ด่วนที่สุด ที่ นร 0719.1/ว 233 ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2569 · เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เรื่อง มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับกลุ่มคู่สัญญาภาครัฐที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ระวังเข้าใจผิด: ว233 ไม่ได้ขยายเวลาให้ยื่นขอค่า K ได้ถึง 29 ธันวาคม 2569 ทุกกรณี ถ้าส่งมอบงานงวดสุดท้ายไปแล้ว ยังต้องยื่นภายใน 90 วันนับถัดจากวันส่งมอบงานงวดสุดท้ายเหมือนเดิม รอจนเลยกำหนดนั้น = หมดสิทธิได้เงินเพิ่มค่า K ทั้งสัญญา
กำหนด 90 วันในเรื่องค่า K มี 2 ชุด คนละเรื่องกัน ผู้รับจ้างต้องรักษาให้ครบทั้งคู่ ไม่ใช่เลือกใช้อันใดอันหนึ่งตามสะดวก
⏰ นาฬิกาเรือนที่ 1
สิทธิเรียกร้องค่า K ตามสัญญาเดิม
เริ่มนับ ถัดจากวันส่งมอบงานงวดสุดท้าย ต้องยื่นภายใน 90 วัน
พ้นกำหนด = หมดสิทธิเรียกร้องเงินเพิ่มค่า K
ตามมติคณะรัฐมนตรี 22 สิงหาคม 2532 แจ้งตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0203/ว 109 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2532
⏰ นาฬิกาเรือนที่ 2
เส้นตายการใช้สิทธิตาม ว190
สิทธินี้ ย้อนหลัง ไปถึงงวดงานที่ส่งมอบ หรือสัญญาที่ลงนาม ตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2569ซึ่งเป็นวันก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะมีมติเสียอีก
ว233 ไม่ได้ให้สิทธิใหม่ และไม่ได้เริ่มนับสิทธิที่ 30 กันยายน 2569 เพียงกำหนดว่า ถ้าจะใช้สิทธิตาม ว190 ต้องยื่นภายใน 29 ธันวาคม 2569 (90 วัน นับถัดจากวันที่ 30 กันยายน 2569)
พ้นกำหนด = ไม่ได้ใช้มาตรการนี้ ต้องกลับไปใช้เกณฑ์ปกติ คือหัก ± 4 % และเทียบดัชนีราคาเดือนเปิดซองประกวดราคา
ตามข้อ 1 ของ ว233 ฉบับนี้
การยื่นคำขอต้องให้หน่วยงานคู่สัญญา ลงทะเบียนและประทับตรารับหนังสือภายในกำหนด ไม่ใช่แค่ลงวันที่ในหนังสือ หรือส่งหนังสือออกภายใน 90 วัน เท่านั้น
มาตรการช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 แยกเป็น 2 กรณี ดูให้ดีว่าสัญญาของเราเข้ากรณีไหน บางสัญญาเข้าทั้งสองกรณีก็มี
ทั้ง 2 กรณีเริ่มนับช่วงเวลาที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งย้อนหลังไปก่อนวันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ งานที่ทำไปแล้วในช่วงนั้นจึงเข้าข่ายได้ด้วย
กรณีที่ 1
ลดเกณฑ์จาก ± 4 % เหลือ ± 2 %
ปกติค่า K ของงวดงานต้องขยับเกิน ร้อยละ 4 ถึงจะขอเงินเพิ่มได้ (เกิน 1.04) หรือถูกเรียกเงินคืน (ต่ำกว่า 0.96) มาตรการนี้ลดเหลือ ร้อยละ 2 งวดงานที่ราคาขยับไม่ถึง 4 % ซึ่งเดิมไม่ได้อะไรเลย จึงขอเงินชดเชยได้
ใช้กับ: สัญญาจ้างที่ ส่งมอบงวดงาน ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 30 กันยายน 2569
วิธีทำในโปรแกรม:บันทึกใน CUCEM-K version 3.0 ตามปกติ แล้วดาวน์โหลดรายงานเป็นไฟล์ Excel จากนั้นแก้ช่อง "หัก 4% ชดเชย" โดยคิดส่วนที่ต่ำกว่า 0.980 เพื่อเรียกเงินคืน หรือส่วนที่เกิน 1.020 เพื่อขอเงินเพิ่ม เฉพาะงวดงานในช่วงเวลาข้างต้นเท่านั้น
กรณีที่ 2
เปลี่ยนเดือนของดัชนีที่ใช้เทียบ
ปกติเทียบดัชนีราคากับ เดือนที่เปิดซองประกวดราคา มาตรการนี้ให้เปลี่ยนไปเทียบกับ เดือนที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นชอบราคากลาง แทน ซึ่งเป็นเดือนที่ราคายังไม่ทันขยับขึ้น
ใช้กับ: สัญญาจ้างที่ ลงนามในสัญญา ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 30 กันยายน 2569
วิธีทำในโปรแกรม:บันทึกใน CUCEM-K version 3.0 โดยเอาเดือนที่หัวหน้าหน่วยงานเห็นชอบราคากลาง ไปใส่ในช่อง "วันเปิดซองประกวดราคา"
เกณฑ์ปกติ
ทั้ง 2 กรณีเป็นมาตรการชั่วคราว
หมดช่วงมาตรการ หรือไม่ได้ยื่นใช้สิทธิภายในกำหนด ก็กลับไปใช้เกณฑ์ปกติทั้งสองเรื่อง คือ
🔹 หักในอัตรา ± 4 % (ไม่ใช่ ± 2 %)
🔹 เทียบดัชนีราคา ณ เดือนเปิดซองประกวดราคา (ไม่ใช่เดือนที่เห็นชอบราคากลาง)
สัญญาที่ ลงนามและส่งมอบบางงวด อยู่ในช่วง 28 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 30 กันยายน 2569 เข้าทั้ง 2 กรณี ให้ทำตามวิธีทั้งสองข้อ · ที่มา หนังสือ ว190 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2569
ผู้รับจ้างส่งมอบงานงวดสุดท้ายวันที่ 1 กรกฎาคม 2569
กำหนด 90 วันตามเงื่อนไขเดิม เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ต้องยื่นหนังสือให้หน่วยงานคู่สัญญารับไว้ภายในกำหนดนั้น
จะอ้าง ว233 แล้วรอยื่นถึง 29 ธันวาคม 2569 ไม่ได้ เพราะกำหนด 90 วันนับถัดจากวันส่งมอบงานงวดสุดท้ายสิ้นสุดไปก่อนแล้ว
เมื่อขาดสิทธิตามเงื่อนไขเดิม ว233 ก็ไม่มีข้อความใดให้ฟื้นคืนสิทธิที่ขาดไปแล้ว
ยังไม่ส่งมอบงานงวดสุดท้าย
ยื่นขอค่า K สำหรับงวดที่ส่งมอบแล้วได้ตามปกติ ถ้างวดงานอยู่ในช่วงที่ได้รับความช่วยเหลือตาม ว190 ต้องยื่นขอรับความช่วยเหลือตาม ว233 ภายใน 29 ธันวาคม 2569 ด้วย
ส่งมอบงานงวดสุดท้ายแล้ว
ตรวจกำหนด 90 วันนับถัดจากวันส่งมอบงานงวดสุดท้ายเป็นอันดับแรก และยื่นให้หน่วยงานลงทะเบียนรับภายในกำหนด ห้ามรอถึง 29 ธันวาคม 2569 ถ้ากำหนดเดิมจะสิ้นสุดก่อน
เคยยื่นขอค่า K โดยหัก ± 4 % แล้ว
ยื่นขอรับความช่วยเหลือได้เฉพาะส่วนต่างระหว่างการหัก ± 2 % กับ ± 4 % ตามข้อ 2 ของ ว233
ยังไม่เคยยื่นขอค่า K
ยื่นขอรับเงินชดเชยโดยหัก ± 2 % และ ± 4 % ไปพร้อมกันในคราวเดียว แต่ถ้าส่งมอบงานงวดสุดท้ายแล้ว การยื่นต้องไม่เกิน 90 วันนับถัดจากวันส่งมอบงานงวดสุดท้ายด้วย
ถอดข้อความจากไฟล์ต้นฉบับเพื่อให้ค้นหาและคัดลอกไปใช้งานได้ · การใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการให้ยึดไฟล์ต้นฉบับเสมอ
ด่วนที่สุด
ที่ นร 0719.1/ว 233
สำนักงบประมาณ
1063 ถนนพหลโยธิน
แขวงพญาไท กรุงเทพฯ 10400
20 สิงหาคม 2569
เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เรื่อง มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับกลุ่มคู่สัญญาภาครัฐ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
เรียน ปลัดกระทรวง หัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น
อ้างถึง
1. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร 0505/ว 220 ลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2569
2. หนังสือสำนักงบประมาณ ด่วนที่สุด ที่ นร 0719.1/ว 190 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2569
ตามหนังสือที่อ้างถึง 1 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เรื่อง มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับกลุ่มคู่สัญญาภาครัฐ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยผ่อนผันวิธีการคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) เป็นการชั่วคราว ประกอบด้วย
(1) ให้หักในอัตรา ± 2 % เฉพาะสัญญาจ้างที่ส่งมอบงวดงานระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569
(2) ให้ใช้การเปรียบเทียบดัชนีราคา ณ เดือนที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้ความเห็นชอบราคากลาง แทนดัชนีราคา ณ เดือนเปิดซองประกวดราคา เฉพาะสัญญาจ้างที่ลงนามในสัญญาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569
และสำนักงบประมาณได้มีหนังสือเวียนเพื่อซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติการผ่อนผันวิธีการคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้าง ตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) เป็นการชั่วคราว ตามนัยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ตามหนังสือที่อ้างถึง 2 ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น
สำนักงบประมาณขอเรียนว่า การผ่อนผันวิธีการคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) เป็นการชั่วคราวดังกล่าว เป็นมาตรการให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาผลกระทบสำหรับกลุ่มคู่สัญญาภาครัฐที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง อย่างไรก็ดี สืบเนื่องจากมีข้อหารือจากหน่วยงานต่าง ๆ เกี่ยวกับการดำเนินการตามนัยมติคณะรัฐมนตรีและหนังสือเวียนดังกล่าวข้างต้น ดังนั้น เพื่อให้การปฏิบัติงานตามมาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับกลุ่มคู่สัญญาภาครัฐมีความชัดเจนยิ่งขึ้นและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน สำนักงบประมาณจึงขอซักซ้อมความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในการขอรับความช่วยเหลือมาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับ กลุ่มคู่สัญญาภาครัฐที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ดังนี้
1. หากผู้รับจ้างต้องการขอรับความช่วยเหลือตามมาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับกลุ่มคู่สัญญาภาครัฐที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ตามนัยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ผู้รับจ้างต้องยื่นหนังสือถึงหน่วยงานคู่สัญญา เพื่อขอรับเงินชดเชยค่างานตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) ตามนัยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ภายในไม่เกิน 90 วัน นับถัดจากวันที่ 30 กันยายน 2569 หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวถือว่าผู้รับจ้างสละสิทธิ์ที่จะขอรับ ความช่วยเหลือตามนัยมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว และให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขเดิมที่ระบุไว้ในสัญญาจ้าง
2. กรณีผู้รับจ้างขอรับเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) โดยหักในอัตรา ± 4 % ไปแล้ว ให้ขอรับความช่วยเหลือได้เฉพาะส่วนต่างระหว่างหักในอัตรา ± 2 % กับ ± 4 % แต่หากผู้รับจ้างยังไม่ได้ขอรับเงินชดเชย ค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) โดยหักในอัตรา ± 4 % ให้ยื่นขอรับเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญา แบบปรับราคาได้ (ค่า K) โดยหักในอัตรา ± 2 % และ ± 4 % ไปในคราวเดียวกัน
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวขอให้พิจารณาดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ รวมถึงกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี และหนังสือเวียนที่เกี่ยวข้อง ให้ถูกต้องครบถ้วนในทุกขั้นตอน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและถือปฏิบัติต่อไป
ขอแสดงความนับถือ
(นายอนันต์ แก้วกำเนิด)
ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
กองมาตรฐานงบประมาณ 1
โทร 0 2278 7000 ต่อ 1871 และ 1326
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ saraban@bb.go.th
หนังสือต้นฉบับ ว233 (2 หน้า)
ดูและดาวน์โหลดเอกสารศูนย์รวมค่า K
เครื่องคำนวณ ดัชนีราคา และหนังสือสั่งการทั้งหมด
ว190 (28 พ.ค. 2569)
วิธีคำนวณเมื่อได้รับการผ่อนผัน ±2% ในโปรแกรม CUCEM-K
ค่า K ไม่ขอไม่ได้ ขอช้าก็หมดสิทธิ
หลักการใช้สิทธิเรียกร้องค่า K ที่ผู้รับจ้างต้องรู้
คู่มือตรวจสอบเงินชดเชยค่า K
ฉบับรวมมติ ครม. และหนังสือเวียน อ่านออนไลน์ได้
ดัชนีราคาค่า K เดือนล่าสุด
ตัวเลขดัชนีที่ใช้แทนค่าในสูตร
รวมคำถาม–คำตอบค่า K 2550–2560
ข้อหารือที่พบบ่อยในการคำนวณและเบิกจ่าย
หน้านี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ค้นหาและอ่านได้สะดวก โดยถอดข้อความจากหนังสือสำนักงบประมาณ ด่วนที่สุด ที่ นร 0719.1/ว 233 ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2569 การอ้างอิงอย่างเป็นทางการให้ยึดไฟล์ต้นฉบับ