ว 755 ยกเลิก ว 108 แนวทางหลังบอกเลิกสัญญาฉบับใหม่ เทียบของเดิมทีละเรื่อง ค่าเสียหาย ค่างาน หลักประกัน จ้างรายใหม่
หนังสือ ว 755 ลงวันที่ 30 ก.ย. 2569 ยกเลิก ว 108 (25 มี.ค. 2563) แนวทางหลังบอกเลิกสัญญาฉบับใหม่ เพิ่มมาตรา 103 (3) ค่าเสียหายคิดจากค่าใช้จ่ายจริง 7 รายการ งานที่ใช้ประโยชน์ได้ต้องชดใช้คืนตามมาตรา 391 ลำดับหักค่าเสียหายเปลี่ยน และขั้นตอนจ้างรายใหม่หรือทำเอง พร้อมตารางเทียบของเดิมกับของใหม่

เอกสารที่เกี่ยวข้อง
ดูและดาวน์โหลดเอกสารคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ออกหนังสือ ว 755 ลงวันที่ 30 กันยายน 2569 ยกเลิกหนังสือ ว 108 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563 แล้วกำหนดแนวทางใหม่ว่า เมื่อหน่วยงานของรัฐบอกเลิกสัญญาซื้อหรือจ้างแล้ว ต้องทำอะไรต่อ ฉบับใหม่บอกชัดขึ้นว่าค่าเสียหายคิดจากอะไร งานที่ผู้รับจ้างเดิมทำไว้ต้องจ่ายคืนหรือไม่ จะจ้างรายใหม่หรือทำเองต้องเริ่มอย่างไร และเรียกค่าเสียหายตามลำดับไหน
หนังสือฉบับเต็ม: ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 755 ลงวันที่ 30 กันยายน 2569 เรื่อง แนวทางปฏิบัติการดำเนินการภายหลังหน่วยงานของรัฐบอกเลิกสัญญาซื้อหรือจ้างตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 103 วรรคหนึ่ง (2) (3) หรือ (4) ดาวน์โหลดได้จากปุ่ม "เอกสารที่เกี่ยวข้อง" ด้านบนของข่าวนี้
สาระสำคัญแยกเป็น 6 ประเด็น
แต่ละประเด็นตอบคำถามเดียว อ่านจบได้ในไม่กี่นาที เลือกอ่านเรื่องที่ตรงกับงานของคุณ
สรุปสั้นที่สุด
- ว 108 (25 มี.ค. 2563) ถูกยกเลิกแล้ว ใช้ ว 755 (30 ก.ย. 2569) แทน
- ใช้กับเหตุบอกเลิกกว้างขึ้น จากเดิมมาตรา 103 วรรคหนึ่ง (2) หรือ (4) เป็น (2) (3) หรือ (4) คือเพิ่มกรณีบอกเลิกตามเหตุที่กำหนดในพระราชบัญญัติ หรือในสัญญาหรือข้อตกลง
- ค่าเสียหายคิดจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง มีตัวอย่าง 7 รายการ ฉบับเดิมไม่มีรายการนี้
- งานที่ผู้รับจ้างเดิมส่งมอบแล้ว และหน่วยงานใช้ประโยชน์ได้ ต้องชดใช้ค่างานคืน โดยพิจารณาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 ฉบับเดิมให้ "หักค่างานนั้นไว้เป็นค่าเสียหาย"
- ลำดับเรียกค่าเสียหายเปลี่ยน ฉบับใหม่ให้แจ้งให้ชดใช้ก่อน แล้วหักจากค่างานที่ต้องคืน แล้วจึงหักหลักประกัน ฉบับเดิมให้หักหลักประกันก่อน
- การจ้างรายใหม่หรือทำเอง เขียนเป็นขั้นตอนละเอียด ทั้งงานก่อสร้างและงานที่ไม่ใช่งานก่อสร้าง
- เรื่องที่เหมือนเดิม การเรียกเงินตามหนังสือค้ำประกัน (60 วัน / 15 วัน) และการแจ้งผู้ทิ้งงาน
ทำไมออกฉบับใหม่
หนังสือ ว 755 เล่าว่า หลังมีหนังสือ ว 108 หน่วยงานของรัฐยังสงสัยว่า "ค่าเสียหาย" หมายถึงกรณีใด และ งานส่วนที่ยังไม่ได้ทำ จะต้องทำให้เสร็จอย่างไร คณะกรรมการวินิจฉัย โดยได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ จึงยกเลิก ว 108 และกำหนดแนวทางใหม่ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐทำไปในแนวทางเดียวกัน และไม่ให้เกิดความเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐ
อำนาจที่ใช้ออกหนังสือยังเป็นมาตรา 24 วรรคหนึ่ง (6) ประกอบมาตรา 29 วรรคหนึ่ง (7) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 เหมือนฉบับเดิม
ใช้กับการบอกเลิกสัญญากรณีไหน
พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 103 วรรคหนึ่ง กำหนดเหตุบอกเลิกสัญญาไว้ 4 อนุ
- เหตุตามที่กฎหมายกำหนด
- เหตุอันเชื่อได้ว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานหรือทำงานให้แล้วเสร็จได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด
- เหตุอื่นตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือในสัญญาหรือข้อตกลง
- เหตุอื่นตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
ฉบับเดิม ว 108 ใช้กับอนุ (2) หรือ (4) ฉบับใหม่ ว 755 ใช้กับอนุ (2) (3) หรือ (4) คือเพิ่มอนุ (3) เข้ามา ส่วนอนุ (1) ไม่อยู่ในหนังสือทั้งสองฉบับ
เทียบฉบับเดิมกับฉบับใหม่ ทีละเรื่อง
1. หลักประกันสัญญาที่เป็นหนังสือค้ำประกัน (เหมือนเดิม)
- ทั้งสองฉบับ: มีหนังสือแจ้งธนาคาร บริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ผู้ออกหนังสือค้ำประกัน ให้ชำระเงินตามสัญญาค้ำประกัน (เต็มจำนวนหลักประกันสัญญา) พร้อมแนบสำเนาหนังสือบอกเลิกสัญญา ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด ให้ชำระ ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือ
- ถ้าไม่ชำระ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้ส่งเรื่องให้สำนักงานอัยการสูงสุดฟ้องคดี
2. ทิ้งงาน (เหมือนเดิม เพิ่มคำว่าโดยเร็ว)
- ทั้งสองฉบับ: พิจารณาตามพระราชบัญญัติฯ และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 แล้วแจ้งรายชื่อผู้ขายหรือผู้รับจ้างรายเดิมเป็นผู้ทิ้งงาน ตามแบบที่คณะกรรมการวินิจฉัยกำหนด ส่งปลัดกระทรวงการคลัง
- ฉบับใหม่ เขียนเพิ่มว่า ให้ปลัดกระทรวงการคลังพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงาน "โดยเร็ว"
3. ค่าเสียหาย คิดจากอะไร (ใหม่)
-
ฉบับเดิม: ไม่มีรายการค่าเสียหาย กล่าวถึงเพียงราคาที่เพิ่มสูงขึ้นจากสัญญาเดิม ค่าใช้จ่ายในการควบคุมงานที่เพิ่มขึ้น (ถ้ามี) และค่าเสียหายอื่น ๆ (ถ้ามี)
-
ฉบับใหม่ (ข้อ 3): เมื่อบอกเลิกสัญญาด้วยเหตุที่เกิดจากความผิดของผู้ขายหรือผู้รับจ้าง ให้พิจารณาค่าเสียหาย จากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น
- ค่าใช้จ่ายในการควบคุมงาน
- ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ
- ค่าเบี้ยประชุมคณะกรรมการ
- ค่าพัสดุหรือค่างานที่เพิ่มสูงขึ้นจากสัญญาเดิม ในกรณีที่ต้องจัดหาผู้ขายหรือผู้รับจ้างรายใหม่
- ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในการทำงานนั้นต่อให้แล้วเสร็จ ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐดำเนินการเอง
- ค่าปรับ หรือค่าใช้จ่ายอื่นใด ที่เกินกว่าค่างานที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างมีสิทธิได้รับ และเกินกว่ามูลค่าหลักประกันสัญญา
- ค่าใช้จ่ายที่ต้องดำเนินการรื้อถอน หรือจ้างผู้รับจ้างรายใหม่มารื้อถอน
รายการนี้เป็น "ตัวอย่าง" (หนังสือใช้คำว่า "เช่น" และ "เป็นต้น") ไม่ใช่รายการปิด
4. งานที่ส่งมอบแล้ว แต่ยังไม่ได้เบิกจ่ายเงิน (เปลี่ยน)
- ทั้งสองฉบับ: หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งคณะกรรมการ หรือมอบหมายบุคคลหนึ่ง พิจารณาว่าพัสดุหรืองานที่ผู้รับจ้างรายเดิมส่งมอบ สมควรรับไว้และใช้ประโยชน์ได้ตามสัญญาหรือไม่ ถ้าใช้ประโยชน์ได้ หน่วยงานต้องชดใช้เงินคืนตามค่าพัสดุหรือค่างานนั้นแก่ผู้รับจ้างรายเดิม องค์ประกอบ ระยะเวลา และการประชุมของคณะกรรมการ ให้หัวหน้าหน่วยงานกำหนดตามความจำเป็น
- ฉบับเดิม (ข้อ 3.1.2): เมื่อหัวหน้าหน่วยงานเห็นว่ามีงานที่ต้องชดใช้เงินคืน "ให้เจ้าหน้าที่หักค่าพัสดุหรือค่างานดังกล่าวเป็นค่าเสียหายไว้"
- ฉบับใหม่ (ข้อ 4.1.2): รายงานผลเสนอหัวหน้าหน่วยงานผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่ โดยนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 มาพิจารณาประกอบ และไม่มีประโยคให้หักค่างานไว้เป็นค่าเสียหายแล้ว
- ถ้อยคำ "ใช้ประโยชน์ในทางราชการ" ในฉบับเดิม เปลี่ยนเป็น "ใช้ประโยชน์ต่อหน่วยงานของรัฐ"
มาตรา 391 เป็นเรื่องผลของการเลิกสัญญา คู่สัญญาต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม ส่วนที่เป็นการงานอันได้กระทำให้และหน่วยงานได้ใช้ประโยชน์ ต้องชดใช้คืนด้วยเงินตามควรค่าแห่งการนั้น และการเลิกสัญญาไม่กระทบสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย (ฉบับเดิม ว 108 ยกตัวบทมาตรา 391 ไว้ในหนังสือด้วย)
5. งานที่ยังไม่ได้ส่งมอบ (เพิ่มทางทำเอง)
- ทั้งสองฉบับ: แต่งตั้งคณะกรรมการ หรือมอบหมายบุคคล ประเมินค่าเสียหาย สำรวจตรวจสอบค่าเสียหายของงานที่ยังไม่ส่งมอบ หรือสำรวจแบบที่ใช้ก่อสร้าง ประเมินรายการ ปริมาณ และราคาของสิ่งก่อสร้างคงเหลือ เพื่อคำนวณงบประมาณ
- ฉบับเดิม: คำนวณงบเพื่อจัดซื้อจากผู้ขายรายใหม่ หรือจัดจ้างจากผู้รับจ้างรายใหม่
- ฉบับใหม่: เพิ่ม "หรือดำเนินการเอง" และให้นำมาตรา 391 มาพิจารณาประกอบในรายงานด้วย
6. การจัดซื้อจัดจ้างหลังบอกเลิกสัญญา (ละเอียดขึ้นมาก)
ฉบับเดิม: งานก่อสร้างให้แต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลางสำหรับงานส่วนที่ยังไม่ได้ดำเนินการ แล้วหน่วยงานอาจทำต่อเอง หรือจัดหารายใหม่ ราคาที่เพิ่มขึ้นและค่าควบคุมงานที่เพิ่มขึ้น ถือเป็นค่าเสียหายที่ผู้รับจ้างรายเดิมต้องรับผิดชอบ
ฉบับใหม่ งานก่อสร้าง (ข้อ 5.1):
- แต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลางสำหรับงานส่วนที่ยังไม่ได้ดำเนินการ โดย พิจารณาจากรายงานผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ที่ผู้ควบคุมงานได้รายงานต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ โดยเร็ว
- พิจารณาว่าจะทำงานนั้นต่อเอง หรือจัดหาผู้รับจ้างรายใหม่
- จัดหาผู้รับจ้างรายใหม่ ให้ดำเนินการจัดจ้างตามนัยมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติฯ และวิธีการที่ระเบียบฯ กำหนด ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำรายงานขอจ้างตามข้อ 22
- ทำเอง (ซื้อหรือจ้างเพื่อจัดทำพัสดุเอง) ให้หัวหน้าหน่วยงานแต่งตั้งผู้ควบคุมรับผิดชอบ และแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจการปฏิบัติงาน ที่มีคุณสมบัติและหน้าที่เช่นเดียวกับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เว้นแต่หน่วยงานกำหนดให้มีผู้รับผิดชอบโดยเฉพาะอยู่แล้ว
- ทั้งข้อ 3 และข้อ 4 ถ้าประเมินค่างานส่วนที่เหลือแล้ว งบประมาณที่เหลือไม่พอ ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
- ไม่ทำต่อ และยังไม่ได้เริ่มงาน ให้ประเมินว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นหรือไม่ แล้วดำเนินการตามข้อ 6
- ไม่ทำต่อ แต่เริ่มงานไปแล้วบางส่วน ให้พิจารณาว่าจะรื้อถอนสิ่งก่อสร้างที่ทำไว้ไม่เสร็จ เพราะนำมาใช้ประโยชน์ไม่ได้หรือไม่ ถ้ารื้อถอน ค่ารื้อถอนหรือค่าจ้างรายใหม่มารื้อถอนนับเป็นค่าเสียหาย
ฉบับใหม่ งานซื้อหรือจ้างที่ไม่ใช่งานก่อสร้าง (ข้อ 5.2): ขั้นตอนทำนองเดียวกัน ราคากลางของงานส่วนที่เหลือ ให้แต่งตั้งคณะกรรมการ หรือให้เจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งรับผิดชอบกำหนด และการจัดหารายใหม่เริ่มจากรายงานขอซื้อหรือขอจ้างตามข้อ 22
7. ลำดับการเรียกค่าเสียหาย (เปลี่ยน)
ฉบับเดิม (ข้อ 4):
- นำค่าเสียหาย ค่าปรับ ค่าควบคุมงานที่เพิ่มขึ้น ราคาที่เพิ่มสูงขึ้น และค่าเสียหายอื่น หักออกจากหลักประกันสัญญา
- เหลือคืนผู้รับจ้าง ถ้าค่าเสียหายมากกว่าหลักประกัน ริบหลักประกันทั้งหมด และเรียกให้ชดใช้เพิ่ม
- แจ้งให้ชดใช้เพิ่มภายใน 15 วัน ไม่ชดใช้ ส่งสำนักงานอัยการสูงสุดดำเนินคดี
ฉบับใหม่ (ข้อ 6):
- เมื่อทราบค่าเสียหายตามข้อ 3 แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับจ้างรายเดิมชดใช้ภายในเวลาที่กำหนด
- ไม่ชดใช้ หรือชดใช้ไม่ครบ หักจากเงินที่หน่วยงานต้องชดใช้คืนให้ผู้รับจ้างรายเดิม ตามข้อ 4.1.2 และ 4.2.2 (ถ้ามี)
- ยังไม่ครบ หักจากหลักประกันสัญญา เหลือคืนผู้รับจ้าง ถ้าค่าเสียหายมากกว่าหลักประกัน ริบทั้งหมดและเรียกให้ชดใช้เพิ่ม
- ยังไม่ครบ แจ้งให้ชดใช้เพิ่มภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือ ไม่ยอมชดใช้ ส่งสำนักงานอัยการสูงสุดดำเนินคดี หรือดำเนินการตามวิธีการของหน่วยงานของรัฐนั้น
8. กรณีทำตามแนวทางไม่ได้ (ใหม่)
ฉบับใหม่เขียนไว้ว่า คณะกรรมการวินิจฉัยมีอำนาจหน้าที่ ยกเว้นหรือผ่อนผัน กรณีที่หน่วยงานของรัฐไม่สามารถปฏิบัติตามแนวทางนี้ได้ ตามสมควรแก่กรณี ตามมติคณะกรรมการนโยบายเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ฉบับเดิมไม่มีข้อนี้
มีผลเมื่อไร และเรื่องที่ค้างอยู่
- หนังสือลงวันที่ 30 กันยายน 2569 แจ้งให้หน่วยงานในสังกัดและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ถือปฏิบัติต่อไป ไม่ได้กำหนดวันมีผลแยกไว้
- หนังสือ ไม่ได้เขียนเรื่องกรณีที่บอกเลิกสัญญาไปแล้วและยังดำเนินการตาม ว 108 ค้างอยู่ หน่วยงานที่มีเรื่องค้าง ควรสอบถามกองการพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง โทร 0 2127 7000 ต่อ 4607 ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ saraban@cgd.go.th (ช่องทางที่ระบุท้ายหนังสือ)
คำแนะนำจากโยธาไทย
ส่วนนี้เป็นคำแนะนำของโยธาไทย ไม่ใช่ข้อความในหนังสือ
- ผู้ควบคุมงาน: ราคากลางของงานส่วนที่เหลือ ฉบับใหม่ให้ดูจากรายงานผลการปฏิบัติงานที่ผู้ควบคุมงานรายงานต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ รายงานประจำวันและรายงานความก้าวหน้าจึงต้องครบและตรงกับหน้างาน ตั้งแต่ก่อนมีการบอกเลิก
- เจ้าหน้าที่พัสดุ: เก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายจริงตั้งแต่วันบอกเลิก เช่น ค่าเบี้ยประชุม ค่าเดินทาง ค่าควบคุมงาน เพราะค่าเสียหายฉบับใหม่คิดจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง และจดวันที่ลูกหนี้ผิดนัดไว้ให้ชัด เพื่อแจ้งธนาคารภายใน 60 วัน
- คณะกรรมการที่พิจารณางานที่ส่งมอบแล้ว: เขียนรายงานให้เห็นว่างานส่วนไหนรับไว้และใช้ประโยชน์ได้ และมีมูลค่าเท่าไร เพราะฉบับใหม่ให้นำมาตรา 391 มาพิจารณา และเงินส่วนนี้เป็นจุดแรกที่หักค่าเสียหาย ก่อนไปถึงหลักประกัน
- บทความเดิมที่อ้าง ว 108 เช่น สัญญาจ้างก่อสร้างข้อ 18 และแนวทางปฏิบัติตาม ว108 ให้อ่านคู่กับ ว 755 เพราะ ว 108 ถูกยกเลิกแล้ว
ถาม-ตอบสั้น
ถาม: หนังสือ ว 108 ยังใช้ได้หรือไม่
ตอบ: ไม่ได้แล้ว หนังสือ ว 755 ลงวันที่ 30 กันยายน 2569 ยกเลิก ว 108 และกำหนดแนวทางใหม่แทน
ถาม: บอกเลิกสัญญาตามข้อสัญญา ใช้ ว 755 ได้หรือไม่
ตอบ: ฉบับใหม่ใช้กับมาตรา 103 วรรคหนึ่ง (3) ด้วย คือเหตุอื่นตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติ หรือในสัญญาหรือข้อตกลง ซึ่งฉบับเดิมไม่ได้รวมไว้
ถาม: งานที่ผู้รับจ้างทำไว้แล้วและหน่วยงานใช้ได้ ต้องจ่ายเงินให้หรือไม่
ตอบ: ตามแนวทางใหม่ หน่วยงานต้องชดใช้ค่าพัสดุหรือค่างานนั้นคืนแก่ผู้รับจ้างรายเดิม โดยนำมาตรา 391 มาพิจารณาประกอบ แต่ถ้ามีค่าเสียหายและผู้รับจ้างไม่ชดใช้ ให้หักค่าเสียหายจากเงินส่วนนี้ก่อน (ข้อ 6.1)
ถาม: ค่าเบี้ยประชุมคณะกรรมการนับเป็นค่าเสียหายได้หรือไม่
ตอบ: ฉบับใหม่ยกเป็นตัวอย่างค่าเสียหายไว้ในข้อ 3 (3) โดยคิดจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
ถาม: ไม่ทำงานต่อ และสิ่งก่อสร้างที่ค้างไว้ใช้ไม่ได้ ทำอย่างไร
ตอบ: พิจารณารื้อถอนได้ และนำค่าใช้จ่ายรื้อถอน หรือค่าจ้างรายใหม่มารื้อถอน มาคิดเป็นค่าเสียหาย (ข้อ 5.1.6)
📥 ดาวน์โหลดหนังสือ ว 108 ฉบับเดิม (ถูกยกเลิกแล้ว) ไว้เทียบ
อ้างอิง: หนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 755 ลงวันที่ 30 กันยายน 2569 (ลงนามโดยอธิบดีกรมบัญชีกลาง ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการวินิจฉัย) · หนังสือ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 108 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563 (ถูกยกเลิก) · พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 55 และมาตรา 103 · ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391
ความคิดเห็น
กำลังโหลดความคิดเห็น...












