คลังความรู้โยธาไทย 31/3/2025
ตึก สตง. ถล่มขณะก่อสร้างจากเหตุแผ่นดินไหว… ผู้รับจ้างยังต้องทำงานให้เสร็จอยู่ดี
ตึก สตง. ถล่มขณะก่อสร้างจากเหตุแผ่นดินไหว… ผู้รับจ้างยังต้องทำงานให้เสร็จอยู่ดี แม้จะเกิดเหตุสุดวิสัย เพราะนี่คือหน้าที่ตามสัญญาและกฎหมายไทย
ตึก สตง. ถล่มขณะก่อสร้างจากเหตุแผ่นดินไหว… ผู้รับจ้างยังต้องทำงานให้เสร็จอยู่ดี แม้จะเกิดเหตุสุดวิสัย เพราะนี่คือหน้าที่ตามสัญญาและกฎหมายไทย
⸻
ข่าว ตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่ม สร้างไปได้เพียง 30% ก็พังลงมา
บางคนรีบสรุปว่า “แผ่นดินไหวทำพัง”
บางคนก็พูดว่า “อาจเป็นเหตุสุดวิสัย ผู้รับจ้างไม่ผิด”
แต่ในมุมของผม…
เรื่องนี้ไม่ควรมองแค่เหตุการณ์ แต่ต้องมอง จากหลักกฎหมายแพ่งของไทย และจากสัญญาจ้างก่อสร้างภาครัฐที่ใช้อยู่จริง
เพราะแม้จะเป็น “สัญญาจ้างภาครัฐ” ที่ต้องปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
แต่ก็ยังอิงจาก “หลักกฎหมายแพ่ง” เป็นรากฐานของความรับผิดอยู่ดี
⸻
1. มาตรา 587: ทำงานไม่เสร็จ = ยังไม่มีสิทธิ์ได้ค่าจ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 บัญญัติไว้ชัดว่า…
“อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้รับจ้าง ตกลงรับจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น”
หลักการตรงไปตรงมาเลยคือ
ผู้รับจ้างจะมีสิทธิ์ได้รับค่าจ้าง ก็ต่อเมื่อทำงานจนเสร็จแล้วเท่านั้น
งานยังไม่เสร็จ = ยังไม่มีสิทธิในค่าจ้าง
นี่คือแก่นของ “สัญญาจ้างทำของ” ในกฎหมายแพ่งไทย
⸻
2. มาตรา 603: งานยังไม่ส่งมอบ พังกลางระหว่างก่อสร้าง = ตกเป็นพับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 603 ระบุไว้ว่า…
“ถ้าผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาสัมภาระ และการที่จ้างทำนั้นพังทลายหรือบุบสลายลงก่อน ได้ส่งมอบกันถูกต้องไซร้ ท่านว่าความวินาศอันนั้นตกเป็นพับแก่ผู้รับจ้าง หากความวินาศนั้นมิได้เป็นเพราะการกระทำของผู้ว่าจ้าง ในกรณีเช่นว่านี้สินจ้างก็เป็นอันไม่ต้องใช้”
คำว่า “ตกเป็นพับ” ในที่นี้ หมายถึง
“ผู้รับจ้างจะ ไม่มีสิทธิ์ได้รับค่าจ้างเลย สำหรับงานที่พังไปก่อนส่งมอบ แม้จะเกิดจากเหตุสุดวิสัยก็ตาม”
สั้น ๆ คือ…
งานยังไม่เสร็จ และพังไป → ก็ไม่มีสิทธิ์ได้เงินเลย
ถ้าไม่ได้เกิดจากความผิดของผู้ว่าจ้าง
และในกรณีนี้ ผู้รับจ้างของ สตง. เป็นฝ่ายจัดหาวัสดุเอง ตามที่ระบุไว้ในสัญญาข้อ 1
ตึกพังขณะก่อสร้างจากเหตุแผ่นดินไหว = เข้าข่ายตามมาตรา 603 เต็ม ๆ
เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่า ผู้ว่าจ้างเป็นฝ่ายผิด
⸻
3. มาตรา 8: แผ่นดินไหว = เหตุสุดวิสัย… จริงหรือ?
มาตรา 8 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติว่า…
“คำว่า ‘เหตุสุดวิสัย’ หมายความว่า เหตุใด ๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี เป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้ แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้น จะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น”
ตามหลักนี้ “แผ่นดินไหว” ถือว่าเป็น เหตุสุดวิสัยโดยตัวของมันเอง
แต่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมว่า…
“แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้น มีความรุนแรงพอที่จะทำให้อาคารพังได้จริงหรือไม่?”
เพราะความจริงคือ…
ไม่มีอาคารหลังอื่นในประเทศ—ทั้งอาคารสูง หรือที่กำลังก่อสร้างในพื้นที่เดียวกัน—ถล่มลงมาพร้อมกับตึกนี้
มีเพียง “ตึกนี้” ที่พังในเหตุการณ์เดียวกัน
จึงยังไม่ควรรีบด่วนสรุปว่า “แผ่นดินไหวคือสาเหตุแน่ ๆ”
ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงก่อนว่า ตึกนี้มีจุดอ่อนใดที่ทำให้ถล่มหรือไม่
⸻
4. สัญญาจ้างก่อสร้างภาครัฐก็ระบุชัด ไม่ว่าด้วยเหตุใด ผู้รับจ้างยังต้องรับผิด
https://yotathai.link/w-1052 <สัญญาจ้างก่อสร้าง
ข้อ 11 วรรคสอง ของสัญญาจ้างก่อสร้างภาครัฐ (ซึ่งกำหนดโดย มาตรา 93 แห่งพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ) เขียนไว้ว่า…
“ความเสียหายใด ๆ อันเกิดแก่งานที่ผู้รับจ้างได้ทำขึ้น แม้จะเกิดขึ้นเพราะเหตุสุดวิสัยก็ตาม ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบโดยซ่อมแซมให้คืนดีหรือเปลี่ยนให้ใหม่โดยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง เว้นแต่ ความเสียหายนั้นเกิดจากความผิดของผู้ว่าจ้าง ทั้งนี้ ความรับผิดของผู้รับจ้างดังกล่าวในข้อนี้จะสิ้นสุดลง เมื่อผู้ว่าจ้างได้รับมอบงานครั้งสุดท้าย ซึ่งหลังจากนั้นผู้รับจ้างคงต้องรับผิดเพียงในกรณีชำรุดบกพร่อง หรือความเสียหายดังกล่าวในข้อ 8 เท่านั้น”
แปลไทยเป็นไทย
งานยังไม่เสร็จ → พัง = ผู้รับจ้างต้องซ่อมให้เสร็จเอง
แม้จะเกิดจากเหตุสุดวิสัยก็ตาม
และความรับผิดของผู้รับจ้างจะ “สิ้นสุด” ก็ต่อเมื่อ…
ผู้ว่าจ้างรับมอบงาน “ครั้งสุดท้าย” เท่านั้น
แม้ในงวดงานก่อนหน้าที่ตรวจรับไปแล้ว หากตึกยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างโดยรวม และยังไม่ได้รับมอบครั้งสุดท้าย หากตึกพัง ผู้รับจ้างก็ยังต้องรับผิดชอบสร้างใหม่ทั้งหมดตามข้อ 11 เช่นเดิม
เพราะข้อ 11 วรรคสอง วางหลักไว้ว่า ความรับผิดของผู้รับจ้างจะสิ้นสุด “เมื่อมีการรับมอบงานครั้งสุดท้ายเท่านั้น” ไม่ใช่เมื่องวดงานใดงวดงานหนึ่งได้รับการตรวจรับไปแล้ว
⸻
5. ถ้าผิดจากแบบแปลน = ไม่ใช่ความผิดผู้รับจ้าง
ถ้าสาเหตุเกิดจากแบบแปลนที่ผิดพลาด เช่น…
• โครงสร้างไม่รองรับแรงสั่น
• คำนวณไม่ถูกต้อง
• หรือแบบขัดหลักวิศวกรรม
ผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิด
แต่จะโยนความรับผิดไปที่
ผู้ออกแบบสถาปนิก วิศวกรผู้คำนวณ บริษัทที่ให้บริการออกแบบ
ต้องพิสูจน์ ให้ชัดเจนว่า “แบบผิด” ถึงจะพ้นผิดได้
⸻
6. แล้วถ้าเกิดจากการก่อสร้างผิด?
ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่า
• ใช้วัสดุไม่ได้มาตรฐาน
• ทำงานไม่ตามแบบ
• หรือก่อสร้างประมาทเลินเล่อ
ผู้รับจ้างต้องรับผิดเต็ม ๆ
และต้อง ก่อสร้างใหม่จนแล้วเสร็จ โดยไม่เรียกค่าจ้างเพิ่ม
เพราะตามทั้ง กฎหมายแพ่งและสัญญาภาครัฐ → งานยังไม่เสร็จ = ไม่มีสิทธิ์ได้เงิน
⸻
7. สตง. ต้องทำอย่างไร?
ยังไม่ควรรีบบอกเลิกสัญญา
แต่ควรทำสิ่งเหล่านี้ทันที:
• ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบที่มีผู้เชี่ยวชาญ
• ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด
• ถ้าเกิดจากฝ่ายผู้รับจ้าง → สั่งให้ทำงานต่อ
• ถ้าเกิดจากแบบแปลน → ดำเนินการเอาผิดผู้ออกแบบตามลำดับ
เพราะอาคารนี้สร้างเพื่อเป็น ที่ทำการของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน
และต้องเสร็จเพื่อใช้ตรวจเงินแผ่นดินของประเทศ
ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำให้เสร็จ
⸻
สรุปชัด ๆ สั้น ๆ เข้าใจง่าย
• มาตรา 587 → ผู้รับจ้างต้องทำงานให้เสร็จ
• มาตรา 603 → ถ้างานยังไม่ส่งมอบ แล้วพัง ผู้รับจ้าง “ตกเป็นพับ” = ไม่ได้เงิน
• มาตรา 8 → แผ่นดินไหวคือเหตุสุดวิสัย แต่ต้องพิสูจน์ว่าเป็นเหตุแท้จริง
• สัญญาจ้างข้อ 11 วรรคสอง → แม้เกิดเหตุสุดวิสัย ผู้รับจ้างยังต้องทำงานให้เสร็จจนกว่าจะมีการรับมอบงานครั้งสุดท้าย
นี่คือหน้าที่ตามกฎหมายและสัญญา ไม่ใช่เรื่องของความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ
นี่คือหลักของกฎหมายไทย ที่ทั้งรัฐและเอกชนต้องเคารพร่วมกัน
– ช่างถึก โยธาไทย –
~~~~~~~~~~
แชร์ได้ , save ไว้ศึกษาส่วนตัวได้ , ห้ามนำไปโพสซ้ำหรือใช้งานที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย
~~~~~~~~~~
อบรมกับโยธาไทย
1. อบรมราคากลางและค่า K
https://training.yotathai.com/con-k
2. อบรมการจัดทำราคากลาง +ว452 +ว124
https://training.yotathai.com/w452
3. อบรมหลักการควบคุมงาน บริหารสัญญา
https://training.yotathai.com/work
4. อบรมกฎหมายปกครองกับงานจ้างก่อสร้าง หลักการควบคุมงาน บริหารสัญญา และตรวจรับ
https://training.yotathai.com/law-work
5. อบรม AI กับงานก่อสร้างและบริหารงานก่อสร้าง
https://training.yotathai.com/ai
6. อบรมราคากลางงานก่อสร้างและสัญญาจ้างก่อสร้าง
https://training.yotathai.com/contract
7. อบรม SketchUp BIM + LayOut
https://training.yotathai.com/sketchup
..........
อบรมออนไลน์
https://yotathai.link/online-training อบรมออนไลน์
..........
https://yotathai.link/lecturer เชิญวิทยากรบรรยาย
https://yotathai.link/office ติดต่อทีมงานโยธาไทย (Line@)
https://yotathai.link/training สมัครอบรมกับโธาไทย
https://yotathai.link/chat กลุ่มสนทนาใน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/news รับข่าวสารผ่าน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/club กลุ่มปรึกษาปัญหาใน FB(ฟรี)
https://yotathai.link/fb-gp กลุ่มปรึกษาปัญหาจัดจ้างก่อสร้าง ใน FB (ฟรี)
https://yotathai.link/shop ร้านค้าโยธาไทย
https://yotathai.link/premix ยางมะตอยโยธาพรีมิกซ์
https://yotathai.link/alum สารส้ม-คลอรีน
https://yotathai.link/program โปรแกรมคอมพิวเตอร์
https://yotathai.link/program-k โปรแกรมค่า k
https://yotathai.link/program-factorf โปรแกรม Factor F
https://yotathai.link/program-unitcost โปรแกรมคำนวณวัสดุมวลรวม
https://yotathai.link/program-sketchup โปรแกรม SketchUp
https://roadprice.yotathai.com โปรแกรม ROAD PRICE ประมาณราคางานทาง
https://yotathai.link/rebars เขียนเหล็กเสริมใน SketchUp
https://yotathai.link/k-cal รับคำนวณค่า K
⸻
ข่าว ตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่ม สร้างไปได้เพียง 30% ก็พังลงมา
บางคนรีบสรุปว่า “แผ่นดินไหวทำพัง”
บางคนก็พูดว่า “อาจเป็นเหตุสุดวิสัย ผู้รับจ้างไม่ผิด”
แต่ในมุมของผม…
เรื่องนี้ไม่ควรมองแค่เหตุการณ์ แต่ต้องมอง จากหลักกฎหมายแพ่งของไทย และจากสัญญาจ้างก่อสร้างภาครัฐที่ใช้อยู่จริง
เพราะแม้จะเป็น “สัญญาจ้างภาครัฐ” ที่ต้องปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
แต่ก็ยังอิงจาก “หลักกฎหมายแพ่ง” เป็นรากฐานของความรับผิดอยู่ดี
⸻
1. มาตรา 587: ทำงานไม่เสร็จ = ยังไม่มีสิทธิ์ได้ค่าจ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 บัญญัติไว้ชัดว่า…
“อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้รับจ้าง ตกลงรับจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น”
หลักการตรงไปตรงมาเลยคือ
ผู้รับจ้างจะมีสิทธิ์ได้รับค่าจ้าง ก็ต่อเมื่อทำงานจนเสร็จแล้วเท่านั้น
งานยังไม่เสร็จ = ยังไม่มีสิทธิในค่าจ้าง
นี่คือแก่นของ “สัญญาจ้างทำของ” ในกฎหมายแพ่งไทย
⸻
2. มาตรา 603: งานยังไม่ส่งมอบ พังกลางระหว่างก่อสร้าง = ตกเป็นพับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 603 ระบุไว้ว่า…
“ถ้าผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาสัมภาระ และการที่จ้างทำนั้นพังทลายหรือบุบสลายลงก่อน ได้ส่งมอบกันถูกต้องไซร้ ท่านว่าความวินาศอันนั้นตกเป็นพับแก่ผู้รับจ้าง หากความวินาศนั้นมิได้เป็นเพราะการกระทำของผู้ว่าจ้าง ในกรณีเช่นว่านี้สินจ้างก็เป็นอันไม่ต้องใช้”
คำว่า “ตกเป็นพับ” ในที่นี้ หมายถึง
“ผู้รับจ้างจะ ไม่มีสิทธิ์ได้รับค่าจ้างเลย สำหรับงานที่พังไปก่อนส่งมอบ แม้จะเกิดจากเหตุสุดวิสัยก็ตาม”
สั้น ๆ คือ…
งานยังไม่เสร็จ และพังไป → ก็ไม่มีสิทธิ์ได้เงินเลย
ถ้าไม่ได้เกิดจากความผิดของผู้ว่าจ้าง
และในกรณีนี้ ผู้รับจ้างของ สตง. เป็นฝ่ายจัดหาวัสดุเอง ตามที่ระบุไว้ในสัญญาข้อ 1
ตึกพังขณะก่อสร้างจากเหตุแผ่นดินไหว = เข้าข่ายตามมาตรา 603 เต็ม ๆ
เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่า ผู้ว่าจ้างเป็นฝ่ายผิด
⸻
3. มาตรา 8: แผ่นดินไหว = เหตุสุดวิสัย… จริงหรือ?
มาตรา 8 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติว่า…
“คำว่า ‘เหตุสุดวิสัย’ หมายความว่า เหตุใด ๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี เป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้ แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้น จะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น”
ตามหลักนี้ “แผ่นดินไหว” ถือว่าเป็น เหตุสุดวิสัยโดยตัวของมันเอง
แต่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมว่า…
“แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้น มีความรุนแรงพอที่จะทำให้อาคารพังได้จริงหรือไม่?”
เพราะความจริงคือ…
ไม่มีอาคารหลังอื่นในประเทศ—ทั้งอาคารสูง หรือที่กำลังก่อสร้างในพื้นที่เดียวกัน—ถล่มลงมาพร้อมกับตึกนี้
มีเพียง “ตึกนี้” ที่พังในเหตุการณ์เดียวกัน
จึงยังไม่ควรรีบด่วนสรุปว่า “แผ่นดินไหวคือสาเหตุแน่ ๆ”
ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงก่อนว่า ตึกนี้มีจุดอ่อนใดที่ทำให้ถล่มหรือไม่
⸻
4. สัญญาจ้างก่อสร้างภาครัฐก็ระบุชัด ไม่ว่าด้วยเหตุใด ผู้รับจ้างยังต้องรับผิด
https://yotathai.link/w-1052 <สัญญาจ้างก่อสร้าง
ข้อ 11 วรรคสอง ของสัญญาจ้างก่อสร้างภาครัฐ (ซึ่งกำหนดโดย มาตรา 93 แห่งพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ) เขียนไว้ว่า…
“ความเสียหายใด ๆ อันเกิดแก่งานที่ผู้รับจ้างได้ทำขึ้น แม้จะเกิดขึ้นเพราะเหตุสุดวิสัยก็ตาม ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบโดยซ่อมแซมให้คืนดีหรือเปลี่ยนให้ใหม่โดยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง เว้นแต่ ความเสียหายนั้นเกิดจากความผิดของผู้ว่าจ้าง ทั้งนี้ ความรับผิดของผู้รับจ้างดังกล่าวในข้อนี้จะสิ้นสุดลง เมื่อผู้ว่าจ้างได้รับมอบงานครั้งสุดท้าย ซึ่งหลังจากนั้นผู้รับจ้างคงต้องรับผิดเพียงในกรณีชำรุดบกพร่อง หรือความเสียหายดังกล่าวในข้อ 8 เท่านั้น”
แปลไทยเป็นไทย
งานยังไม่เสร็จ → พัง = ผู้รับจ้างต้องซ่อมให้เสร็จเอง
แม้จะเกิดจากเหตุสุดวิสัยก็ตาม
และความรับผิดของผู้รับจ้างจะ “สิ้นสุด” ก็ต่อเมื่อ…
ผู้ว่าจ้างรับมอบงาน “ครั้งสุดท้าย” เท่านั้น
แม้ในงวดงานก่อนหน้าที่ตรวจรับไปแล้ว หากตึกยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างโดยรวม และยังไม่ได้รับมอบครั้งสุดท้าย หากตึกพัง ผู้รับจ้างก็ยังต้องรับผิดชอบสร้างใหม่ทั้งหมดตามข้อ 11 เช่นเดิม
เพราะข้อ 11 วรรคสอง วางหลักไว้ว่า ความรับผิดของผู้รับจ้างจะสิ้นสุด “เมื่อมีการรับมอบงานครั้งสุดท้ายเท่านั้น” ไม่ใช่เมื่องวดงานใดงวดงานหนึ่งได้รับการตรวจรับไปแล้ว
⸻
5. ถ้าผิดจากแบบแปลน = ไม่ใช่ความผิดผู้รับจ้าง
ถ้าสาเหตุเกิดจากแบบแปลนที่ผิดพลาด เช่น…
• โครงสร้างไม่รองรับแรงสั่น
• คำนวณไม่ถูกต้อง
• หรือแบบขัดหลักวิศวกรรม
ผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิด
แต่จะโยนความรับผิดไปที่
ผู้ออกแบบสถาปนิก วิศวกรผู้คำนวณ บริษัทที่ให้บริการออกแบบ
ต้องพิสูจน์ ให้ชัดเจนว่า “แบบผิด” ถึงจะพ้นผิดได้
⸻
6. แล้วถ้าเกิดจากการก่อสร้างผิด?
ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่า
• ใช้วัสดุไม่ได้มาตรฐาน
• ทำงานไม่ตามแบบ
• หรือก่อสร้างประมาทเลินเล่อ
ผู้รับจ้างต้องรับผิดเต็ม ๆ
และต้อง ก่อสร้างใหม่จนแล้วเสร็จ โดยไม่เรียกค่าจ้างเพิ่ม
เพราะตามทั้ง กฎหมายแพ่งและสัญญาภาครัฐ → งานยังไม่เสร็จ = ไม่มีสิทธิ์ได้เงิน
⸻
7. สตง. ต้องทำอย่างไร?
ยังไม่ควรรีบบอกเลิกสัญญา
แต่ควรทำสิ่งเหล่านี้ทันที:
• ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบที่มีผู้เชี่ยวชาญ
• ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด
• ถ้าเกิดจากฝ่ายผู้รับจ้าง → สั่งให้ทำงานต่อ
• ถ้าเกิดจากแบบแปลน → ดำเนินการเอาผิดผู้ออกแบบตามลำดับ
เพราะอาคารนี้สร้างเพื่อเป็น ที่ทำการของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน
และต้องเสร็จเพื่อใช้ตรวจเงินแผ่นดินของประเทศ
ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำให้เสร็จ
⸻
สรุปชัด ๆ สั้น ๆ เข้าใจง่าย
• มาตรา 587 → ผู้รับจ้างต้องทำงานให้เสร็จ
• มาตรา 603 → ถ้างานยังไม่ส่งมอบ แล้วพัง ผู้รับจ้าง “ตกเป็นพับ” = ไม่ได้เงิน
• มาตรา 8 → แผ่นดินไหวคือเหตุสุดวิสัย แต่ต้องพิสูจน์ว่าเป็นเหตุแท้จริง
• สัญญาจ้างข้อ 11 วรรคสอง → แม้เกิดเหตุสุดวิสัย ผู้รับจ้างยังต้องทำงานให้เสร็จจนกว่าจะมีการรับมอบงานครั้งสุดท้าย
นี่คือหน้าที่ตามกฎหมายและสัญญา ไม่ใช่เรื่องของความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ
นี่คือหลักของกฎหมายไทย ที่ทั้งรัฐและเอกชนต้องเคารพร่วมกัน
– ช่างถึก โยธาไทย –
~~~~~~~~~~
แชร์ได้ , save ไว้ศึกษาส่วนตัวได้ , ห้ามนำไปโพสซ้ำหรือใช้งานที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย
~~~~~~~~~~
อบรมกับโยธาไทย
1. อบรมราคากลางและค่า K
https://training.yotathai.com/con-k
2. อบรมการจัดทำราคากลาง +ว452 +ว124
https://training.yotathai.com/w452
3. อบรมหลักการควบคุมงาน บริหารสัญญา
https://training.yotathai.com/work
4. อบรมกฎหมายปกครองกับงานจ้างก่อสร้าง หลักการควบคุมงาน บริหารสัญญา และตรวจรับ
https://training.yotathai.com/law-work
5. อบรม AI กับงานก่อสร้างและบริหารงานก่อสร้าง
https://training.yotathai.com/ai
6. อบรมราคากลางงานก่อสร้างและสัญญาจ้างก่อสร้าง
https://training.yotathai.com/contract
7. อบรม SketchUp BIM + LayOut
https://training.yotathai.com/sketchup
..........
อบรมออนไลน์
https://yotathai.link/online-training อบรมออนไลน์
..........
https://yotathai.link/lecturer เชิญวิทยากรบรรยาย
https://yotathai.link/office ติดต่อทีมงานโยธาไทย (Line@)
https://yotathai.link/training สมัครอบรมกับโธาไทย
https://yotathai.link/chat กลุ่มสนทนาใน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/news รับข่าวสารผ่าน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/club กลุ่มปรึกษาปัญหาใน FB(ฟรี)
https://yotathai.link/fb-gp กลุ่มปรึกษาปัญหาจัดจ้างก่อสร้าง ใน FB (ฟรี)
https://yotathai.link/shop ร้านค้าโยธาไทย
https://yotathai.link/premix ยางมะตอยโยธาพรีมิกซ์
https://yotathai.link/alum สารส้ม-คลอรีน
https://yotathai.link/program โปรแกรมคอมพิวเตอร์
https://yotathai.link/program-k โปรแกรมค่า k
https://yotathai.link/program-factorf โปรแกรม Factor F
https://yotathai.link/program-unitcost โปรแกรมคำนวณวัสดุมวลรวม
https://yotathai.link/program-sketchup โปรแกรม SketchUp
https://roadprice.yotathai.com โปรแกรม ROAD PRICE ประมาณราคางานทาง
https://yotathai.link/rebars เขียนเหล็กเสริมใน SketchUp
https://yotathai.link/k-cal รับคำนวณค่า K


