ผู้ควบคุมงานไม่จดบันทึกรายวัน ไม่รายงานทุกสัปดาห์ ต้องรับผิดทางละเมิด ศาลปกครองสูงสุดชี้ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง (อ.267/2550)
ศาลปกครองสูงสุด อ.267/2550 ผู้ควบคุมงานถนนลูกรังไปดูงานเป็นบางวัน รายงานเป็นหนังสือครั้งเดียว ไม่จดบันทึกรายวันและไม่รายงานคณะกรรมการตรวจการจ้างทุกสัปดาห์ ศาลชี้เป็นการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ต้องรับผิดทางละเมิดตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ชดใช้ 92,400 บาท พร้อมคำพิพากษาฉบับเต็ม

เอกสารที่เกี่ยวข้อง
ดูและดาวน์โหลดเอกสาร📌 สรุปสั้นที่สุด
ผู้ควบคุมงานที่ ไปดูงานเป็นบางวัน และ ทำรายงานเป็นหนังสือเพียงครั้งเดียวตลอดงานราว 1 เดือน โดยไม่จดบันทึกการทำงานของผู้รับจ้างเป็นรายวัน และไม่รายงานคณะกรรมการตรวจการจ้างทุกสัปดาห์
ศาลปกครองสูงสุดชี้ว่าเป็น "การกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง" ผู้ควบคุมงานจึง ต้องรับผิดทางละเมิดต่อหน่วยงาน ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 และชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 92,400 บาท คือครึ่งหนึ่งของความเสียหาย 184,800 บาท อีกครึ่งหนึ่งเป็นความรับผิดของคณะกรรมการตรวจการจ้าง
📜 คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อ.267/2550 ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2550 · 📥 ดาวน์โหลดคำพิพากษาฉบับเต็ม (PDF 20 หน้า)
เรื่องนี้เกิดอะไรขึ้น
- งาน: องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดุง จ.อุดรธานี จ้างก่อสร้างถนนลูกรังสายศรีสามารถ–หนองทุ้ม ผิวจราจรกว้าง 6 เมตร ยาว 3,850 เมตร สัญญากำหนดให้ใช้หินลูกรัง 4,620 ลูกบาศก์เมตร
- ผู้ควบคุมงาน: เป็นช่างโยธาของเทศบาล ที่ได้รับอนุญาตให้ไปรักษาการหัวหน้าส่วนโยธาของ อบต. ชั่วคราว และได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ควบคุมงานโครงการนี้
- มีคนร้องเรียนนายอำเภอ ว่าก่อสร้างไม่ถูกต้อง ผลตรวจพบว่า ผู้รับจ้างไม่ได้ขนหินลูกรังมาจากที่อื่น แต่ขุดเอาจากสองข้างทางมาถม แล้วเบิกค่าจ้างไปเต็มจำนวน
- เจ้าของบ่อลูกรัง 3 รายที่ผู้รับจ้างอ้าง และเจ้าของที่นาติดโครงการ ให้ถ้อยคำตรงกันว่า ไม่มีการขนลูกรังมาถม และรายงานการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 6 ก็สอดคล้องกัน
- กระทรวงการคลัง (หนังสือ ที่ กค 0406.4/15480 ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2546) ให้เรียกผู้รับจ้างคืนเงิน 184,800 บาท และให้ ผู้ควบคุมงานกับคณะกรรมการตรวจการจ้างรับผิดคนละครึ่ง คือคนละ 92,400 บาท
- ผู้ควบคุมงานฟ้องขอเพิกถอนคำสั่ง ศาลปกครองชั้นต้นยกฟ้อง ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืน
ศาลให้เหตุผลว่าอย่างไร
เรื่องผู้ควบคุมงาน ศาลยกถ้อยคำของผู้ควบคุมงานเองที่ให้ไว้กับคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง:
...ผู้รับจ้างใช้เวลาทำงานประมาณ ๑ เดือน ผู้ฟ้องคดีได้ไปดูแลเป็นบางวันเพราะทำงานที่เทศบาลตำบลบ้านดุง และผู้ฟ้องคดีได้ทำบันทึกรายงานผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างเพียงครั้งเดียว... โดยมิได้จดบันทึกการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างและเหตุการณ์แวดล้อมเป็นรายวัน และบันทึกรายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติงานและวัสดุที่ใช้เพื่อรายงานให้คณะกรรมการตรวจการจ้างทราบทุกสัปดาห์... ถือว่าเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
เรื่องหินลูกรัง ผู้ควบคุมงานแย้งว่าสัญญาไม่ได้เขียนว่าต้องเอาลูกรังมาจากที่ไหน ศาลตอบว่า:
แม้ข้อกำหนดในสัญญาจ้างจะมิได้กำหนดว่า ผู้รับจ้างต้องจัดหาหินลูกรังจากที่ใดมาใช้ในการก่อสร้าง แต่ย่อมเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า ผู้รับจ้างต้องนำหินลูกรังจากที่อื่นมาใช้ในการก่อสร้าง มิใช่นำหินลูกรังจากสองข้างทางมาใช้ในการก่อสร้าง เนื่องจากหินลูกรังที่นำมาก่อสร้างจะมีราคาแตกต่างกัน หากผู้รับจ้างต้องการนำหินลูกรังจากสองข้างทางมาใช้ในการก่อสร้าง ก็ควรที่จะมีการประมาณการค่าหินลูกรังเสียใหม่ และมีการแก้ไขสัญญาจ้าง...
ทำไมต้องรับผิดทางละเมิด
เจ้าหน้าที่ที่ทำความเสียหายให้หน่วยงานของรัฐระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ไม่ได้ต้องรับผิดทุกกรณี พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 10 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 8 วรรคหนึ่ง ให้เจ้าหน้าที่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เฉพาะเมื่อทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
- ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง → ต้องรับผิด ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
- ประมาทเลินเล่อธรรมดา → ไม่ต้องรับผิดชดใช้
- แม้ต้องรับผิด ก็ไม่จำเป็นต้องชดใช้เต็มจำนวน ให้คิดตามระดับความร้ายแรงของการกระทำ (มาตรา 8 วรรคสอง)
คำถามในคดีนี้จึงอยู่ที่ว่า การไม่จดบันทึกรายวันและไม่รายงานทุกสัปดาห์ เป็นแค่ "ประมาท" หรือ "ประมาทอย่างร้ายแรง" ศาลวินิจฉัยว่า ร้ายแรง เพราะเป็นหน้าที่ที่ระเบียบเขียนไว้ชัด และเป็น "สาระสำคัญที่ระเบียบกำหนดไว้ให้ผู้ควบคุมงานได้ถือปฏิบัติ" แต่ผู้ควบคุมงานไม่ทำ ผลคือต้องรับผิดทางละเมิด และเมื่อคำนึงถึงพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งการกระทำ ให้ชดใช้ร้อยละ 50
กฎหมายที่ศาลใช้: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ประกอบพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 10 วรรคหนึ่ง และมาตรา 8 วรรคหนึ่ง ส่วนหน้าที่ผู้ควบคุมงานในขณะนั้น คือระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุขององค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2538 ข้อ 49 (3) และ (4)
ข้อแก้ตัว 3 ข้อ ที่ศาลไม่รับฟัง
- "ควบคุมงานด้วยความรับผิดชอบตลอดเวลา และรายงานด้วยวาจาแล้วก็ไม่มีผู้ใดทักท้วง"
- "ขุดดินตามแนวยาวของถนน เพื่อทำทางน้ำไหลตามหลักวิชาการทำถนน"
- "งานเสร็จถูกต้องตามแบบ คณะกรรมการตรวจการจ้างรับรองแล้ว ไม่มีใครเสียหาย"
ศาลตอบสั้น ๆ ว่า "ข้ออ้างดังกล่าวจึงไม่อาจรับฟังได้" และเชื่อพยานที่ไม่มีส่วนได้เสีย คือเจ้าของบ่อลูกรังทั้งสามรายกับเจ้าของที่นาติดโครงการ
ใครต้องรับผิดเท่าไร
- ความเสียหาย: หินลูกรัง 4,620 ลูกบาศก์เมตร × ลูกบาศก์เมตรละ 40 บาท = 184,800 บาท
- ผู้ควบคุมงาน: ร้อยละ 50 = 92,400 บาท
- คณะกรรมการตรวจการจ้าง ที่รับงานทั้งที่ไม่เป็นไปตามสัญญา: ร้อยละ 50 = 92,400 บาท
- ถ้า อบต. เรียกเงินคืนจากผู้รับจ้างได้ ให้คืนส่วนที่รับไว้เกินแก่ผู้ที่ชดใช้ ตามสัดส่วน
วันนี้ ใช้ระเบียบอะไร
ระเบียบที่ใช้ตัดสินคดีนี้ถูกยกเลิกไปแล้ว แต่หน้าที่เดิมยังอยู่ครบใน ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 178 (3)
(๓) จดบันทึกสภาพการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างและเหตุการณ์แวดล้อมเป็นรายวัน พร้อมทั้งผลการปฏิบัติงาน หรือการหยุดงานและสาเหตุที่มีการหยุดงานอย่างน้อย ๒ ฉบับ เพื่อรายงานให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่รับผิดชอบการบริหารสัญญาหรือข้อตกลงและการตรวจรับพัสดุที่เป็นงานจ้างก่อสร้างทราบทุกสัปดาห์ และเก็บรักษาไว้เพื่อมอบให้แก่เจ้าหน้าที่เมื่อเสร็จงานแต่ละงวด โดยถือว่าเป็นเอกสารสำคัญของทางราชการเพื่อประกอบการตรวจสอบของผู้มีหน้าที่
การบันทึกการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างให้ระบุรายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติงานและวัสดุที่ใช้ด้วย
💡 บทเรียนสำหรับผู้ควบคุมงาน
- จดทุกวันที่มีการทำงาน แม้ต้องไปทำงานที่อื่นด้วย ก็ต้องจัดให้มีบันทึกรายวัน คดีนี้ข้ออ้างว่าต้องไปทำงานที่เทศบาลไม่ช่วยอะไร
- รายงานด้วยปากเปล่าไม่นับ คดีนี้อ้างว่ารายงานด้วยวาจาแล้วไม่มีใครทักท้วง ศาลไม่รับฟัง ระเบียบให้จดบันทึกอย่างน้อย 2 ฉบับ และรายงานทุกสัปดาห์
- บันทึกวัสดุที่ใช้ ระเบียบปัจจุบันเขียนชัดให้ระบุขั้นตอนการทำงานและวัสดุที่ใช้ ถ้าคดีนี้มีบันทึกว่าลูกรังมาจากไหน วันละกี่เที่ยว เรื่องจะชัดตั้งแต่ต้น
- วัสดุไม่ตรงสัญญา ต้องแก้สัญญาก่อน ศาลบอกว่าถ้าจะใช้ลูกรังข้างทาง ต้องประมาณราคาใหม่และแก้สัญญา ไม่ใช่ปล่อยให้เบิกเต็มจำนวน
- กรรมการตรวจรับก็ไม่รอด กรรมการที่รับงานทั้งที่ไม่ตรงสัญญา ต้องร่วมชดใช้อีกครึ่งหนึ่ง
ที่มา
- คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดำที่ อ.558/2547 คดีหมายเลขแดงที่ อ.267/2550 ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2550 และย่อคำพิพากษาของศาลปกครอง (เผยแพร่โดย ศาลปกครอง) · ไฟล์ที่ให้ดาวน์โหลด โยธาไทยปิดชื่อผู้ฟ้องคดีในหน้าแรกไว้ เนื้อหาอื่นครบตามต้นฉบับ
- บทความ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเหตุแห่งความรับผิดตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ 2539 วารสาร Mahidol R2R e-Journal ปีที่ 9 ฉบับที่ 1 (2565) ซึ่งยกคดีนี้เป็นตัวอย่าง
สรุปนี้เรียบเรียงจากคำพิพากษาเพื่อการศึกษา ไม่ระบุชื่อบุคคลในคดี เวลาอ้างอิงให้อ้างเลขคดีและเปิดคำพิพากษาฉบับเต็มประกอบ
อ่านต่อ
ความคิดเห็น
กำลังโหลดความคิดเห็น...







