คลังความรู้โยธาไทย 24/7/2025
เจาะลึกคำพิพากษาคดีเลือกตั้งกรรมการสภาวิศวกร สมัยที่ 8 ศาลยกฟ้อง
เจาะลึกคำพิพากษาคดีเลือกตั้งกรรมการสภาวิศวกร สมัยที่ 8 ศาลยกฟ้อง แต่ชี้กระบวนการ E-Voting มีช่องโหว่
เจาะลึกคำพิพากษาคดีเลือกตั้งกรรมการสภาวิศวกร สมัยที่ 8 ศาลยกฟ้อง แต่ชี้กระบวนการ E-Voting มีช่องโหว่
https://yotathai.link/3IIGd7h <คำพิพากษา และ เอกสารสรุปของสภาวิศวกร
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาในคดีประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งกรรมการสภาวิศวกร (สมัยที่ ซึ่งมีการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Voting) มาใช้ควบคู่กับการลงคะแนนทางไปรษณีย์ จนนำไปสู่การฟ้องร้องเพื่อขอให้เพิกถอนการเลือกตั้งทั้งหมด
ผลสุดท้ายคือ ศาลมีคำพิพากษา “ยกฟ้อง” ทำให้ผลการเลือกตั้งยังคงมีผลสมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังคำว่า “ยกฟ้อง” นั้น มีรายละเอียดและเหตุผลที่ซับซ้อน ซึ่งวงการวิศวกรควรทราบ เพื่อเป็นบทเรียนและแนวทางในการพัฒนาองค์กรต่อไป
บทความนี้จะสรุปทุกมิติของคดี ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของข้อพิพาท ไปจนถึงเหตุผลที่แท้จริงในคำพิพากษาของศาล
⸻
1. ลำดับเหตุการณ์: จากการแก้ไขข้อบังคับสู่การฟ้องร้อง
เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นจากการปรับเปลี่ยนวิธีการเลือกตั้ง และนำไปสู่ความขัดแย้งในที่สุด โดยมีลำดับเหตุการณ์สำคัญดังนี้:
การแก้ไขข้อบังคับ:
สภาวิศวกรได้แก้ไขข้อบังคับว่าด้วยการเลือกตั้งกรรมการฯ โดยเพิ่มเติมว่าการเลือกตั้งสามารถกระทำได้ทั้ง
“ทางไปรษณีย์ หรือโดยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้” ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ
การเลือกตั้งแบบ 2 ระบบ:
ในการเลือกตั้งกรรมการสมัยที่ 8 สภาวิศวกรได้จัดการเลือกตั้งทั้ง 2 รูปแบบควบคู่กัน โดยกำหนดให้สมาชิกที่ต้องการลงคะแนนทางไปรษณีย์ต้อง “แจ้งความประสงค์” เข้ามา หากไม่แจ้ง จะถูกจัดให้ไปใช้สิทธิผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์โดยอัตโนมัติ
การคัดค้านและคำวินิจฉัย:
หลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้นและมีการประกาศผล มีสมาชิกวิศวกร 4 ท่าน (ผู้ฟ้องคดี) ซึ่งไม่เห็นด้วยกับกระบวนการ ได้ยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง แต่คณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งฯ มีมติ “ยกคำร้องคัดค้าน”
การยื่นฟ้องต่อศาล:
เมื่อไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าว กลุ่มวิศวกรทั้งสี่จึงได้นำคดีขึ้นสู่ศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้เพิกถอนมติ ประกาศ และผลการเลือกตั้งทั้งหมด
⸻
2. คำวินิจฉัยของศาล: ทำไมศาลจึง “ยกฟ้อง”?
ศาลได้พิจารณาข้อกล่าวหาทั้งหมด 9 ประเด็น และได้ ยกฟ้องทุกประเด็น แต่ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 2 ส่วนหลัก
⸻
ส่วนที่หนึ่ง: ประเด็นที่ศาล ไม่รับวินิจฉัยในเนื้อหา (ประเด็นที่ 1-7)
ข้อกล่าวหาส่วนใหญ่ในช่วงต้นของคดี ถูกศาลยกฟ้องด้วยเหตุผลทางเทคนิคด้านกระบวนการ ไม่ใช่เพราะการกระทำของสภาวิศวกรถูกหรือผิดในเนื้อหา
ประเด็นที่ 1 (การออกข้อบังคับ):
ศาลไม่รับฟ้องข้อหานี้ เพราะเป็นการยื่นฟ้องเมื่อพ้นกำหนดเวลา 90 วันตามที่กฎหมายกำหนด หรือ “ขาดอายุความ”
ประเด็นที่ 2-7 (การออกมติและประกาศต่างๆ):
ศาลเห็นว่ามติที่ประชุมหรือประกาศรับสมัครต่างๆ เป็นเพียง “ขั้นตอนระหว่างทาง” ที่ยังไม่ได้กระทบสิทธิจนเกิดความเดือดร้อนเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดีโดยตรง
พวกเขายังสามารถลงสมัครและใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ศาลจึงวินิจฉัยว่า
ผู้ฟ้องคดียัง “ไม่ใช่ผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย” ที่จะมีสิทธิฟ้องในประเด็นย่อยเหล่านี้ได้
⸻
ส่วนที่สอง: ประเด็นหัวใจของคดีที่ศาลวินิจฉัยในเนื้อหา (ประเด็นที่ 8 และ 9)
นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุด เพราะศาลได้พิจารณาถึงเนื้อหาของ
“กระบวนการเลือกตั้ง E-Voting” โดยตรง
⸻
คำวินิจฉัยในประเด็นที่ 8
(ความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการ E-Voting):
สิ่งที่ศาลชี้ว่าสภาวิศวกรทำไม่ถูกต้อง:
1. ไม่มีกฎหมายลูกรองรับ:
ศาลชี้ว่าสภาวิศวกรยังไม่ได้ออกข้อบังคับที่กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้ง E-Voting ไว้เป็นการเฉพาะ มีเพียงข้อความกว้างๆ ว่าให้ทำได้เท่านั้น
2. อ้างอิงกฎหมายที่ไม่ครอบคลุม:
ศาลเห็นว่า พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ ที่สภาฯ อ้างนั้น เจตนารมณ์หลักของกฎหมายไม่ได้มุ่งหมายให้ใช้กับการเลือกตั้ง
3. ใช้มาตรฐานที่ไม่เหมาะสม:
สภาฯ อ้างอิงมาตรฐาน “ขมธอ.” (ของ ETDA) ในการสร้างระบบ
แต่ศาลชี้ว่ามาตรฐานดังกล่าวระบุข้อยกเว้นชัดเจนว่า ไม่ให้ใช้กับการเลือกตั้ง ศาลจึงเห็นว่า “ไม่เหมาะสม” ที่จะนำมาใช้
บทสรุปของศาลในส่วนนี้:
จากเหตุผลทั้งหมด ศาลจึงฟันธงว่า
การจัดการเลือกตั้งด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ของสภาวิศวกร
“เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามขั้นตอนหรือวิธีการที่กฎหมายกำหนดไว้”
⸻
แล้วทำไมศาลจึงยกฟ้อง?
แม้ศาลจะชี้ว่ากระบวนการมีข้อบกพร่อง
แต่ศาลเห็นว่า ความบกพร่องนั้นยัง “ไม่ถึงขนาด” ที่จะเป็นสาระสำคัญที่จะล้มการเลือกตั้งได้
โดยศาลให้เหตุผลว่า
ฝ่ายผู้ฟ้องคดีมีภาระต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า
ข้อบกพร่องของกระบวนการนั้น
“ส่งผลให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ ไม่ยุติธรรม หรือทำให้ผลคะแนนเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร”
แต่เมื่อฝ่ายผู้ฟ้องคดี ไม่สามารถพิสูจน์ในจุดนี้ได้
ศาลจึงยกประโยชน์ให้แก่ผลการเลือกตั้งที่ได้ดำเนินการไปแล้ว
⸻
คำวินิจฉัยในประเด็นที่ 9
(การยกคำร้องคัดค้าน):
เป็นผลสืบเนื่องมาจากประเด็นที่ 8
เมื่อศาลตัดสินว่าผลการเลือกตั้งโดยรวมยังคงสมบูรณ์
การที่คณะกรรมการฯ มีมติยกคำร้องคัดค้านของผู้ฟ้องคดีไปก่อนหน้านี้
จึงเป็นการกระทำที่ ชอบด้วยกฎหมาย
⸻
3. สรุปและนัยยะสำคัญต่อวงการวิศวกร
คำพิพากษานี้ได้ให้บทเรียนที่สำคัญอย่างยิ่ง
แม้ผลลัพธ์คือ “ยกฟ้อง” และคณะกรรมการสภาวิศวกร สมัยที่ 8 จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้
แต่เนื้อหาในคำพิพากษาได้ชี้ให้เห็นถึง “ความบกพร่อง”
ในการเตรียมการและการดำเนินการเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ของสภาวิศวกรอย่างชัดเจน
ดังนั้น สิ่งที่วงการวิศวกรต้องตระหนักและผลักดันต่อไปคือ…
การสร้างหลักประกันว่าการเลือกตั้งในอนาคตจะต้องมี
กฎ กติกา และข้อบังคับที่รัดกุม
ชัดเจนและเหมาะสม รองรับการใช้เทคโนโลยี
เพื่อให้กระบวนการมีความโปร่งใส
สร้างความเชื่อมั่นให้แก่สมาชิก
และป้องกันไม่ให้เกิดข้อพิพาทในลักษณะเดียวกันนี้ขึ้นอีกในอนาคต
อันเป็นรากฐานสำคัญของ “ธรรมาภิบาล”
ในองค์กรวิชาชีพของเรา
⸻
เรียบเรียงโดย Aphisit Maksuwan
สมาชิกสภาวิศวกรคนหนึ่ง
https://yotathai.link/3IIGd7h <คำพิพากษา และ เอกสารสรุปของสภาวิศวกร
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาในคดีประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งกรรมการสภาวิศวกร (สมัยที่ ซึ่งมีการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Voting) มาใช้ควบคู่กับการลงคะแนนทางไปรษณีย์ จนนำไปสู่การฟ้องร้องเพื่อขอให้เพิกถอนการเลือกตั้งทั้งหมด
ผลสุดท้ายคือ ศาลมีคำพิพากษา “ยกฟ้อง” ทำให้ผลการเลือกตั้งยังคงมีผลสมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังคำว่า “ยกฟ้อง” นั้น มีรายละเอียดและเหตุผลที่ซับซ้อน ซึ่งวงการวิศวกรควรทราบ เพื่อเป็นบทเรียนและแนวทางในการพัฒนาองค์กรต่อไป
บทความนี้จะสรุปทุกมิติของคดี ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของข้อพิพาท ไปจนถึงเหตุผลที่แท้จริงในคำพิพากษาของศาล
⸻
1. ลำดับเหตุการณ์: จากการแก้ไขข้อบังคับสู่การฟ้องร้อง
เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นจากการปรับเปลี่ยนวิธีการเลือกตั้ง และนำไปสู่ความขัดแย้งในที่สุด โดยมีลำดับเหตุการณ์สำคัญดังนี้:
การแก้ไขข้อบังคับ:
สภาวิศวกรได้แก้ไขข้อบังคับว่าด้วยการเลือกตั้งกรรมการฯ โดยเพิ่มเติมว่าการเลือกตั้งสามารถกระทำได้ทั้ง
“ทางไปรษณีย์ หรือโดยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้” ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ
การเลือกตั้งแบบ 2 ระบบ:
ในการเลือกตั้งกรรมการสมัยที่ 8 สภาวิศวกรได้จัดการเลือกตั้งทั้ง 2 รูปแบบควบคู่กัน โดยกำหนดให้สมาชิกที่ต้องการลงคะแนนทางไปรษณีย์ต้อง “แจ้งความประสงค์” เข้ามา หากไม่แจ้ง จะถูกจัดให้ไปใช้สิทธิผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์โดยอัตโนมัติ
การคัดค้านและคำวินิจฉัย:
หลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้นและมีการประกาศผล มีสมาชิกวิศวกร 4 ท่าน (ผู้ฟ้องคดี) ซึ่งไม่เห็นด้วยกับกระบวนการ ได้ยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง แต่คณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งฯ มีมติ “ยกคำร้องคัดค้าน”
การยื่นฟ้องต่อศาล:
เมื่อไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าว กลุ่มวิศวกรทั้งสี่จึงได้นำคดีขึ้นสู่ศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้เพิกถอนมติ ประกาศ และผลการเลือกตั้งทั้งหมด
⸻
2. คำวินิจฉัยของศาล: ทำไมศาลจึง “ยกฟ้อง”?
ศาลได้พิจารณาข้อกล่าวหาทั้งหมด 9 ประเด็น และได้ ยกฟ้องทุกประเด็น แต่ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 2 ส่วนหลัก
⸻
ส่วนที่หนึ่ง: ประเด็นที่ศาล ไม่รับวินิจฉัยในเนื้อหา (ประเด็นที่ 1-7)
ข้อกล่าวหาส่วนใหญ่ในช่วงต้นของคดี ถูกศาลยกฟ้องด้วยเหตุผลทางเทคนิคด้านกระบวนการ ไม่ใช่เพราะการกระทำของสภาวิศวกรถูกหรือผิดในเนื้อหา
ประเด็นที่ 1 (การออกข้อบังคับ):
ศาลไม่รับฟ้องข้อหานี้ เพราะเป็นการยื่นฟ้องเมื่อพ้นกำหนดเวลา 90 วันตามที่กฎหมายกำหนด หรือ “ขาดอายุความ”
ประเด็นที่ 2-7 (การออกมติและประกาศต่างๆ):
ศาลเห็นว่ามติที่ประชุมหรือประกาศรับสมัครต่างๆ เป็นเพียง “ขั้นตอนระหว่างทาง” ที่ยังไม่ได้กระทบสิทธิจนเกิดความเดือดร้อนเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดีโดยตรง
พวกเขายังสามารถลงสมัครและใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ศาลจึงวินิจฉัยว่า
ผู้ฟ้องคดียัง “ไม่ใช่ผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย” ที่จะมีสิทธิฟ้องในประเด็นย่อยเหล่านี้ได้
⸻
ส่วนที่สอง: ประเด็นหัวใจของคดีที่ศาลวินิจฉัยในเนื้อหา (ประเด็นที่ 8 และ 9)
นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุด เพราะศาลได้พิจารณาถึงเนื้อหาของ
“กระบวนการเลือกตั้ง E-Voting” โดยตรง
⸻
คำวินิจฉัยในประเด็นที่ 8
(ความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการ E-Voting):
สิ่งที่ศาลชี้ว่าสภาวิศวกรทำไม่ถูกต้อง:
1. ไม่มีกฎหมายลูกรองรับ:
ศาลชี้ว่าสภาวิศวกรยังไม่ได้ออกข้อบังคับที่กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้ง E-Voting ไว้เป็นการเฉพาะ มีเพียงข้อความกว้างๆ ว่าให้ทำได้เท่านั้น
2. อ้างอิงกฎหมายที่ไม่ครอบคลุม:
ศาลเห็นว่า พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ ที่สภาฯ อ้างนั้น เจตนารมณ์หลักของกฎหมายไม่ได้มุ่งหมายให้ใช้กับการเลือกตั้ง
3. ใช้มาตรฐานที่ไม่เหมาะสม:
สภาฯ อ้างอิงมาตรฐาน “ขมธอ.” (ของ ETDA) ในการสร้างระบบ
แต่ศาลชี้ว่ามาตรฐานดังกล่าวระบุข้อยกเว้นชัดเจนว่า ไม่ให้ใช้กับการเลือกตั้ง ศาลจึงเห็นว่า “ไม่เหมาะสม” ที่จะนำมาใช้
บทสรุปของศาลในส่วนนี้:
จากเหตุผลทั้งหมด ศาลจึงฟันธงว่า
การจัดการเลือกตั้งด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ของสภาวิศวกร
“เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามขั้นตอนหรือวิธีการที่กฎหมายกำหนดไว้”
⸻
แล้วทำไมศาลจึงยกฟ้อง?
แม้ศาลจะชี้ว่ากระบวนการมีข้อบกพร่อง
แต่ศาลเห็นว่า ความบกพร่องนั้นยัง “ไม่ถึงขนาด” ที่จะเป็นสาระสำคัญที่จะล้มการเลือกตั้งได้
โดยศาลให้เหตุผลว่า
ฝ่ายผู้ฟ้องคดีมีภาระต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า
ข้อบกพร่องของกระบวนการนั้น
“ส่งผลให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ ไม่ยุติธรรม หรือทำให้ผลคะแนนเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร”
แต่เมื่อฝ่ายผู้ฟ้องคดี ไม่สามารถพิสูจน์ในจุดนี้ได้
ศาลจึงยกประโยชน์ให้แก่ผลการเลือกตั้งที่ได้ดำเนินการไปแล้ว
⸻
คำวินิจฉัยในประเด็นที่ 9
(การยกคำร้องคัดค้าน):
เป็นผลสืบเนื่องมาจากประเด็นที่ 8
เมื่อศาลตัดสินว่าผลการเลือกตั้งโดยรวมยังคงสมบูรณ์
การที่คณะกรรมการฯ มีมติยกคำร้องคัดค้านของผู้ฟ้องคดีไปก่อนหน้านี้
จึงเป็นการกระทำที่ ชอบด้วยกฎหมาย
⸻
3. สรุปและนัยยะสำคัญต่อวงการวิศวกร
คำพิพากษานี้ได้ให้บทเรียนที่สำคัญอย่างยิ่ง
แม้ผลลัพธ์คือ “ยกฟ้อง” และคณะกรรมการสภาวิศวกร สมัยที่ 8 จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้
แต่เนื้อหาในคำพิพากษาได้ชี้ให้เห็นถึง “ความบกพร่อง”
ในการเตรียมการและการดำเนินการเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ของสภาวิศวกรอย่างชัดเจน
ดังนั้น สิ่งที่วงการวิศวกรต้องตระหนักและผลักดันต่อไปคือ…
การสร้างหลักประกันว่าการเลือกตั้งในอนาคตจะต้องมี
กฎ กติกา และข้อบังคับที่รัดกุม
ชัดเจนและเหมาะสม รองรับการใช้เทคโนโลยี
เพื่อให้กระบวนการมีความโปร่งใส
สร้างความเชื่อมั่นให้แก่สมาชิก
และป้องกันไม่ให้เกิดข้อพิพาทในลักษณะเดียวกันนี้ขึ้นอีกในอนาคต
อันเป็นรากฐานสำคัญของ “ธรรมาภิบาล”
ในองค์กรวิชาชีพของเรา
⸻
เรียบเรียงโดย Aphisit Maksuwan
สมาชิกสภาวิศวกรคนหนึ่ง


