังไม่เกิน 1.040 จึง ไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยเพิ่ม ผลคือ 0 บาท  ⸻ งวดที่ 2 * แผนกำหนดส่ง: มิถุนายน * ส่งจริง: สิงหาคม * ค่า K เดือนตามแผน (มิถุนายน): 1.055 * ค่า K เดือนส่งจริง (สิงหาคม): 1.075  กรณีนี้แม้สัญญาทั้งโครงการยังไม่หมด แต่สำหรับงวดนี้ถือว่า ส่งช้ากว่าแผน แล้ว จึงต้องเปรียบเทียบค่า K สองเดือน และเลือกเดือนที่ทำให้รัฐเสียประโยชน์น้อยที่สุด ดังนั้นต้องเลือกใช้ เดือนมิถุนายน 1.055 ไม่ใช่เดือนสิงหาคม 1.075  ผลคำนวณตามตัวอย่างในเอกสาร รัฐจ่ายค่า K งวดนี้ 12,000 บาท  เอกสารยังชี้ให้เห็นด้วยว่า ถ้าเผลอไปใช้เดือนสิงหาคม รัฐจะต้องจ่ายถึง 28,000 บาท ในงวดนี้ ซึ่งมากเกินจริง  ⸻ งวดที่ 3 * แผนกำหนดส่ง: ตุลาคม * ส่งจริง: ธันวาคม * ค่า K เดือนตามแผน (ตุลาคม): 1.060 * ค่า K เดือนส่งจริง (ธันวาคม): 1.085  กรณีนี้ช้ากว่าแผน และยังเลยกำหนดสัญญาด้วย จึงมี 2 เรื่องเกิดพร้อมกัน คือ * เรื่องค่า K * เรื่องค่าปรับตามสัญญา แต่ต้องคำนวณแยกกัน ไม่เอามาปนกัน  สำหรับค่า K ต้องเลือกใช้เดือนที่รัฐเสียประโยชน์น้อยที่สุด จึงใช้ เดือนตุลาคม 1.060 ผลคือ รัฐจ่ายค่า K งวดนี้ 16,000 บาท  ส่วนค่าปรับตามสัญญา เพราะเลยกำหนดสัญญาแล้ว ก็ต้องไปคิดและหัก แยกต่างหาก จากค่า K  ⸻ รวมทั้งโครงการ รัฐจ่ายค่า K เท่าไร จากตัวอย่างนี้ เอกสารสรุปไว้ว่า * งวดที่ 1 = 0 บาท * งวดที่ 2 = 12,000 บาท * งวดที่ 3 = 16,000 บาท รวมทั้งโครงการ = 28,000 บาท  ⸻ ถ้าคิดผิดแบบ “รวบยอดทีเดียว” จะเสียหายแค่ไหน เอกสารเปรียบเทียบให้เห็นชัดมากว่า ถ้าหน่วยงานทำผิดโดย 1. เอายอดทั้งโครงการ 3,000,000 บาทมารวมคิดทีเดียว 2. ไม่ตัดค่างานที่ไม่เข้าเงื่อนไขออก 3. ไปใช้ดัชนีเดือนส่งจริงปลายปี คือเดือนธันวาคม 1.085 จะทำให้รัฐต้องจ่ายค่า K เป็น 135,000 บาท แทนที่จะจ่ายเพียง 28,000 บาท  เท่ากับเกิดความเสียหายถึง 107,000 บาท ในโครงการตัวอย่างนี้  เหตุผลก็เพราะ รัฐถูกบังคับให้จ่ายค่าวัสดุในอัตราสูงของปลายปี ให้กับงานที่บางส่วนสร้างเสร็จไปตั้งแต่ต้นปีแล้ว ซึ่งไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงของงานในแต่ละช่วงเวลา  ⸻ สรุปให้จำง่ายที่สุด ถ้าจะคำนวณค่า K กรณีผู้รับจ้างส่งงานล่าช้าให้ถูก ต้องยึดหลักนี้ หนึ่ง ต้องดูว่า ค่างานส่วนใดเข้าเงื่อนไขค่า K ห้ามเอายอดเบิกทั้งงวดมาคิดทั้งหมดโดยอัตโนมัติ สอง ต้อง คิดแยกเป็นงวด ห้ามรวบค่างานหลายงวดมาคิดรวมกันทีเดียว สาม ถ้าส่งงาน ช้ากว่าแผนของงวดนั้น ต้องเทียบดัชนี 2 เดือน คือ เดือนตามแผน กับ เดือนส่งจริง สี่ ต้องเลือกใช้ค่าที่ทำให้ ทางราชการเสียประโยชน์น้อยที่สุด ห้า อย่าสับสนระหว่าง ค่า K กับ ค่าปรับตามสัญญา เพราะเป็นคนละเรื่อง และต้องคิดแยกกัน ⸻ ข้อความสั้นที่สุดในแบบใช้งานจริง ค่า K ต้องคิดจากค่างานที่เข้าเงื่อนไข คิดแยกเป็นงวด และถ้าส่งช้ากว่าแผนของงวด ต้องเปรียบเทียบดัชนีระหว่างเดือนตามแผนกับเดือนส่งจริง แล้วเลือกค่าที่ทำให้รัฐเสียประโยชน์น้อยที่สุดเสมอ  ~~~~~~~~~~ แชร์ได้ , save ไว้ศึกษาส่วนตัวได้ , ห้ามดูดเนื้อหาไปโพสซ้ำหรือใช้งานที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย ~~~~~~~~~~ สนใจอบรมกับ Yotathai https://training.yotathai.com/ โครงการอบรม “การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ปี 2569” https://training.yotathai.com/ai69 โครงการอบรม “ราคากลางงานก่อสร้างและการใช้ AI ช่วยจัดทำราคากลาง” https://training.yotathai.com/con-ai โครงการอบรม “กฎหมายปกครองกับงานจ้างก่อสร้าง หลักการควบคุมงาน หลักการบริหารสัญญาจ้างก่อสร้าง และหลักการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้าง” https://training.yotathai.com/law-work .......... อบรมออนไลน์ https://yotathai.link/online-training อบรมออนไลน์ .......... https://yotathai.link/lecturer เชิญวิทยากรบรรยาย https://yotathai.link/office ติดต่อทีมงานโยธาไทย (Line@) https://yotathai.link/training สมัครอบรมกับโธาไทย https://yotathai.link/chat กลุ่มสนทนาใน Line(ฟรี) https://yotathai.link/news รับข่าวสารผ่าน Line(ฟรี) https://yotathai.link/club กลุ่มปรึกษาปัญหาใน FB(ฟรี) https://yotathai.link/fb-gp กลุ่มปรึกษาปัญหาจัดจ้างก่อสร้าง ใน FB (ฟรี) https://yotathai.link/shop ร้านค้าโยธาไทย https://yotathai.link/premix ยางมะตอยโยธาพรีมิกซ์ https://yotathai.link/alum สารส้ม-คลอรีน https://yotathai.link/program โปรแกรมคอมพิวเตอร์ https://yotathai.link/program-k โปรแกรมค่า k https://yotathai.link/program-factorf โปรแกรม Factor F https://yotathai.link/program-unitcost โปรแกรมคำนวณวัสดุมวลรวม https://yotathai.link/program-sketchup โปรแกรม SketchUp https://roadprice.yotathai.com โปรแกรม ROAD PRICE ประมาณราคางานทาง https://yotathai.link/rebars เขียนเหล็กเสริมใน SketchUp https://yotathai.link/k-cal รับคำนวณค่า K |
Categories
All
|

RSS Feed