YOTATHAI
  • โยธาไทย
    • ช่างถึก โยธาไทย
    • โยธาไทยเทรนนิ่ง
    • ร้านค้าโยธาไทย
    • Line
  • เว็บบอร์ดโยธาไทย
  • พัสดุ/ราคากลาง / ค่า k
    • หลักเกณฑ์ราคากลาง
    • E-ราคากลาง >
      • ปรึกษาปัญหาราคากลาง >
        • อบรมราคากลาง
    • ค่า K
    • ราคามาตรฐานครุภัณฑ์
    • ราคาวัสดุก่อสร้าง
    • ราคาน้ำมัน
  • โปรแกรม
    • โปรแกรมช่วยสร้างตารางค่าขนส่ง
    • oper-road
  • SketchUp
    • ข่าวสาร/ความรู้ SketchUp
    • โปรแกรม SketchUp Pro ลิขสิทธิ์แท้
    • อบรม SketchUp
    • BIM Bundle (Profile Builder 3 และ Quantifier Pro)
    • Facebook SketchUp >
      • เพจ THIA BIM
      • กลุ่ม Sketchup Builder
    • Profile Builder + Quantifier Pro
  • ข่าวสาร/ประกาศ
    • Yotanews
    • SketchUp News
    • plan
    • passadu news
  • สนับสนุนโยธาไทย
    • โยธาไทย รับเชิญบรรยาย
    • รับสอนออนไลน์ ราคากลางงานก่อสร้าง
    • จำหน่ายโปรแกรม ค่า K
    • รับทำคำนวณ ค่า k
    • โปรแกรมคำนวณค่า Factor F
    • ยางมะตอยผสมเสร็จโยธาพรีมิกซ์
    • โยธาไทยแอสฟัลท์
    • สารส้ม/คลอรีน
    • ลงโฆษณา Banner บนเว็บไซต์โยธาไทย
  • Blog
  • ราคากลาง

ดัชนีราคาเพื่อใช้ประกอบการคำนวณค่า K ประจำเดือนมีนาคม 2569

8/4/2026

 
Picture

ดัชนีราคาเพื่อใช้ประกอบการคำนวณค่า K ประจำเดือนมีนาคม 2569


ดูและDownload


ความรู้เบื้องต้นเรื่องค่า K
​
ดัชนีเพื่อใช้ประกอบการคำนวณหา Escalation Factors ( K )
สำหรับสัญญาแบบปรับราคาได้ในการประกวดราคาจ้างเหมาก่อสร้าง

"ค่า K" มีบทบาทสำคัญในธุรกิจการก่อสร้างมานาน และทวีความสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะจากภาวะค่าเงินบาทลอยตัว การปรับเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการก่อสร้าง สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า จึงได้จัดทำเอกสาร ถาม - ตอบ "ค่า K" เป็นความรู้เบื้องต้นแก่ผู้สนใจ

1. ถาม : ESCALATION FACTOR หรือ "ค่า K" คืออะไร
ตอบ : คือ ตัวเลขดัชนีที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของค่างาน ณ ระยะเวลาที่ผู้รับเหมาก่อสร้างเปิดซองประกวดราคาได้ เปรียบเทียบกับระยะเวลาที่ส่งงานในแต่ละงวด โดยมีเงื่อนไขสำคัญ ดังนี้
(1) จะใช้ "ค่า K" ได้เฉพาะในกรณีที่ผู้รับเหมารับงานจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่นเท่านั้น
(2) ในการทำสัญญาว่าจ้าง คู่สัญญาจะต้องระบุในสัญญาให้ชัดเจนว่า เป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ในการประกวดราคาจ้างเหมาก่อสร้าง

2. ถาม : "ค่า K" มีความเป็นมาอย่างไร
ตอบ : การนำ "ค่า K" มาใช้ เริ่มจากในช่วงปี 2516 - 2517 เกิดวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ โดยน้ำมันและวัสดุก่อสร้างสำคัญ คือ เหล็กสำเร็จรูปต่างๆ ขาดแคลนและราคาสูงขึ้นมาก ส่งผลกระทบต่อธุรกิจก่อสร้างโดยตรงและรุนแรง ผู้รับเหมาต่างได้รับความเดือดร้อน บางรายหยุดดำเนินการ บางรายละทิ้งงาน เพราะไม่สามารถรับภาระขาดทุนได้ ขณะเดียวกัน ผู้จ้างเหมาก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติให้นำ "ค่า K" มาใช้ เพื่อช่วยเหลือผู้รับเหมาให้ได้รับการชดเชยค่าเสียหาย ทั้งนี้มีคณะอนุกรรมการเป็นผู้กำหนด หลักเกณฑ์ เงื่อนไข สูตร ประเภท และลักษณะงานที่เข้าข่ายสามารถขอรับเงินชดเชยจากรัฐบาลได้ จนถึงปี 2524 รัฐบาลได้ประกาศยกเลิกการใช้ "ค่า K" เนื่องจากวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2532 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้นำ "ค่า K" มาใช้อีกครั้ง เนื่องจากผลของภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวในอัตราสูง ก่อให้เกิดการลงทุนอย่างมากในธุรกิจหลายสาขา โดยเฉพาะธุรกิจการก่อสร้าง เพื่อรองรับเศรษฐกิจที่ขยายตัว เป็นเหตุให้วัสดุก่อสร้างสำคัญ คือ เหล็กเส้นขาดแคลนและราคาสูงขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการธุรกิจก่อสร้างได้รับความเดือดร้อน รัฐบาลจึงให้ความช่วยเหลือโดยมีมติดังกล่าว ให้ใช้ "ค่า K" มาจนถึงปัจจุบัน

3. ถาม : องค์ประกอบ "ค่า K" มีอะไรบ้าง
ตอบ : "ค่า K" ประกอบด้วยตัวแปรต่าง ๆ ดังนี้
M = ดัชนีราคาสินค้าวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์)
S = ดัชนีราคาเหล็ก
C = ดัชนีราคาซีเมนต์
G = ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบ
F = ดัชนีราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว
A = ดัชนีราคาแอสฟัลท์
E = ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์
GIP = ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี
AC = ดัชนีราคาท่อซีเมนต์ใยหิน
PVC = ดัชนีราคาท่อ PVC
PE = ดัชนีราคาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE
W = ดัชนีราคาสายไฟฟ้า
I = ดัชนีราคาผู้บริโภคของประเทศ

4. ถาม : "ค่า K" นอกจากจะให้ประโยชน์แก่ผู้รับเหมาแล้ว ในส่วนของผู้จ้างเหมาจะได้รับประโยชน์ด้วยหรือไม่ อย่างไร
 ตอบ : "ค่า K" ใช้เป็นเครื่องมือช่วยเหลือทั้งผู้รับเหมาและผู้จ้างเหมาไปพร้อมกัน กล่าวคือ ช่วยลดความเสี่ยงของผู้รับเหมา กรณีที่ได้รับความเดือดร้อนจากวัสดุก่อสร้างมีราคาสูงขึ้น โดยให้ได้รับการชดเชยในส่วนของผลต่างราคาวัสดุก่อสร้าง ณ วันที่ประกวดราคาได้ เทียบกับวันส่งมอบงานในแต่ละงวด ขณะเดียวกันผู้จ้างเหมาใช้ "ค่า K" เป็นเครื่องมือป้องกันมิให้ผู้รับเหมาเอาเปรียบ โดยการบวกราคาวัสดุก่อสร้างเผื่อการเปลี่ยนแปลงไว้ล่วงหน้ามากจนเกินไป

5. ถาม : งานก่อสร้างประเภทใดบ้าง ที่อยู่ในเงื่อนไขสามารถใช้ "ค่า K"
ตอบ : งานก่อสร้างที่จะสามารถนำ "ค่า K" มาคำนวณเพื่อขอรับเงินชดเชยได้ มี 5 ประเภท โดยมีสูตรที่ใช้คำนวณ 35 สูตร ดังนี้
งานอาคาร 1 สูตร
งานดิน 3 สูตร
งานทาง 7 สูตร
งานชลประทาน 7 สูตร
งานระบบสาธารณูปโภค 17 สูตร
ทั้งนี้ รวมถึงงานปรับปรุงและซ่อมแซมตามประเภทของงานดังกล่าวด้วย

6. ถาม : การรับเหมาก่อสร้างงานต่างๆ จะทราบได้อย่างไรว่า ประเภทงานนั้นจะใช้สูตรอะไร และจะขอทราบรายละเอียดของสูตรได้จากที่ไหน
ตอบ : โดยทั่วไปผู้รับเหมาเมื่อรับงานจากหน่วยงานราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ ซึ่งในสัญญาระบุว่า เป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ ในสัญญามักจะระบุสูตรสำหรับประเภทงานนั้นๆ เสมอ อย่างไรก็ตาม หากผู้รับเหมาต้องการทราบรายละเอียดสูตรต่างๆ สามารถสอบถามได้ที่ สำนักงบประมาณ สำนักนายกรัฐมนตรี
7. ถาม : ตัวเลขที่ใช้แทนค่าในสูตรแต่ละประเภทงานก่อสร้าง ได้มาอย่างไร
ตอบ : ตัวเลขที่ใช้แทนค่าในสูตรแต่ละประเภทงานก่อสร้าง คือ ตัวแปรต่าง ๆ รวม 13 รายการ ซึ่งเป็นองค์ประกอบของ "ค่า K" ( ข้อ 3 ) ดัชนีราคาดังกล่าวจัดทำและเผยแพร่เป็นประจำทุกเดือน โดยสำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์

8. ถาม : ผู้รับเหมาก่อสร้างจะเรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายเงินชดเชยในทุกกรณีได้หรือไม่
ตอบ : แม้ว่าผู้รับเหมาจะทำสัญญากับผู้จ้างเหมา โดยปฏิบัติตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภท และลักษณะงานตามที่กำหนดไว้ในสัญญาแบบปรับราคาได้ครบถ้วนแล้วก็ตาม แต่ผู้รับเหมาก็ไม่สามารถเรียกร้องรัฐบาลให้จ่ายเงินชดเชยได้เสมอไป กล่าวคือ จะต้องคำนวณ "ค่า K" โดยใช้สูตรตามประเภทงานก่อสร้าง ณ เดือนที่ส่งมอบงาน เทียบกับ "ค่า K" เดือนที่เปิดซองประกวดราคา ถ้าการเปลี่ยนแปลงของ "ค่า K" แต่ละงวดงานมีค่ามากกว่าร้อยละ 4 (หรือ 1.04) ผู้รับเหมาจึงจะสามารถนำ "ค่า K" ไปเรียกร้องขอรับเงินชดเชยได้ แต่ขณะเดียวกัน หาก "ค่า K" ของแต่ละงวดงานมีค่าน้อยกว่าร้อยละ 4 (หรือ 0.96) ผู้จ้างเหมาก็จะเรียกค่างานคืนจากผู้รับเหมาในส่วนที่ราคาวัสดุก่อสร้างลดลง โดยอาจใช้วิธีการหักเงินค่างานในงวดถัดไป หรือหักเงินจากหลักประกันสัญญาแล้วแต่กรณี
9. ถาม : การคำนวณค่า K ทำได้อย่างไร
ตอบ : คำนวณค่า K จากสูตรตามได้ระบุไว้ในสัญญา โดยใช้ตัวเลขของตัวแปร 13 ตัวแปรที่จัดทำโดยกระทรวงพาณิชย์ เป็นเกณฑ์ในการคำนวณ
  1. กรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภท รวมอยู่ในสัญญาเดียวกัน จะต้องแยกค่างานก่อสร้างแต่ละประเภทให้ชัดเจนตามลักษณะงานนั้น และให้สอดคล้องกับสูตรที่กำหนดไว้
  2. การคำนวณหาค่า K กำหนดให้ใช้ทศนิยม 3 ตำแหน่ง ทุกขั้นตอนโดยไม่มีการปัดเศษ และกำหนดให้ทำเลขสัมพันธ์ (เปรียบเทียบ) ให้เป็นผลสำเร็จก่อน แล้วจึงนำผลลัพธ์ไปคูณกับตัวเลขคงที่หน้าเลขสัมพันธ์นั้น ( ดังตัวอย่าง )
  3. ให้พิจารณาเงินเพิ่ม หรือลดราคาค่างวดงานจากราคาที่ผู้รับจ้างทำสัญญาตกลงกับผู้ว่าจ้าง เมื่อค่า K ตามสูตรสำหรับงานก่อสร้างนั้น ๆ ในเดือนที่ส่งมอบงานมีค่าเปลี่ยนแปลงไปจากค่า K ในเดือนเปิดซองประกวดราคามากกว่า 4 % ขึ้นไป โดยนำเฉพาะส่วนที่เกิน 4% มาคำนวณปรับเพิ่ม หรือลดค่างานแล้วแต่กรณี (โดยไม่คิด 4% แรกให้)
  4. ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถทำการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาในสัญญา โดยเป็นความผิดของผู้รับจ้าง ค่า K ตามสูตรต่าง ๆ ที่จะนำมาใช้ในการคำนวณค่างานให้ใช้ค่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริง แล้วแต่ว่าค่า K ตัวใดจะมีค่าน้อยกว่า
  5. การจ่ายเงินแต่ละงวด ให้จ่ายค่างานที่ผู้รับจ้างทำได้แต่ละงวดตามสัญญาไปก่อน ส่วนค่างานเพิ่ม หรือลดลง จะคำนวณได้ต่อเมื่อทราบดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ซึ่งนำมาคำนวณหาค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานงวดนั้น ๆ เป็นที่แน่นอนแล้ว เมื่อคำนวณเงินเพิ่มได้แล้ว ให้ขอทำความตกลงเรื่องเงินกับสำนักงบประมาณ
 
ตัวอย่าง การคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญาปรับราคาได้ (ค่า K)
  • กำหนดให้ค่า K = 1
  • ในกรณีได้รับเงินชดเชย ค่า K ต้องมากกว่า 1.04
  • ในกรณีที่ต้องคืนเงินชดเชยค่า K ต้องน้อยกว่า 0.96
งานก่อสร้างอาคารเรียน 1 หลัง มูลค่า 2,570,000.00 บาท
  • งวดที่ 1 514,000.- บาท
  • งวดที่ 2 385,500.- บาท
  • งวดที่ 3 385,500.- บาท
  • งวดที่ 4 642,500.- บาท
  • งวดที่ 5 (สุดท้าย) 642,500.- บาท
ค่าตัวแปรในเดือนเปิดซองประกวดราคา วันที่ 30 มกราคม 2533
Io = 112.2 , Co = 111.7 , Mo = 126.7 , So = 140.0
สูตรงานอาคาร
K = 0.25 + 0.15 It/Io + 0.10 Ct/Co + 0.40 Mt/Mo + 0.10 St/So
ส่งงานงวดที่ 1 วันที่ 20 กรกฎาคม 2533
ค่าตัวแปรในเดือนที่ส่งมอบงาน It = 115.8 , Ct = 117.6 , Mt = 132.7 , St = 140.8
K = 0.25 + 0.15(115.8/112.2) + 0.10(117.6/111.7) + 0.40(132.7/126.7) + 0.10(140.8/140.0)
= 0.25 + 0.15(1.032) + 0.10 (1.052) + 0.40(1.047) +0.10(1.005)
= 0.25 + 0.154 + 0.105 + 0.418 + 0.100
= 1.027

ค่า K เปลี่ยนแปลงไม่เกิน 4% ไม่ได้รับเงินชดเชย
ส่งงานงวดที่ 2 วันที่ 5 กันยายน 2533
It = 116.7 , Ct = 127.8 , Mt = 135.1 , St = 140.4
K = 0.25 + 0.15(116.7/112.2) + 0.10(127.8/111.7) + 0.40(135.1/126.7) + 0.10(140.4/140.0)
= 0.25 + 0.15(1.040) + 0.10 (1.144) + 0.40(1.066) + 0.10(1.002)
= 0.25 + 0.156 + 0.114 + 0.426 + 0.100
= 1.046

ค่า K เปลี่ยนแปลงเกิน 4% เท่ากับ 1.046 - 1.04 = 0.006
จะได้รับเงินชดเชยเพิ่ม = 0.006 X 385,500 = 2,313.- บาท
ส่งงานงวดที่ 3 วันที่ 20 ตุลาคม 2533
It = 119.0 , Ct = 167.5 , Mt = 137.2 , St = 140.9
K = 0.25 + 0.15(119.0/112.2) + 0.10(167.5/111.7) + 0.40(137.2/126.7) + 0.10(140.9/140.0)
= 0.25 + 0.15(1.060) + 0.10 (1.499) + 0.40(1.082) + 0.10(1.006)
= 0.25 + 0.159 + 0.149 + 0.432 + 0.100
= 1.090

ค่า K เปลี่ยนแปลงเกิน 4% เท่ากับ 1.090 - 1.04 = 0.050
จะได้รับเงินชดเชยเพิ่ม = 0.050 X 385,500 = 19,275.- บาท
ส่งงานงวดที่ 4 วันที่ 30 พฤศจิกายน 2533
It = 119.5 , Ct = 167.5 , Mt = 137.2 , St = 139.6
K = 0.25 + 0.15(119.5/112.2) + 0.10(167.5/111.7) + 0.40(137.2/126.7) + 0.10(139.6/140.0)
= 0.25 + 0.15(1.065) + 0.10 (1.499) + 0.40(1.082) + 0.10(0.997)
= 0.25 + 0.159 + 0.149 + 0.432 + 0.099
= 1.089

ค่า K เปลี่ยนแปลงเกิน 4% เท่ากับ 1.089 - 1.04 = 0.049
จะได้รับเงินชดเชยเพิ่ม = 0.049 X 642,500 = 31,482.50 บาท
ส่งงานงวดที่ 5 วันที่ 15 มกราคม 2534
It = 119.1 , Ct = 151.7 , Mt = 138.4 , St = 137.1
K = 0.25 + 0.15(119.1/112.2) + 0.10(151.7/111.7) + 0.40(138.4/126.7) + 0.10(137.1/140.0)
= 0.25 + 0.15(1.061) + 0.10 (1.358) + 0.40(1.092) + 0.10(0.979)
= 0.25 + 0.159 + 0.135 + 0.436 + 0.097
= 1.077

ค่า K เปลี่ยนแปลงเกิน 4% เท่ากับ 1.077 - 1.04 = 0.037
ในงวดนี้ส่งงานพร้อมครุภัณฑ์ 4 รายการ เงิน 149,600.- บาท ประกอบด้วย
1. กระดานดำ 8 ชุด 22,400.- บาท
2. โต๊ะม้านั่งครู 8 ชุด 12,000.- บาท
3. โต๊ะม้านั่งนักเรียน 320 ชุด 112,000.- บาท
4. เครื่องดับเพลิง 2 ชุด 3,200.- บาท
รวม 149,600.- บาท


ดังนั้น จะได้รับเงินชดเชย = (642,500 - 149,600) X 0.037 = 18,237.30 บาท
รวมได้รับเงินชดเชยทั้งสัญญา (5 งวด)= 2,313 + 19,275 + 31,482.50 + 18,237.30
= 71,307.80 บาทกรณีการคืนเงินค่า K
สมมุติการส่งงานในงวดที่ 5 (งวดสุดท้าย 15 มกราคม 2534 ) มีค่าดัชนีชุดต่าง ๆ ดังนี้
It = 107.9 , Ct = 110.5 , Mt = 113.2 , St = 135.2
K = 0.25 + 0.15(107.9/112.2) + 0.10(110.5 /111.7) + 0.40(113.2/126.7) + 0.10(135.2/140.0)
= 0.25 + 0.15(0.961) + 0.10 (0.989) + 0.40(0.893) + 0.10(0.965)
= 0.25 + 0.144 + 0.098 + 0.357 + 0.096
= 0.945

ค่า K เปลี่ยนแปลงต่ำกว่า 4% เท่ากับ 0.96 - 0.945 = 0.015
ในงวดนี้มีค่างานต้องเรียกคืน = (642,500 - 149,600) x 0.015 = 7,393.50 บาท
รวมได้รับเงินชดเชยทั้งสัญญา (5 งวด) = 2,313 + 19,275 + 31,482.50 - 7,393.50
= 45,676.50 บาท

10. ถาม : การต่ออายุสัญญางานก่อสร้างจากสัญญาเดิม ผู้รับเหมาจะนำ"ค่า K" มาใช้ในช่วงเวลาที่ต่อสัญญาออกไป เพื่อขอรับเงินชดเชยได้หรือไม่
ตอบ : กรณีที่ผู้รับเหมาไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามสัญญา โดยเหตุสุดวิสัย แต่ส่วนราชการผู้ว่าจ้างอนุมัติให้มีการต่อสัญญา และสัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ ผู้รับเหมาก็สามารถนำ "ค่า K" มาคำนวณเพื่อขอรับเงินชดเชยในช่วงเวลาที่ต่อสัญญาออกไปได้เช่นกัน

11. ถาม : ถ้ารัฐบาลไม่สามารถจ่ายเงินชดเชยให้ผู้รับเหมาได้ทันในปีงบประมาณที่ส่งมอบงาน แต่จะจ่ายให้ในปีงบประมาณถัดไป ผู้รับเหมาจะขอคิดดอกเบี้ยกับรัฐบาลได้หรือไม่
ตอบ : การจ่ายเงินชดเชยให้ผู้รับเหมาในกรณีที่ใช้สัญญาแบบปรับราคาได้นั้น หากรัฐบาลต้องจ่ายเงินชดเชยข้ามปีงบประมาณ ผู้รับเหมาไม่สามารถคิดดอกเบี้ยจากรัฐบาลได้ และเป็นหน้าที่ของผู้รับเหมาที่จะต้องรีบติดต่อขอรับเงินชดเชยจากสำนักงบประมาณ ภายในกำหนด 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบงานงวดสุดท้าย หากพ้นกำหนดนี้ไปแล้วผู้รับเหมาไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องเงินชดเชยค่างานก่อสร้างจากผู้จ้างเหมาได้อีกต่อไป

12. ถาม : หากมีปัญหาเกี่ยวกับการคำนวณ "ค่า K" จะสามารถสอบถามได้จากที่ใด
ตอบ : สอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักมาตรฐานงบประมาณ สำนักงบประมาณ ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ 02-273-9027
​

13. ถาม : ถ้าประสงค์จะได้ดัชนีในการคำนวณหา "ค่า K" และขอทราบข้อมูลเพิ่มเติมจะติดต่อที่ใด
ตอบ : สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการจัดทำดัชนีเพื่อใช้ประกอบในการคำนวณหา "ค่า K" เผยแพร่เป็นประจำทุกเดือน โดยจะเผยแพร่ไม่เกิน 2 วันทำการของเดือนถัดไป และวางจำหน่าย ณ สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า (ห้อง 21203) อาคาร 1 ชั้น 12 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ 44/100 ถนนนนทบุรี 1 อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี11000   ราคาฉบับละ 5 บาท
ในส่วนภูมิภาคสามารถติดต่อสอบถามหรือขอถ่ายเอกสารได้จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ซึ่งไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่เจ้าหน้าที่ในสำนักงานจะต้องรับรองสำเนาเนื่องจากตัวแปรนี้เป็นเอกสารทางราชการที่ผู้รับเหมาจะต้องนำไปประกอบการยื่นคำร้องขอเงินชดเชยค่าการก่อสร้าง

หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อกลุ่มดัชนีการก่อสร้าง สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โทรศัพท์ 02-507 6719 ในวันและเวลาราชการ

โปรแกรมสร้าง “ตารางค่าดำเนินการค่าเสื่อมงานทาง” (กรณีราคาน้ำมันเกิน 50.99 บาท)

6/4/2026

 
Picture

โปรแกรมสร้าง “ตารางค่าดำเนินการค่าเสื่อมงานทาง” (กรณีราคาน้ำมันเกิน 50.99 บาท)โปรแกรมนี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ เป็นแนวทางชั่วคราว สำหรับผู้ที่มีหน้าที่คำนวณราคากลางงานทาง ในกรณีที่ราคาน้ำมัน เกิน 50.99 บาท จนกว่ากรมบัญชีกลางจะมีตารางทางการออกมา

โปรแกรมสร้าง “ตารางค่าดำเนินการค่าเสื่อมงานทาง”
https://www.yotathai.com/oper-road.html
(กรณีราคาน้ำมันเกิน 50.99 บาท)
⸻
โปรแกรมนี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ เป็นแนวทางชั่วคราว
สำหรับผู้ที่มีหน้าที่คำนวณราคากลางงานทาง
ในกรณีที่ราคาน้ำมัน เกิน 50.99 บาท
จนกว่ากรมบัญชีกลางจะมีตารางทางการออกมา
⸻
หลักการพัฒนาโปรแกรม
โปรแกรมนี้พัฒนาโดยใช้ AI
ในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของ “ค่าดำเนินการค่าเสื่อม”
โดยอิงการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมัน ครั้งละ 1 บาท
ทำให้ผลลัพธ์มีความถูกต้องตามหลักการ
ใช้ต่อเนื่องจากแนวทางตารางเดิมของภาครัฐ
⸻
ข้อสำคัญที่ต้องเข้าใจ
แม้โปรแกรมนี้จะมีความถูกต้องตามหลักการ
แต่หากในอนาคต
กรมบัญชีกลางมีการประกาศ “ตารางอย่างเป็นทางการ”
ให้ยึด “ตารางทางการ” เป็นหลักทันที
⸻
การนำไปใช้งาน
• ใช้เป็นแนวทางคำนวณในช่วงรอยต่อ
• กรณีต้องการความสะดวกและต่อเนื่อง
สามารถใช้ตารางนี้ได้
⸻
ดาวน์โหลดแบบออฟไลน์
อยู่ด้านล่างของหน้าเว็บไซต์
⸻
สรุปสั้นๆ
โปรแกรมนี้ = เครื่องมือช่วยทำงาน “ช่วงไม่มีตารางทางการ”
ไม่ใช่การแทนที่ตารางของกรมบัญชีกลางในระยะยาว

เข้าใช้งานแบบออนไลน์

โปรแกรมคำนวณและสร้างตารางค่าขนส่งวัสดุก่อสร้าง

6/4/2026

 
Picture

โปรแกรมคำนวณและสร้างตารางค่าขนส่งวัสดุก่อสร้าง ระบบประมวลผลอิงโครงสร้างสมการมาตรฐานของกรมบัญชีกลาง (สำหรับใช้งานชั่วคราว)

ตามที่แจ้งไว้เมื่อวานครับ
ว่าวันนี้จะเผยแพร่โปรแกรมช่วยสร้างตารางค่าขนส่ง
กรณีราคาน้ำมัน 50.99 บาท
วันนี้ผมนั่งตรวจสอบและปรับปรุงอยู่นานครับ
ตอนนี้ เผยแพร่เรียบร้อยแล้ว
เข้าใช้งานแบบออนไลน์ได้ที่
https://www.yotathai.com/yt-tcc.html

​ขณะเดียวกัน
ผมก็มีเวอร์ชัน ดาวน์โหลดไปใช้งานแบบออฟไลน์ ด้วยครับ
ดาวน์โหลดแล้วให้ แตกไฟล์ จากนั้นเปิดใช้งานเป็นไฟล์นามสกุล .html
หากต้องการสั่งพิมพ์
แนะนำให้ใช้งานผ่าน คอมพิวเตอร์ จะสะดวกกว่าครับ
โปรแกรมนี้พัฒนาขึ้นโดยใช้ AI ช่วยในการจัดทำ
โดยใช้เทคนิค การคำนวณย้อนกลับ (Reverse Calculation)
เพื่อหาค่าที่เหมาะสมให้สอดคล้องกับโครงสร้างของตารางค่าขนส่ง
ในตำแหน่งที่ควรจะเป็นตามหลักการ

กรุณาอ่าน เงื่อนไขการใช้งานโปรแกรม ให้เรียบร้อยด้วยนะครับ
เนื่องจากผมจัดทำขึ้นเพื่อสนับสนุนการใช้งาน
ในกรณีที่ ตารางจากกรมบัญชีกลางยังไม่ออก เท่านั้น

ดังนั้น
ค่าที่คำนวณได้อาจมีความแตกต่างจากตารางทางการอยู่บ้างเล็กน้อย
ในระดับประมาณ 0.01 บาท เท่านั้น
หากท่านลองนำไปตรวจสอบเทียบกับ
ตารางค่าขนส่งช่วง 15.00 – 50.99 บาท
จะพบว่าอาจมีบางรายการที่คลาดเคลื่อนในระดับ 0.01 บาท
ซึ่งเกิดจากข้อจำกัดของ
การคำนวณแบบย้อนกลับ (Reverse Calculation) นั่นเองครับ
หากมีคำแนะนำหรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
แจ้งไว้ใต้โพสต์ได้เลยครับ


เข้าใช้งานแบบออนไลน์

“อย่าซุกขยะไว้ใต้พรม” ถนนพังเพราะหินผิดเบอร์…จะแก้แบบไหนถึงถูกต้อง?

30/3/2026

 
Picture

“อย่าซุกขยะไว้ใต้พรม” ถนนพังเพราะหินผิดเบอร์…จะแก้แบบไหนถึงถูกต้อง?

Picture
“อย่าซุกขยะไว้ใต้พรม” ถนนพังเพราะหินผิดเบอร์…จะแก้แบบไหนถึงถูกต้อง?
เรื่องนี้เป็นเคสจริงที่อยากเอามาเล่าให้ฟังครับ
เพราะมันไม่ใช่แค่ “งานช่าง” แต่มันคือ “ความรับผิดชอบต่อแผ่นดิน”
━━━━━━━━━━━━━━━
ปัญหามันเริ่มจากอะไร?
ผู้รับจ้างแอบใช้ หินขนาด 1 นิ้ว
ซึ่ง “ผิดจากสูตรผสม (Job Mix)” ที่แบบกำหนด
ผลที่เกิดขึ้นคือ…
บดอัดไม่แน่น
มีโพรงอากาศสูง
หินลอย ไม่เกาะกับยางมะตอย
ถนนแตกร้าวตั้งแต่ยังไม่ส่งงาน
สรุปสั้น ๆ คือ
โครงสร้างพังตั้งแต่ข้างใน
━━━━━━━━━━━━━━━
แล้วจะแก้ยังไงดี?
หลายคนชอบเสนอทางลัดว่า
“งั้นปูทับไปเลยสิ” หรือ “ฉาบทับเอา”
ผมฟันธงตรงนี้เลยครับ
ห้ามปูทับเด็ดขาด
ห้ามฉาบทับทุกกรณี
━━━━━━━━━━━━━━━
เพราะอะไร?
1. หลักวิศวกรรม
ชั้นล่างมันพังไปแล้ว
ถ้ายังเอาของใหม่ไปปิดทับ
สุดท้ายจะเกิด “รอยร้าวสะท้อน”
ปูใหม่ก็พังเหมือนเดิม
มันคือการ
“เอาพรมไปปิดขยะ”
ซึ่งขยะมันยังอยู่เหมือนเดิม
━━━━━━━━━━━━━━━
2. หลักสัญญา
รัฐจ่ายเงิน 100%
ต้องได้งาน ถูกต้อง 100% ตามแบบ
ผู้รับจ้างทำผิดเอง
ต้องรื้อเอง ทำใหม่เอง
ออกเงินเองทั้งหมด
ราชการไม่มีหน้าที่ไป “ช่วยลดสเปก” ให้ใคร
คำนี้จำไว้ให้ขึ้นใจ:
สัญญาต้องเป็นสัญญา
━━━━━━━━━━━━━━━
3. หลักกฎหมาย (อันนี้แรงสุด)
ถ้ารู้ว่างานผิด
แต่ยัง “ยอมรับงาน” หรือ “ยอมให้ปูทับ”
เสี่ยงทันที ม.157
และถ้าโดนตรวจทีหลัง (โดยเฉพาะงบอุดหนุน)
เจาะคอร์มาเจอหินผิดสเปกเมื่อไหร่…
ไม่ใช่แค่โดนสอบ
แต่ต้อง “ควักเงินคืนหลวง” ด้วย
━━━━━━━━━━━━━━━
แล้วทางที่ถูกต้องคืออะไร?
คำตอบมีแค่ทางเดียวครับ
รื้อออกให้หมด (Milling)
แล้วปูใหม่ให้ถูกต้องตามแบบ
ไม่มีทางลัด
ไม่มีการประนีประนอม
ไม่มีคำว่า “เอาพอใช้”
━━━━━━━━━━━━━━━
ฝากถึงช่างคุมงานและกรรมการตรวจรับทุกคน
ถ้าวันนี้คุณ “ยอมง่าย”
วันหน้าคุณจะ “เหนื่อยหนัก”
แต่ถ้าวันนี้คุณ “ยืนให้ถูก”
คุณจะ “สบายไปทั้งชีวิตราชการ”
━━━━━━━━━━━━━━━
จำประโยคนี้ไว้ครับ
“รื้อแล้วทำใหม่ คือความถูกต้อง
ปูทับ คือความเสี่ยง”
━━━━━━━━━━━━━━━
โพสต์นี้ไม่ได้เขียนเพื่อด่าใคร
แต่เขียนเพื่อให้ทุกหน่วยงาน “ยืนในสิ่งที่ถูกต้อง”
เพราะสุดท้าย…
ถนนเส้นนี้ ไม่ใช่ของผู้รับจ้าง
แต่เป็นของประชาชนทั้งประเทศครับ
~~~~~~~~~~
แชร์ได้ , save ไว้ศึกษาส่วนตัวได้ , ห้ามดูดเนื้อหาไปโพสซ้ำหรือใช้งานที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย
~~~~~~~~~~
สนใจอบรมกับ Yotathai
https://training.yotathai.com/
..........
อบรมออนไลน์
https://yotathai.link/online-training อบรมออนไลน์
..........
https://yotathai.link/lecturer เชิญวิทยากรบรรยาย
https://yotathai.link/office ติดต่อทีมงานโยธาไทย (Line@)
https://yotathai.link/training สมัครอบรมกับโธาไทย
https://yotathai.link/chat กลุ่มสนทนาใน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/news รับข่าวสารผ่าน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/club กลุ่มปรึกษาปัญหาใน FB(ฟรี)
https://yotathai.link/fb-gp กลุ่มปรึกษาปัญหาจัดจ้างก่อสร้าง ใน FB (ฟรี)
https://yotathai.link/shop ร้านค้าโยธาไทย
https://yotathai.link/premix ยางมะตอยโยธาพรีมิกซ์
https://yotathai.link/alum สารส้ม-คลอรีน
https://yotathai.link/program โปรแกรมคอมพิวเตอร์
https://yotathai.link/program-k โปรแกรมค่า k
https://yotathai.link/program-factorf โปรแกรม Factor F
https://yotathai.link/program-unitcost โปรแกรมคำนวณวัสดุมวลรวม
https://yotathai.link/program-sketchup โปรแกรม SketchUp
https://roadprice.yotathai.com โปรแกรม ROAD PRICE ประมาณราคางานทาง
https://yotathai.link/rebars เขียนเหล็กเสริมใน SketchUp
https://yotathai.link/k-cal รับคำนวณค่า K

เพิ่งรู้ตัวว่าเป็น “กรรมการตรวจรับ” ตอนงานจะเสร็จ… ต้องทำยังไง?

27/3/2026

 
Picture

เพิ่งรู้ตัวว่าเป็น “กรรมการตรวจรับ” ตอนงานจะเสร็จ… ต้องทำยังไง?

Picture
 เพิ่งรู้ตัวว่าเป็น “กรรมการตรวจรับ” ตอนงานจะเสร็จ… ต้องทำยังไง?

เคสนี้เจอบ่อยมากในงานจริง
และเป็นจุดเสี่ยงทางกฎหมายแบบ “เต็ม ๆ” ถ้าตัดสินใจผิด 

ผมสรุปให้แบบตรงไปตรงมา เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง 

━━━━━━━━━━━━━━━

 สถานการณ์ตามลำดับเวลา

• 12 ม.ค. 69 → มีคำสั่งแต่งตั้งกรรมการตรวจรับ
• 28 ม.ค. 69 → ลงนามสัญญา
• ระหว่างก่อสร้าง → ไม่เคยถูกแจ้ง / ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่
• 24 มี.ค. 69 → เพิ่งรู้ตัว + ถูกเอารายงานมาให้เซ็น
• 29 มี.ค. 69 → สิ้นสุดสัญญา

 แปลตรง ๆ คือ
“ไม่ได้อยู่ในกระบวนการควบคุมงานเลย แต่ถูกขอให้เซ็นตอนจบงาน”

━━━━━━━━━━━━━━━

 หลักกฎหมายที่ต้องเข้าใจก่อน

 คำสั่งแต่งตั้งกรรมการตรวจรับพัสดุ
เป็น “คำสั่งทางปกครอง”

อ้างอิงตาม
 พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

 มาตรา 5
นิยาม “คำสั่งทางปกครอง” ว่า
เป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่
ที่มีผลกระทบต่อสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล

 และหลักตาม มาตรา 42 วรรคหนึ่ง
กำหนดว่า
“คำสั่งทางปกครองย่อมมีผลเมื่อได้แจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบแล้ว”

 ดังนั้น
การที่ท่าน “ยังไม่เคยได้รับแจ้งคำสั่ง”

 หน้าที่ของท่าน
จึง เริ่มเมื่อได้รับทราบ (24 มี.ค. 69)
ไม่ใช่ย้อนหลังไปวันที่ 12 ม.ค.

━━━━━━━━━━━━━━━

 ระเบียบฯ ข้อ 176
กรรมการต้อง
• ตรวจรายงานผู้ควบคุมงาน
• ลงพื้นที่ตรวจงาน
• ตรวจให้ครบก่อนรับรอง

 โดยเฉพาะข้อ (2)
เจตนาคือ “ต้องเห็นงานระหว่างทำ” ไม่ใช่มาเซ็นตอนจบ

━━━━━━━━━━━━━━━

 ปัญหาหลักของเคสนี้

 ไม่เคยตรวจงานระหว่างก่อสร้าง
งานสำคัญ เช่น
• ความหนาชั้นทาง
• การบดอัด
• การเตรียมพื้น

 ตรวจย้อนหลัง “ไม่สมบูรณ์”

 รายงานผู้ควบคุมงาน ≠ การตรวจของกรรมการ

 เป็นแค่ “ข้อมูลประกอบ”
 ใช้แทนการตรวจจริงไม่ได้

 งานบอกว่าเสร็จแล้ว แต่ยังไม่ถือว่าเสร็จในทางกฎหมาย

 ต้องผ่าน “คณะกรรมการตรวจรับ” ก่อนเท่านั้น

━━━━━━━━━━━━━━━

 คำถามสำคัญ: เซ็นได้ไหม?

 ตอบตรง ๆ: ห้ามเซ็น ถ้ายังไม่ได้ตรวจเอง

เพราะ
การเซ็น = รับรองว่า “งานถูกต้องตามสัญญา”

ถ้าไม่ได้ตรวจจริง
= เสี่ยงทั้ง
• วินัย
• ละเมิด
• อาญา

━━━━━━━━━━━━━━━

 แล้วถอนตัวได้ไหม?

 ทำได้… แต่ต้องมี “เหตุผลที่ถูกต้อง”

 เหตุผลแบบนี้ “ยังไม่พอ”
• งานเสร็จแล้ว
• มาทีหลัง

 เหตุผลที่ใช้ได้จริง
• ไม่ได้ร่วมควบคุมงานตั้งแต่ต้น
• ขาดข้อมูลสำคัญ
• ไม่สามารถใช้ดุลพินิจรับรองงานได้อย่างมั่นใจ

 แก่นคือ
“ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเป็นธรรม”

━━━━━━━━━━━━━━━

 แนวทางที่ควรทำ (สำคัญมาก)

 1. ทำบันทึกทันที
ระบุให้ชัดว่า
• เพิ่งทราบคำสั่งวันที่ 24 มี.ค.
• ไม่เคยตรวจระหว่างก่อสร้าง
• งานบางส่วนตรวจย้อนหลังไม่ได้

━━━━━━━━━━━━━━━

 2. ตรวจเท่าที่ตรวจได้
ดูเอกสารทั้งหมด เช่น
• รายงานผู้ควบคุมงาน
• สมุดงาน
• ผลทดสอบ
• รูปถ่าย

━━━━━━━━━━━━━━━

 3. ใช้ดุลพินิจแบบ “ระวังสูงสุด”

ถ้า
• หลักฐานไม่พอ
• ยืนยันไม่ได้

 ต้อง “ไม่รับงาน” เท่านั้น

━━━━━━━━━━━━━━━

 4. หากไม่มั่นใจจริง

 ทำหนังสือขอ “เปลี่ยนตัวกรรมการ”
โดยให้เหตุผลว่า
“ไม่สามารถรับรองความถูกต้องของงานได้”

━━━━━━━━━━━━━━━

 สรุปแบบฟันธง

 หน้าที่เริ่มเมื่อรับทราบคำสั่ง (ตาม ม.42)
 ไม่ได้ตรวจระหว่างทำ = มีข้อจำกัด แต่ยังมีหน้าที่
 ห้ามเซ็น ถ้ายังไม่ได้ตรวจเอง
 ถอนตัวได้ แต่ต้องอธิบายว่า “ทำหน้าที่ไม่ได้อย่างเป็นธรรม”
 ถ้ายืนยันไม่ได้ = ต้อง “ไม่รับงาน”

━━━━━━━━━━━━━━━

 ข้อพึงระวังที่สุด

การเซ็นรับงาน
ทั้งที่ “ไม่ได้ตรวจข้อเท็จจริงเพียงพอ”

 ไม่ใช่แค่ผิดระเบียบ
แต่อาจนำไปสู่ความรับผิด
วินัย + ละเมิด + อาญา

━━━━━━━━━━━━━━━

 จำไว้ให้ขึ้นใจ

“คำสั่งมีผลเมื่อรับทราบ
และการตรวจรับ ต้องตรวจจริง ไม่ใช่เซ็นตามกระดาษ”

━━━━━━━━━━━━━━━

บันทึกข้อความ

ส่วนราชการ ………………………………………………………
ที่ ……………………………………………………… วันที่ ………………………………………………………

เรื่อง : รายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ (งานจ้างก่อสร้างถนนลงหินคลุก หมู่ที่ 11)

เรียน ………………………………………………………

ตามที่หน่วยงานได้มีคำสั่งแต่งตั้งข้าพเจ้าเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุ ในโครงการจ้างก่อสร้างถนนลงหินคลุก หมู่ที่ 11 ตามคำสั่งลงวันที่ 12 มกราคม 2569 นั้น

ข้าพเจ้าขอรายงานข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณา ดังนี้
1. ข้าพเจ้าเพิ่งได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 จากการที่ผู้ควบคุมงานนำรายงานผลการปฏิบัติงานมาให้ลงนาม โดยก่อนหน้านี้ข้าพเจ้าไม่เคยได้รับแจ้งหรือรับทราบคำสั่งดังกล่าวแต่อย่างใด
2. ในช่วงระหว่างการดำเนินงานก่อสร้าง ข้าพเจ้ามิได้เข้าร่วมตรวจงาน ณ สถานที่ก่อสร้าง และมิได้ร่วมตรวจรายงานของผู้ควบคุมงานตามระยะเวลาที่กำหนด เนื่องจากไม่ทราบถึงการได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว
3. ปัจจุบันผู้ควบคุมงานแจ้งว่าผู้รับจ้างได้ดำเนินงานแล้วเสร็จ และได้นำรายงานมาเสนอเพื่อให้ลงนามรับรองผลการปฏิบัติงาน
4. อย่างไรก็ดี เนื่องจากข้าพเจ้ามิได้เข้าร่วมตรวจสอบงานในระหว่างก่อสร้าง จึงมีข้อจำกัดในการตรวจสอบข้อเท็จจริงบางประการที่ไม่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้โดยสมบูรณ์ อาทิ การเตรียมชั้นทาง ความหนาของชั้นวัสดุ และคุณภาพการบดอัด ซึ่งเป็นสาระสำคัญของงานก่อสร้างดังกล่าว
5. ด้วยเหตุผลตามข้อ 1 ถึงข้อ 4 ข้างต้น ข้าพเจ้าจึงยังไม่อาจรับรองความถูกต้องครบถ้วนของผลงานก่อสร้างตามสัญญาได้ในขณะนี้

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปโดยถูกต้องตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้าพเจ้าขอเสนอแนวทางดำเนินการ ดังนี้

(1) ขอให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุดำเนินการตรวจสอบงาน ณ สถานที่ก่อสร้างโดยละเอียด เท่าที่สามารถตรวจสอบได้ในปัจจุบัน
(2) ขอให้ผู้ควบคุมงานจัดส่งเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา ได้แก่ รายงานประจำวัน รายงานประจำสัปดาห์ ผลการทดสอบ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ประกอบการตรวจรับ
(3) หากปรากฏว่ามีข้อสงสัยหรือไม่สามารถยืนยันความถูกต้องของงานได้ ขอให้เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป

ทั้งนี้ ข้าพเจ้าขอสงวทธิในการใช้ดุลพินิจตามหน้าที่ของกรรมการตรวจรับพัสดุ โดยจะไม่ลงนามรับรองผลงานก่อสร้างจนกว่าจะได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วนตามสมควรแล้ว

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และพิจารณาดำเนินการต่อไป

ลงชื่อ ………………………………………………………
(………………………………………………………)
ตำแหน่ง ………………………………………………………

━━━━━━━━━━━━━━━

บันทึกข้อความ

ส่วนราชการ ………………………………………………………
ที่ ……………………………………………………… วันที่ ………………………………………………………

เรื่อง : ขอพิจารณาเปลี่ยนตัวกรรมการตรวจรับพัสดุ (งานจ้างก่อสร้างถนนลงหินคลุก หมู่ที่ 11)

เรียน ………………………………………………………

อ้างถึง คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ลงวันที่ 12 มกราคม 2569
โครงการจ้างก่อสร้างถนนลงหินคลุก หมู่ที่ 11

ตามที่ข้าพเจ้าได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุในโครงการดังกล่าว นั้น

ข้าพเจ้าขอเรียนรายงานข้อเท็จจริงและเหตุผลประกอบการพิจารณา ดังนี้
1. ข้าพเจ้าเพิ่งได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 โดยก่อนหน้านี้มิได้รับแจ้งหรือรับทราบคำสั่งดังกล่าวแต่อย่างใด
2. ในช่วงระหว่างการดำเนินงานก่อสร้าง ข้าพเจ้ามิได้เข้าร่วมตรวจงาน ณ สถานที่ก่อสร้าง และมิได้ร่วมพิจารณารายงานของผู้ควบคุมงานตามระยะเวลาที่กำหนด
3. ปัจจุบันผู้ควบคุมงานแจ้งว่าผู้รับจ้างได้ดำเนินงานแล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างเสนอรายงานเพื่อให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณารับรองผลงาน
4. อย่างไรก็ดี เนื่องจากข้าพเจ้ามิได้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบงานในระหว่างก่อสร้าง จึงทำให้ขาดข้อมูลข้อเท็จจริงในประเด็นสำคัญบางประการ ซึ่งเป็นรายการงานที่ไม่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้โดยสมบูรณ์ เช่น การเตรียมชั้นทาง ความหนาของชั้นวัสดุ และคุณภาพการบดอัด อันเป็นสาระสำคัญในการพิจารณารับรองผลงานให้เป็นไปตามแบบรูปรายการและสัญญา
5. ด้วยเหตุผลดังกล่าว ข้าพเจ้าจึงเห็นว่าตนไม่อาจใช้ดุลพินิจในการตรวจรับพัสดุได้อย่างครบถ้วน รอบคอบ และเป็นธรรมตามหน้าที่ที่ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 กำหนดไว้

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการตรวจรับพัสดุเป็นไปโดยถูกต้อง ครบถ้วน และลดความเสี่ยงต่อความเสียหายของทางราชการ ข้าพเจ้าจึงขอเสนอให้พิจารณาเปลี่ยนตัวกรรมการตรวจรับพัสดุในส่วนของข้าพเจ้า และแต่งตั้งบุคคลที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างต่อเนื่องและมีข้อมูลข้อเท็จจริงยงพอในการใช้ดุลพินิจแทน

ทั้งนี้ ข้าพเจ้ายินดีให้ความร่วมมือในการส่งมอบข้อมูลหรือชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องตามสมควร

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

ลงชื่อ ………………………………………………………
(………………………………………………………)
ตำแหน่ง ………………………………………………………

~~~~~~~~~~
แชร์ได้ , save ไว้ศึกษาส่วนตัวได้ , ห้ามดูดเนื้อหาไปโพสซ้ำหรือใช้งานที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย
~~~~~~~~~~

 สนใจอบรมกับ Yotathai 

 https://training.yotathai.com/

..........
อบรมออนไลน์
https://yotathai.link/online-training อบรมออนไลน์
..........
https://yotathai.link/lecturer เชิญวิทยากรบรรยาย
https://yotathai.link/office ติดต่อทีมงานโยธาไทย (Line@)
https://yotathai.link/training สมัครอบรมกับโธาไทย
https://yotathai.link/chat กลุ่มสนทนาใน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/news รับข่าวสารผ่าน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/club กลุ่มปรึกษาปัญหาใน FB(ฟรี)
https://yotathai.link/fb-gp กลุ่มปรึกษาปัญหาจัดจ้างก่อสร้าง ใน FB (ฟรี)
https://yotathai.link/shop ร้านค้าโยธาไทย
https://yotathai.link/premix ยางมะตอยโยธาพรีมิกซ์
https://yotathai.link/alum สารส้ม-คลอรีน
https://yotathai.link/program โปรแกรมคอมพิวเตอร์
https://yotathai.link/program-k โปรแกรมค่า k
https://yotathai.link/program-factorf โปรแกรม Factor F
https://yotathai.link/program-unitcost โปรแกรมคำนวณวัสดุมวลรวม
https://yotathai.link/program-sketchup โปรแกรม SketchUp
https://roadprice.yotathai.com โปรแกรม ROAD PRICE ประมาณราคางานทาง
https://yotathai.link/rebars เขียนเหล็กเสริมใน SketchUp
https://yotathai.link/k-cal รับคำนวณค่า K

สรุป “ว 214” เรื่องการกำหนดวัสดุก่อสร้าง (แยกชัด“ข้อกฎหมาย” vs “แนวปฏิบัติวิชาชีพ”)

26/3/2026

 
Picture

สรุป “ว 214” เรื่องการกำหนดวัสดุก่อสร้าง (แยกชัด“ข้อกฎหมาย” vs “แนวปฏิบัติวิชาชีพ”)

Picture
 สรุป “ว 214” เรื่องการกำหนดวัสดุก่อสร้าง
(แยกชัด: “ข้อกฎหมาย” vs “แนวปฏิบัติวิชาชีพ”)

⸻

 ส่วนที่ 1: หลักเกณฑ์ตาม ว 214 (ต้องทำตาม)

 ห้าม “ล็อกตัวแทนจำหน่าย”
•  ห้ามกำหนดว่า ต้องเป็นตัวแทนจำหน่าย
•  ห้ามให้มีหนังสือแต่งตั้งตัวแทน
•  ห้ามบังคับหนังสือรับรองอะไหล่จากผู้ผลิต

 หลักคิด:
เปิดการแข่งขันเสรี → ผู้รับจ้างจัดหาวัสดุจากแหล่งใดก็ได้
ตราบใดที่ได้คุณภาพตามแบบ

⸻

 การ “ระบุยี่ห้อ” ทำได้ แต่ต้องถูกวิธี

กรณีไม่มีมาตรฐานกลาง (เช่น มอก.)

ต้อง:
• ระบุ ≥ 3 ยี่ห้อ
• ใส่คำว่า “หรือเทียบเท่า” ทุกครั้ง

 หลักคิด:
กำหนด “มาตรฐานอ้างอิง”
แต่ ห้ามล็อกยี่ห้อเดียว

⸻

 การพิจารณา “วัสดุเทียบเท่า”
•  ผู้รับจ้าง = ต้อง “พิสูจน์” ว่าเทียบเท่า
•  คณะกรรมการตรวจรับ = มีอำนาจพิจารณา
•  คำวินิจฉัย = เป็นที่สุดเฉพาะสัญญานั้น

 หลักสำคัญ:
กรรมการตรวจรับมี “ดุลพินิจ”
แต่ต้องอยู่บน เหตุผลทางวิศวกรรม

⸻

 ส่วนที่ 2: แนวทางวิชาชีพ (ควรทำ เพื่อรักษาผลประโยชน์รัฐ)

 เขียนสเปกให้ “รัดกุม”

แนะนำรูปแบบ:

“ใช้ยี่ห้อ A หรือ B หรือ C
หรือคุณภาพดีกว่าหรือเทียบเท่า
และราคาต้องสูงกว่าหรือเทียบเท่า”

 ผลลัพธ์:
กันการใช้ของเกรดต่ำมาสวมสิทธิ์คำว่า “เทียบเท่า”

⸻

 มอก. = แค่ “ขั้นต่ำ”
• มอก. ไม่ได้ทำให้ทุกยี่ห้อคุณภาพเท่ากัน
• ของผ่าน มอก. แต่คุณภาพจริง “ต่างกันมาก”

 แนวทาง:
• ระบุ “กลุ่มยี่ห้อที่เชื่อถือได้”
• ใช้ประสบการณ์งานก่อสร้างจริงประกอบ

⸻

 “เทียบเท่า” ต้องดูทั้งคุณภาพ + ราคา

ต้องพิจารณา 2 มิติพร้อมกัน:
•  คุณภาพ ≥ ของในแบบ
•  ราคา ≥ ของในแบบ

 เหตุผล:
ป้องกันผู้รับจ้าง “ลดต้นทุน”
โดยเอาของถูกแต่คุณภาพคาบเส้นมาใช้

⸻

 สรุปแบบฟันธง
• ว 214 = เน้นการแข่งขันเสรี + ห้ามล็อกสเปก
• แต่ “คุณภาพงาน” จะดีหรือไม่
 อยู่ที่การเขียนแบบ + ดุลพินิจกรรมการตรวจรับ

 หลักปฏิบัติที่ถูกต้อง:

“ไม่ล็อกการแข่งขัน แต่ต้องคุมคุณภาพให้ได้”

⸻

หากใช้เฉพาะ ว 214 แบบตรงตัว → งานอาจได้แค่ “ผ่านขั้นต่ำ”
แต่ถ้าเติมแนวคิดวิชาชีพเข้าไป → จะได้งานที่ “คุ้มค่าและยั่งยืน”

~~~~~~~~~~
แชร์ได้ , save ไว้ศึกษาส่วนตัวได้ , ห้ามดูดเนื้อหาไปโพสซ้ำหรือใช้งานที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย
~~~~~~~~~~

 สนใจอบรมกับ Yotathai 

 https://training.yotathai.com/

..........
อบรมออนไลน์
https://yotathai.link/online-training อบรมออนไลน์
..........
https://yotathai.link/lecturer เชิญวิทยากรบรรยาย
https://yotathai.link/office ติดต่อทีมงานโยธาไทย (Line@)
https://yotathai.link/training สมัครอบรมกับโธาไทย
https://yotathai.link/chat กลุ่มสนทนาใน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/news รับข่าวสารผ่าน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/club กลุ่มปรึกษาปัญหาใน FB(ฟรี)
https://yotathai.link/fb-gp กลุ่มปรึกษาปัญหาจัดจ้างก่อสร้าง ใน FB (ฟรี)
https://yotathai.link/shop ร้านค้าโยธาไทย
https://yotathai.link/premix ยางมะตอยโยธาพรีมิกซ์
https://yotathai.link/alum สารส้ม-คลอรีน
https://yotathai.link/program โปรแกรมคอมพิวเตอร์
https://yotathai.link/program-k โปรแกรมค่า k
https://yotathai.link/program-factorf โปรแกรม Factor F
https://yotathai.link/program-unitcost โปรแกรมคำนวณวัสดุมวลรวม
https://yotathai.link/program-sketchup โปรแกรม SketchUp
https://roadprice.yotathai.com โปรแกรม ROAD PRICE ประมาณราคางานทาง
https://yotathai.link/rebars เขียนเหล็กเสริมใน SketchUp
https://yotathai.link/k-cal รับคำนวณค่า K

ว 187 แนวทางปฏิบัติการดำเนินการจำหน่ายพัสดุ โดยวิธีการขายทอดตลาด

18/3/2026

 
Picture

ที่ กค (กวจ) 0405.4/ว 187 ลงวันที่ 17 มีนาคม 2569 แนวทางปฏิบัติการดำเนินการจำหน่ายพัสดุ โดยวิธีการขายทอดตลาด ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 215 วรรคหนึ่ง (1)


ดูและDownload

ราคาผลิตภัณฑ์แอสฟัลท์ ประจำเดือนมีนาคม 2569

9/3/2026

 
Picture

ราคาผลิตภัณฑ์แอสฟัลท์ ประจำเดือนมีนาคม 2569

Picture


ดูและDownload

ดัชนีราคาเพื่อใช้ประกอบการคำนวณค่า K ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569

9/3/2026

 
Picture

ดัชนีราคาเพื่อใช้ประกอบการคำนวณค่า K ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569

ดูและDownload

ความรู้เบื้องต้นเรื่องค่า K
​
ดัชนีเพื่อใช้ประกอบการคำนวณหา Escalation Factors ( K )
สำหรับสัญญาแบบปรับราคาได้ในการประกวดราคาจ้างเหมาก่อสร้าง

"ค่า K" มีบทบาทสำคัญในธุรกิจการก่อสร้างมานาน และทวีความสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะจากภาวะค่าเงินบาทลอยตัว การปรับเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการก่อสร้าง สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า จึงได้จัดทำเอกสาร ถาม - ตอบ "ค่า K" เป็นความรู้เบื้องต้นแก่ผู้สนใจ

1. ถาม : ESCALATION FACTOR หรือ "ค่า K" คืออะไร
ตอบ : คือ ตัวเลขดัชนีที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของค่างาน ณ ระยะเวลาที่ผู้รับเหมาก่อสร้างเปิดซองประกวดราคาได้ เปรียบเทียบกับระยะเวลาที่ส่งงานในแต่ละงวด โดยมีเงื่อนไขสำคัญ ดังนี้
(1) จะใช้ "ค่า K" ได้เฉพาะในกรณีที่ผู้รับเหมารับงานจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่นเท่านั้น
(2) ในการทำสัญญาว่าจ้าง คู่สัญญาจะต้องระบุในสัญญาให้ชัดเจนว่า เป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ในการประกวดราคาจ้างเหมาก่อสร้าง

2. ถาม : "ค่า K" มีความเป็นมาอย่างไร
ตอบ : การนำ "ค่า K" มาใช้ เริ่มจากในช่วงปี 2516 - 2517 เกิดวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ โดยน้ำมันและวัสดุก่อสร้างสำคัญ คือ เหล็กสำเร็จรูปต่างๆ ขาดแคลนและราคาสูงขึ้นมาก ส่งผลกระทบต่อธุรกิจก่อสร้างโดยตรงและรุนแรง ผู้รับเหมาต่างได้รับความเดือดร้อน บางรายหยุดดำเนินการ บางรายละทิ้งงาน เพราะไม่สามารถรับภาระขาดทุนได้ ขณะเดียวกัน ผู้จ้างเหมาก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติให้นำ "ค่า K" มาใช้ เพื่อช่วยเหลือผู้รับเหมาให้ได้รับการชดเชยค่าเสียหาย ทั้งนี้มีคณะอนุกรรมการเป็นผู้กำหนด หลักเกณฑ์ เงื่อนไข สูตร ประเภท และลักษณะงานที่เข้าข่ายสามารถขอรับเงินชดเชยจากรัฐบาลได้ จนถึงปี 2524 รัฐบาลได้ประกาศยกเลิกการใช้ "ค่า K" เนื่องจากวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2532 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้นำ "ค่า K" มาใช้อีกครั้ง เนื่องจากผลของภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวในอัตราสูง ก่อให้เกิดการลงทุนอย่างมากในธุรกิจหลายสาขา โดยเฉพาะธุรกิจการก่อสร้าง เพื่อรองรับเศรษฐกิจที่ขยายตัว เป็นเหตุให้วัสดุก่อสร้างสำคัญ คือ เหล็กเส้นขาดแคลนและราคาสูงขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการธุรกิจก่อสร้างได้รับความเดือดร้อน รัฐบาลจึงให้ความช่วยเหลือโดยมีมติดังกล่าว ให้ใช้ "ค่า K" มาจนถึงปัจจุบัน

3. ถาม : องค์ประกอบ "ค่า K" มีอะไรบ้าง
ตอบ : "ค่า K" ประกอบด้วยตัวแปรต่าง ๆ ดังนี้
M = ดัชนีราคาสินค้าวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์)
S = ดัชนีราคาเหล็ก
C = ดัชนีราคาซีเมนต์
G = ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบ
F = ดัชนีราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว
A = ดัชนีราคาแอสฟัลท์
E = ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์
GIP = ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี
AC = ดัชนีราคาท่อซีเมนต์ใยหิน
PVC = ดัชนีราคาท่อ PVC
PE = ดัชนีราคาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE
W = ดัชนีราคาสายไฟฟ้า
I = ดัชนีราคาผู้บริโภคของประเทศ

4. ถาม : "ค่า K" นอกจากจะให้ประโยชน์แก่ผู้รับเหมาแล้ว ในส่วนของผู้จ้างเหมาจะได้รับประโยชน์ด้วยหรือไม่ อย่างไร
 ตอบ : "ค่า K" ใช้เป็นเครื่องมือช่วยเหลือทั้งผู้รับเหมาและผู้จ้างเหมาไปพร้อมกัน กล่าวคือ ช่วยลดความเสี่ยงของผู้รับเหมา กรณีที่ได้รับความเดือดร้อนจากวัสดุก่อสร้างมีราคาสูงขึ้น โดยให้ได้รับการชดเชยในส่วนของผลต่างราคาวัสดุก่อสร้าง ณ วันที่ประกวดราคาได้ เทียบกับวันส่งมอบงานในแต่ละงวด ขณะเดียวกันผู้จ้างเหมาใช้ "ค่า K" เป็นเครื่องมือป้องกันมิให้ผู้รับเหมาเอาเปรียบ โดยการบวกราคาวัสดุก่อสร้างเผื่อการเปลี่ยนแปลงไว้ล่วงหน้ามากจนเกินไป

5. ถาม : งานก่อสร้างประเภทใดบ้าง ที่อยู่ในเงื่อนไขสามารถใช้ "ค่า K"
ตอบ : งานก่อสร้างที่จะสามารถนำ "ค่า K" มาคำนวณเพื่อขอรับเงินชดเชยได้ มี 5 ประเภท โดยมีสูตรที่ใช้คำนวณ 35 สูตร ดังนี้
งานอาคาร 1 สูตร
งานดิน 3 สูตร
งานทาง 7 สูตร
งานชลประทาน 7 สูตร
งานระบบสาธารณูปโภค 17 สูตร
ทั้งนี้ รวมถึงงานปรับปรุงและซ่อมแซมตามประเภทของงานดังกล่าวด้วย

6. ถาม : การรับเหมาก่อสร้างงานต่างๆ จะทราบได้อย่างไรว่า ประเภทงานนั้นจะใช้สูตรอะไร และจะขอทราบรายละเอียดของสูตรได้จากที่ไหน
ตอบ : โดยทั่วไปผู้รับเหมาเมื่อรับงานจากหน่วยงานราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ ซึ่งในสัญญาระบุว่า เป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ ในสัญญามักจะระบุสูตรสำหรับประเภทงานนั้นๆ เสมอ อย่างไรก็ตาม หากผู้รับเหมาต้องการทราบรายละเอียดสูตรต่างๆ สามารถสอบถามได้ที่ สำนักงบประมาณ สำนักนายกรัฐมนตรี
7. ถาม : ตัวเลขที่ใช้แทนค่าในสูตรแต่ละประเภทงานก่อสร้าง ได้มาอย่างไร
ตอบ : ตัวเลขที่ใช้แทนค่าในสูตรแต่ละประเภทงานก่อสร้าง คือ ตัวแปรต่าง ๆ รวม 13 รายการ ซึ่งเป็นองค์ประกอบของ "ค่า K" ( ข้อ 3 ) ดัชนีราคาดังกล่าวจัดทำและเผยแพร่เป็นประจำทุกเดือน โดยสำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์

8. ถาม : ผู้รับเหมาก่อสร้างจะเรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายเงินชดเชยในทุกกรณีได้หรือไม่
ตอบ : แม้ว่าผู้รับเหมาจะทำสัญญากับผู้จ้างเหมา โดยปฏิบัติตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภท และลักษณะงานตามที่กำหนดไว้ในสัญญาแบบปรับราคาได้ครบถ้วนแล้วก็ตาม แต่ผู้รับเหมาก็ไม่สามารถเรียกร้องรัฐบาลให้จ่ายเงินชดเชยได้เสมอไป กล่าวคือ จะต้องคำนวณ "ค่า K" โดยใช้สูตรตามประเภทงานก่อสร้าง ณ เดือนที่ส่งมอบงาน เทียบกับ "ค่า K" เดือนที่เปิดซองประกวดราคา ถ้าการเปลี่ยนแปลงของ "ค่า K" แต่ละงวดงานมีค่ามากกว่าร้อยละ 4 (หรือ 1.04) ผู้รับเหมาจึงจะสามารถนำ "ค่า K" ไปเรียกร้องขอรับเงินชดเชยได้ แต่ขณะเดียวกัน หาก "ค่า K" ของแต่ละงวดงานมีค่าน้อยกว่าร้อยละ 4 (หรือ 0.96) ผู้จ้างเหมาก็จะเรียกค่างานคืนจากผู้รับเหมาในส่วนที่ราคาวัสดุก่อสร้างลดลง โดยอาจใช้วิธีการหักเงินค่างานในงวดถัดไป หรือหักเงินจากหลักประกันสัญญาแล้วแต่กรณี
9. ถาม : การคำนวณค่า K ทำได้อย่างไร
ตอบ : คำนวณค่า K จากสูตรตามได้ระบุไว้ในสัญญา โดยใช้ตัวเลขของตัวแปร 13 ตัวแปรที่จัดทำโดยกระทรวงพาณิชย์ เป็นเกณฑ์ในการคำนวณ
  1. กรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภท รวมอยู่ในสัญญาเดียวกัน จะต้องแยกค่างานก่อสร้างแต่ละประเภทให้ชัดเจนตามลักษณะงานนั้น และให้สอดคล้องกับสูตรที่กำหนดไว้
  2. การคำนวณหาค่า K กำหนดให้ใช้ทศนิยม 3 ตำแหน่ง ทุกขั้นตอนโดยไม่มีการปัดเศษ และกำหนดให้ทำเลขสัมพันธ์ (เปรียบเทียบ) ให้เป็นผลสำเร็จก่อน แล้วจึงนำผลลัพธ์ไปคูณกับตัวเลขคงที่หน้าเลขสัมพันธ์นั้น ( ดังตัวอย่าง )
  3. ให้พิจารณาเงินเพิ่ม หรือลดราคาค่างวดงานจากราคาที่ผู้รับจ้างทำสัญญาตกลงกับผู้ว่าจ้าง เมื่อค่า K ตามสูตรสำหรับงานก่อสร้างนั้น ๆ ในเดือนที่ส่งมอบงานมีค่าเปลี่ยนแปลงไปจากค่า K ในเดือนเปิดซองประกวดราคามากกว่า 4 % ขึ้นไป โดยนำเฉพาะส่วนที่เกิน 4% มาคำนวณปรับเพิ่ม หรือลดค่างานแล้วแต่กรณี (โดยไม่คิด 4% แรกให้)
  4. ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถทำการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาในสัญญา โดยเป็นความผิดของผู้รับจ้าง ค่า K ตามสูตรต่าง ๆ ที่จะนำมาใช้ในการคำนวณค่างานให้ใช้ค่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริง แล้วแต่ว่าค่า K ตัวใดจะมีค่าน้อยกว่า
  5. การจ่ายเงินแต่ละงวด ให้จ่ายค่างานที่ผู้รับจ้างทำได้แต่ละงวดตามสัญญาไปก่อน ส่วนค่างานเพิ่ม หรือลดลง จะคำนวณได้ต่อเมื่อทราบดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ซึ่งนำมาคำนวณหาค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานงวดนั้น ๆ เป็นที่แน่นอนแล้ว เมื่อคำนวณเงินเพิ่มได้แล้ว ให้ขอทำความตกลงเรื่องเงินกับสำนักงบประมาณ
 
ตัวอย่าง การคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญาปรับราคาได้ (ค่า K)
  • กำหนดให้ค่า K = 1
  • ในกรณีได้รับเงินชดเชย ค่า K ต้องมากกว่า 1.04
  • ในกรณีที่ต้องคืนเงินชดเชยค่า K ต้องน้อยกว่า 0.96
งานก่อสร้างอาคารเรียน 1 หลัง มูลค่า 2,570,000.00 บาท
  • งวดที่ 1 514,000.- บาท
  • งวดที่ 2 385,500.- บาท
  • งวดที่ 3 385,500.- บาท
  • งวดที่ 4 642,500.- บาท
  • งวดที่ 5 (สุดท้าย) 642,500.- บาท
ค่าตัวแปรในเดือนเปิดซองประกวดราคา วันที่ 30 มกราคม 2533
Io = 112.2 , Co = 111.7 , Mo = 126.7 , So = 140.0
สูตรงานอาคาร
K = 0.25 + 0.15 It/Io + 0.10 Ct/Co + 0.40 Mt/Mo + 0.10 St/So
ส่งงานงวดที่ 1 วันที่ 20 กรกฎาคม 2533
ค่าตัวแปรในเดือนที่ส่งมอบงาน It = 115.8 , Ct = 117.6 , Mt = 132.7 , St = 140.8
K = 0.25 + 0.15(115.8/112.2) + 0.10(117.6/111.7) + 0.40(132.7/126.7) + 0.10(140.8/140.0)
= 0.25 + 0.15(1.032) + 0.10 (1.052) + 0.40(1.047) +0.10(1.005)
= 0.25 + 0.154 + 0.105 + 0.418 + 0.100
= 1.027

ค่า K เปลี่ยนแปลงไม่เกิน 4% ไม่ได้รับเงินชดเชย
ส่งงานงวดที่ 2 วันที่ 5 กันยายน 2533
It = 116.7 , Ct = 127.8 , Mt = 135.1 , St = 140.4
K = 0.25 + 0.15(116.7/112.2) + 0.10(127.8/111.7) + 0.40(135.1/126.7) + 0.10(140.4/140.0)
= 0.25 + 0.15(1.040) + 0.10 (1.144) + 0.40(1.066) + 0.10(1.002)
= 0.25 + 0.156 + 0.114 + 0.426 + 0.100
= 1.046

ค่า K เปลี่ยนแปลงเกิน 4% เท่ากับ 1.046 - 1.04 = 0.006
จะได้รับเงินชดเชยเพิ่ม = 0.006 X 385,500 = 2,313.- บาท
ส่งงานงวดที่ 3 วันที่ 20 ตุลาคม 2533
It = 119.0 , Ct = 167.5 , Mt = 137.2 , St = 140.9
K = 0.25 + 0.15(119.0/112.2) + 0.10(167.5/111.7) + 0.40(137.2/126.7) + 0.10(140.9/140.0)
= 0.25 + 0.15(1.060) + 0.10 (1.499) + 0.40(1.082) + 0.10(1.006)
= 0.25 + 0.159 + 0.149 + 0.432 + 0.100
= 1.090

ค่า K เปลี่ยนแปลงเกิน 4% เท่ากับ 1.090 - 1.04 = 0.050
จะได้รับเงินชดเชยเพิ่ม = 0.050 X 385,500 = 19,275.- บาท
ส่งงานงวดที่ 4 วันที่ 30 พฤศจิกายน 2533
It = 119.5 , Ct = 167.5 , Mt = 137.2 , St = 139.6
K = 0.25 + 0.15(119.5/112.2) + 0.10(167.5/111.7) + 0.40(137.2/126.7) + 0.10(139.6/140.0)
= 0.25 + 0.15(1.065) + 0.10 (1.499) + 0.40(1.082) + 0.10(0.997)
= 0.25 + 0.159 + 0.149 + 0.432 + 0.099
= 1.089

ค่า K เปลี่ยนแปลงเกิน 4% เท่ากับ 1.089 - 1.04 = 0.049
จะได้รับเงินชดเชยเพิ่ม = 0.049 X 642,500 = 31,482.50 บาท
ส่งงานงวดที่ 5 วันที่ 15 มกราคม 2534
It = 119.1 , Ct = 151.7 , Mt = 138.4 , St = 137.1
K = 0.25 + 0.15(119.1/112.2) + 0.10(151.7/111.7) + 0.40(138.4/126.7) + 0.10(137.1/140.0)
= 0.25 + 0.15(1.061) + 0.10 (1.358) + 0.40(1.092) + 0.10(0.979)
= 0.25 + 0.159 + 0.135 + 0.436 + 0.097
= 1.077

ค่า K เปลี่ยนแปลงเกิน 4% เท่ากับ 1.077 - 1.04 = 0.037
ในงวดนี้ส่งงานพร้อมครุภัณฑ์ 4 รายการ เงิน 149,600.- บาท ประกอบด้วย
1. กระดานดำ 8 ชุด 22,400.- บาท
2. โต๊ะม้านั่งครู 8 ชุด 12,000.- บาท
3. โต๊ะม้านั่งนักเรียน 320 ชุด 112,000.- บาท
4. เครื่องดับเพลิง 2 ชุด 3,200.- บาท
รวม 149,600.- บาท


ดังนั้น จะได้รับเงินชดเชย = (642,500 - 149,600) X 0.037 = 18,237.30 บาท
รวมได้รับเงินชดเชยทั้งสัญญา (5 งวด)= 2,313 + 19,275 + 31,482.50 + 18,237.30
= 71,307.80 บาทกรณีการคืนเงินค่า K
สมมุติการส่งงานในงวดที่ 5 (งวดสุดท้าย 15 มกราคม 2534 ) มีค่าดัชนีชุดต่าง ๆ ดังนี้
It = 107.9 , Ct = 110.5 , Mt = 113.2 , St = 135.2
K = 0.25 + 0.15(107.9/112.2) + 0.10(110.5 /111.7) + 0.40(113.2/126.7) + 0.10(135.2/140.0)
= 0.25 + 0.15(0.961) + 0.10 (0.989) + 0.40(0.893) + 0.10(0.965)
= 0.25 + 0.144 + 0.098 + 0.357 + 0.096
= 0.945

ค่า K เปลี่ยนแปลงต่ำกว่า 4% เท่ากับ 0.96 - 0.945 = 0.015
ในงวดนี้มีค่างานต้องเรียกคืน = (642,500 - 149,600) x 0.015 = 7,393.50 บาท
รวมได้รับเงินชดเชยทั้งสัญญา (5 งวด) = 2,313 + 19,275 + 31,482.50 - 7,393.50
= 45,676.50 บาท

10. ถาม : การต่ออายุสัญญางานก่อสร้างจากสัญญาเดิม ผู้รับเหมาจะนำ"ค่า K" มาใช้ในช่วงเวลาที่ต่อสัญญาออกไป เพื่อขอรับเงินชดเชยได้หรือไม่
ตอบ : กรณีที่ผู้รับเหมาไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามสัญญา โดยเหตุสุดวิสัย แต่ส่วนราชการผู้ว่าจ้างอนุมัติให้มีการต่อสัญญา และสัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ ผู้รับเหมาก็สามารถนำ "ค่า K" มาคำนวณเพื่อขอรับเงินชดเชยในช่วงเวลาที่ต่อสัญญาออกไปได้เช่นกัน

11. ถาม : ถ้ารัฐบาลไม่สามารถจ่ายเงินชดเชยให้ผู้รับเหมาได้ทันในปีงบประมาณที่ส่งมอบงาน แต่จะจ่ายให้ในปีงบประมาณถัดไป ผู้รับเหมาจะขอคิดดอกเบี้ยกับรัฐบาลได้หรือไม่
ตอบ : การจ่ายเงินชดเชยให้ผู้รับเหมาในกรณีที่ใช้สัญญาแบบปรับราคาได้นั้น หากรัฐบาลต้องจ่ายเงินชดเชยข้ามปีงบประมาณ ผู้รับเหมาไม่สามารถคิดดอกเบี้ยจากรัฐบาลได้ และเป็นหน้าที่ของผู้รับเหมาที่จะต้องรีบติดต่อขอรับเงินชดเชยจากสำนักงบประมาณ ภายในกำหนด 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบงานงวดสุดท้าย หากพ้นกำหนดนี้ไปแล้วผู้รับเหมาไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องเงินชดเชยค่างานก่อสร้างจากผู้จ้างเหมาได้อีกต่อไป

12. ถาม : หากมีปัญหาเกี่ยวกับการคำนวณ "ค่า K" จะสามารถสอบถามได้จากที่ใด
ตอบ : สอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักมาตรฐานงบประมาณ สำนักงบประมาณ ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ 02-273-9027
​

13. ถาม : ถ้าประสงค์จะได้ดัชนีในการคำนวณหา "ค่า K" และขอทราบข้อมูลเพิ่มเติมจะติดต่อที่ใด
ตอบ : สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการจัดทำดัชนีเพื่อใช้ประกอบในการคำนวณหา "ค่า K" เผยแพร่เป็นประจำทุกเดือน โดยจะเผยแพร่ไม่เกิน 2 วันทำการของเดือนถัดไป และวางจำหน่าย ณ สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า (ห้อง 21203) อาคาร 1 ชั้น 12 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ 44/100 ถนนนนทบุรี 1 อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี11000   ราคาฉบับละ 5 บาท
ในส่วนภูมิภาคสามารถติดต่อสอบถามหรือขอถ่ายเอกสารได้จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ซึ่งไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่เจ้าหน้าที่ในสำนักงานจะต้องรับรองสำเนาเนื่องจากตัวแปรนี้เป็นเอกสารทางราชการที่ผู้รับเหมาจะต้องนำไปประกอบการยื่นคำร้องขอเงินชดเชยค่าการก่อสร้าง

หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อกลุ่มดัชนีการก่อสร้าง สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โทรศัพท์ 02-507 6719 ในวันและเวลาราชการ

ดัชนีราคาเพื่อใช้ประกอบการคำนวณค่า K ประจำเดือนมกราคม 2569

9/3/2026

 
Picture

ดัชนีราคาเพื่อใช้ประกอบการคำนวณค่า K ประจำเดือนมกราคม 2569

ดูและDownload

ความรู้เบื้องต้นเรื่องค่า K
​
ดัชนีเพื่อใช้ประกอบการคำนวณหา Escalation Factors ( K )
สำหรับสัญญาแบบปรับราคาได้ในการประกวดราคาจ้างเหมาก่อสร้าง

"ค่า K" มีบทบาทสำคัญในธุรกิจการก่อสร้างมานาน และทวีความสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะจากภาวะค่าเงินบาทลอยตัว การปรับเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการก่อสร้าง สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า จึงได้จัดทำเอกสาร ถาม - ตอบ "ค่า K" เป็นความรู้เบื้องต้นแก่ผู้สนใจ

1. ถาม : ESCALATION FACTOR หรือ "ค่า K" คืออะไร
ตอบ : คือ ตัวเลขดัชนีที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของค่างาน ณ ระยะเวลาที่ผู้รับเหมาก่อสร้างเปิดซองประกวดราคาได้ เปรียบเทียบกับระยะเวลาที่ส่งงานในแต่ละงวด โดยมีเงื่อนไขสำคัญ ดังนี้
(1) จะใช้ "ค่า K" ได้เฉพาะในกรณีที่ผู้รับเหมารับงานจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่นเท่านั้น
(2) ในการทำสัญญาว่าจ้าง คู่สัญญาจะต้องระบุในสัญญาให้ชัดเจนว่า เป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ในการประกวดราคาจ้างเหมาก่อสร้าง

2. ถาม : "ค่า K" มีความเป็นมาอย่างไร
ตอบ : การนำ "ค่า K" มาใช้ เริ่มจากในช่วงปี 2516 - 2517 เกิดวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ โดยน้ำมันและวัสดุก่อสร้างสำคัญ คือ เหล็กสำเร็จรูปต่างๆ ขาดแคลนและราคาสูงขึ้นมาก ส่งผลกระทบต่อธุรกิจก่อสร้างโดยตรงและรุนแรง ผู้รับเหมาต่างได้รับความเดือดร้อน บางรายหยุดดำเนินการ บางรายละทิ้งงาน เพราะไม่สามารถรับภาระขาดทุนได้ ขณะเดียวกัน ผู้จ้างเหมาก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติให้นำ "ค่า K" มาใช้ เพื่อช่วยเหลือผู้รับเหมาให้ได้รับการชดเชยค่าเสียหาย ทั้งนี้มีคณะอนุกรรมการเป็นผู้กำหนด หลักเกณฑ์ เงื่อนไข สูตร ประเภท และลักษณะงานที่เข้าข่ายสามารถขอรับเงินชดเชยจากรัฐบาลได้ จนถึงปี 2524 รัฐบาลได้ประกาศยกเลิกการใช้ "ค่า K" เนื่องจากวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2532 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้นำ "ค่า K" มาใช้อีกครั้ง เนื่องจากผลของภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวในอัตราสูง ก่อให้เกิดการลงทุนอย่างมากในธุรกิจหลายสาขา โดยเฉพาะธุรกิจการก่อสร้าง เพื่อรองรับเศรษฐกิจที่ขยายตัว เป็นเหตุให้วัสดุก่อสร้างสำคัญ คือ เหล็กเส้นขาดแคลนและราคาสูงขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการธุรกิจก่อสร้างได้รับความเดือดร้อน รัฐบาลจึงให้ความช่วยเหลือโดยมีมติดังกล่าว ให้ใช้ "ค่า K" มาจนถึงปัจจุบัน

3. ถาม : องค์ประกอบ "ค่า K" มีอะไรบ้าง
ตอบ : "ค่า K" ประกอบด้วยตัวแปรต่าง ๆ ดังนี้
M = ดัชนีราคาสินค้าวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์)
S = ดัชนีราคาเหล็ก
C = ดัชนีราคาซีเมนต์
G = ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบ
F = ดัชนีราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว
A = ดัชนีราคาแอสฟัลท์
E = ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์
GIP = ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี
AC = ดัชนีราคาท่อซีเมนต์ใยหิน
PVC = ดัชนีราคาท่อ PVC
PE = ดัชนีราคาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE
W = ดัชนีราคาสายไฟฟ้า
I = ดัชนีราคาผู้บริโภคของประเทศ

4. ถาม : "ค่า K" นอกจากจะให้ประโยชน์แก่ผู้รับเหมาแล้ว ในส่วนของผู้จ้างเหมาจะได้รับประโยชน์ด้วยหรือไม่ อย่างไร
 ตอบ : "ค่า K" ใช้เป็นเครื่องมือช่วยเหลือทั้งผู้รับเหมาและผู้จ้างเหมาไปพร้อมกัน กล่าวคือ ช่วยลดความเสี่ยงของผู้รับเหมา กรณีที่ได้รับความเดือดร้อนจากวัสดุก่อสร้างมีราคาสูงขึ้น โดยให้ได้รับการชดเชยในส่วนของผลต่างราคาวัสดุก่อสร้าง ณ วันที่ประกวดราคาได้ เทียบกับวันส่งมอบงานในแต่ละงวด ขณะเดียวกันผู้จ้างเหมาใช้ "ค่า K" เป็นเครื่องมือป้องกันมิให้ผู้รับเหมาเอาเปรียบ โดยการบวกราคาวัสดุก่อสร้างเผื่อการเปลี่ยนแปลงไว้ล่วงหน้ามากจนเกินไป

5. ถาม : งานก่อสร้างประเภทใดบ้าง ที่อยู่ในเงื่อนไขสามารถใช้ "ค่า K"
ตอบ : งานก่อสร้างที่จะสามารถนำ "ค่า K" มาคำนวณเพื่อขอรับเงินชดเชยได้ มี 5 ประเภท โดยมีสูตรที่ใช้คำนวณ 35 สูตร ดังนี้
งานอาคาร 1 สูตร
งานดิน 3 สูตร
งานทาง 7 สูตร
งานชลประทาน 7 สูตร
งานระบบสาธารณูปโภค 17 สูตร
ทั้งนี้ รวมถึงงานปรับปรุงและซ่อมแซมตามประเภทของงานดังกล่าวด้วย

6. ถาม : การรับเหมาก่อสร้างงานต่างๆ จะทราบได้อย่างไรว่า ประเภทงานนั้นจะใช้สูตรอะไร และจะขอทราบรายละเอียดของสูตรได้จากที่ไหน
ตอบ : โดยทั่วไปผู้รับเหมาเมื่อรับงานจากหน่วยงานราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ ซึ่งในสัญญาระบุว่า เป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ ในสัญญามักจะระบุสูตรสำหรับประเภทงานนั้นๆ เสมอ อย่างไรก็ตาม หากผู้รับเหมาต้องการทราบรายละเอียดสูตรต่างๆ สามารถสอบถามได้ที่ สำนักงบประมาณ สำนักนายกรัฐมนตรี
7. ถาม : ตัวเลขที่ใช้แทนค่าในสูตรแต่ละประเภทงานก่อสร้าง ได้มาอย่างไร
ตอบ : ตัวเลขที่ใช้แทนค่าในสูตรแต่ละประเภทงานก่อสร้าง คือ ตัวแปรต่าง ๆ รวม 13 รายการ ซึ่งเป็นองค์ประกอบของ "ค่า K" ( ข้อ 3 ) ดัชนีราคาดังกล่าวจัดทำและเผยแพร่เป็นประจำทุกเดือน โดยสำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์

8. ถาม : ผู้รับเหมาก่อสร้างจะเรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายเงินชดเชยในทุกกรณีได้หรือไม่
ตอบ : แม้ว่าผู้รับเหมาจะทำสัญญากับผู้จ้างเหมา โดยปฏิบัติตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภท และลักษณะงานตามที่กำหนดไว้ในสัญญาแบบปรับราคาได้ครบถ้วนแล้วก็ตาม แต่ผู้รับเหมาก็ไม่สามารถเรียกร้องรัฐบาลให้จ่ายเงินชดเชยได้เสมอไป กล่าวคือ จะต้องคำนวณ "ค่า K" โดยใช้สูตรตามประเภทงานก่อสร้าง ณ เดือนที่ส่งมอบงาน เทียบกับ "ค่า K" เดือนที่เปิดซองประกวดราคา ถ้าการเปลี่ยนแปลงของ "ค่า K" แต่ละงวดงานมีค่ามากกว่าร้อยละ 4 (หรือ 1.04) ผู้รับเหมาจึงจะสามารถนำ "ค่า K" ไปเรียกร้องขอรับเงินชดเชยได้ แต่ขณะเดียวกัน หาก "ค่า K" ของแต่ละงวดงานมีค่าน้อยกว่าร้อยละ 4 (หรือ 0.96) ผู้จ้างเหมาก็จะเรียกค่างานคืนจากผู้รับเหมาในส่วนที่ราคาวัสดุก่อสร้างลดลง โดยอาจใช้วิธีการหักเงินค่างานในงวดถัดไป หรือหักเงินจากหลักประกันสัญญาแล้วแต่กรณี
9. ถาม : การคำนวณค่า K ทำได้อย่างไร
ตอบ : คำนวณค่า K จากสูตรตามได้ระบุไว้ในสัญญา โดยใช้ตัวเลขของตัวแปร 13 ตัวแปรที่จัดทำโดยกระทรวงพาณิชย์ เป็นเกณฑ์ในการคำนวณ
  1. กรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภท รวมอยู่ในสัญญาเดียวกัน จะต้องแยกค่างานก่อสร้างแต่ละประเภทให้ชัดเจนตามลักษณะงานนั้น และให้สอดคล้องกับสูตรที่กำหนดไว้
  2. การคำนวณหาค่า K กำหนดให้ใช้ทศนิยม 3 ตำแหน่ง ทุกขั้นตอนโดยไม่มีการปัดเศษ และกำหนดให้ทำเลขสัมพันธ์ (เปรียบเทียบ) ให้เป็นผลสำเร็จก่อน แล้วจึงนำผลลัพธ์ไปคูณกับตัวเลขคงที่หน้าเลขสัมพันธ์นั้น ( ดังตัวอย่าง )
  3. ให้พิจารณาเงินเพิ่ม หรือลดราคาค่างวดงานจากราคาที่ผู้รับจ้างทำสัญญาตกลงกับผู้ว่าจ้าง เมื่อค่า K ตามสูตรสำหรับงานก่อสร้างนั้น ๆ ในเดือนที่ส่งมอบงานมีค่าเปลี่ยนแปลงไปจากค่า K ในเดือนเปิดซองประกวดราคามากกว่า 4 % ขึ้นไป โดยนำเฉพาะส่วนที่เกิน 4% มาคำนวณปรับเพิ่ม หรือลดค่างานแล้วแต่กรณี (โดยไม่คิด 4% แรกให้)
  4. ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถทำการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาในสัญญา โดยเป็นความผิดของผู้รับจ้าง ค่า K ตามสูตรต่าง ๆ ที่จะนำมาใช้ในการคำนวณค่างานให้ใช้ค่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริง แล้วแต่ว่าค่า K ตัวใดจะมีค่าน้อยกว่า
  5. การจ่ายเงินแต่ละงวด ให้จ่ายค่างานที่ผู้รับจ้างทำได้แต่ละงวดตามสัญญาไปก่อน ส่วนค่างานเพิ่ม หรือลดลง จะคำนวณได้ต่อเมื่อทราบดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ซึ่งนำมาคำนวณหาค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานงวดนั้น ๆ เป็นที่แน่นอนแล้ว เมื่อคำนวณเงินเพิ่มได้แล้ว ให้ขอทำความตกลงเรื่องเงินกับสำนักงบประมาณ
 
ตัวอย่าง การคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญาปรับราคาได้ (ค่า K)
  • กำหนดให้ค่า K = 1
  • ในกรณีได้รับเงินชดเชย ค่า K ต้องมากกว่า 1.04
  • ในกรณีที่ต้องคืนเงินชดเชยค่า K ต้องน้อยกว่า 0.96
งานก่อสร้างอาคารเรียน 1 หลัง มูลค่า 2,570,000.00 บาท
  • งวดที่ 1 514,000.- บาท
  • งวดที่ 2 385,500.- บาท
  • งวดที่ 3 385,500.- บาท
  • งวดที่ 4 642,500.- บาท
  • งวดที่ 5 (สุดท้าย) 642,500.- บาท
ค่าตัวแปรในเดือนเปิดซองประกวดราคา วันที่ 30 มกราคม 2533
Io = 112.2 , Co = 111.7 , Mo = 126.7 , So = 140.0
สูตรงานอาคาร
K = 0.25 + 0.15 It/Io + 0.10 Ct/Co + 0.40 Mt/Mo + 0.10 St/So
ส่งงานงวดที่ 1 วันที่ 20 กรกฎาคม 2533
ค่าตัวแปรในเดือนที่ส่งมอบงาน It = 115.8 , Ct = 117.6 , Mt = 132.7 , St = 140.8
K = 0.25 + 0.15(115.8/112.2) + 0.10(117.6/111.7) + 0.40(132.7/126.7) + 0.10(140.8/140.0)
= 0.25 + 0.15(1.032) + 0.10 (1.052) + 0.40(1.047) +0.10(1.005)
= 0.25 + 0.154 + 0.105 + 0.418 + 0.100
= 1.027

ค่า K เปลี่ยนแปลงไม่เกิน 4% ไม่ได้รับเงินชดเชย
ส่งงานงวดที่ 2 วันที่ 5 กันยายน 2533
It = 116.7 , Ct = 127.8 , Mt = 135.1 , St = 140.4
K = 0.25 + 0.15(116.7/112.2) + 0.10(127.8/111.7) + 0.40(135.1/126.7) + 0.10(140.4/140.0)
= 0.25 + 0.15(1.040) + 0.10 (1.144) + 0.40(1.066) + 0.10(1.002)
= 0.25 + 0.156 + 0.114 + 0.426 + 0.100
= 1.046

ค่า K เปลี่ยนแปลงเกิน 4% เท่ากับ 1.046 - 1.04 = 0.006
จะได้รับเงินชดเชยเพิ่ม = 0.006 X 385,500 = 2,313.- บาท
ส่งงานงวดที่ 3 วันที่ 20 ตุลาคม 2533
It = 119.0 , Ct = 167.5 , Mt = 137.2 , St = 140.9
K = 0.25 + 0.15(119.0/112.2) + 0.10(167.5/111.7) + 0.40(137.2/126.7) + 0.10(140.9/140.0)
= 0.25 + 0.15(1.060) + 0.10 (1.499) + 0.40(1.082) + 0.10(1.006)
= 0.25 + 0.159 + 0.149 + 0.432 + 0.100
= 1.090

ค่า K เปลี่ยนแปลงเกิน 4% เท่ากับ 1.090 - 1.04 = 0.050
จะได้รับเงินชดเชยเพิ่ม = 0.050 X 385,500 = 19,275.- บาท
ส่งงานงวดที่ 4 วันที่ 30 พฤศจิกายน 2533
It = 119.5 , Ct = 167.5 , Mt = 137.2 , St = 139.6
K = 0.25 + 0.15(119.5/112.2) + 0.10(167.5/111.7) + 0.40(137.2/126.7) + 0.10(139.6/140.0)
= 0.25 + 0.15(1.065) + 0.10 (1.499) + 0.40(1.082) + 0.10(0.997)
= 0.25 + 0.159 + 0.149 + 0.432 + 0.099
= 1.089

ค่า K เปลี่ยนแปลงเกิน 4% เท่ากับ 1.089 - 1.04 = 0.049
จะได้รับเงินชดเชยเพิ่ม = 0.049 X 642,500 = 31,482.50 บาท
ส่งงานงวดที่ 5 วันที่ 15 มกราคม 2534
It = 119.1 , Ct = 151.7 , Mt = 138.4 , St = 137.1
K = 0.25 + 0.15(119.1/112.2) + 0.10(151.7/111.7) + 0.40(138.4/126.7) + 0.10(137.1/140.0)
= 0.25 + 0.15(1.061) + 0.10 (1.358) + 0.40(1.092) + 0.10(0.979)
= 0.25 + 0.159 + 0.135 + 0.436 + 0.097
= 1.077

ค่า K เปลี่ยนแปลงเกิน 4% เท่ากับ 1.077 - 1.04 = 0.037
ในงวดนี้ส่งงานพร้อมครุภัณฑ์ 4 รายการ เงิน 149,600.- บาท ประกอบด้วย
1. กระดานดำ 8 ชุด 22,400.- บาท
2. โต๊ะม้านั่งครู 8 ชุด 12,000.- บาท
3. โต๊ะม้านั่งนักเรียน 320 ชุด 112,000.- บาท
4. เครื่องดับเพลิง 2 ชุด 3,200.- บาท
รวม 149,600.- บาท


ดังนั้น จะได้รับเงินชดเชย = (642,500 - 149,600) X 0.037 = 18,237.30 บาท
รวมได้รับเงินชดเชยทั้งสัญญา (5 งวด)= 2,313 + 19,275 + 31,482.50 + 18,237.30
= 71,307.80 บาทกรณีการคืนเงินค่า K
สมมุติการส่งงานในงวดที่ 5 (งวดสุดท้าย 15 มกราคม 2534 ) มีค่าดัชนีชุดต่าง ๆ ดังนี้
It = 107.9 , Ct = 110.5 , Mt = 113.2 , St = 135.2
K = 0.25 + 0.15(107.9/112.2) + 0.10(110.5 /111.7) + 0.40(113.2/126.7) + 0.10(135.2/140.0)
= 0.25 + 0.15(0.961) + 0.10 (0.989) + 0.40(0.893) + 0.10(0.965)
= 0.25 + 0.144 + 0.098 + 0.357 + 0.096
= 0.945

ค่า K เปลี่ยนแปลงต่ำกว่า 4% เท่ากับ 0.96 - 0.945 = 0.015
ในงวดนี้มีค่างานต้องเรียกคืน = (642,500 - 149,600) x 0.015 = 7,393.50 บาท
รวมได้รับเงินชดเชยทั้งสัญญา (5 งวด) = 2,313 + 19,275 + 31,482.50 - 7,393.50
= 45,676.50 บาท

10. ถาม : การต่ออายุสัญญางานก่อสร้างจากสัญญาเดิม ผู้รับเหมาจะนำ"ค่า K" มาใช้ในช่วงเวลาที่ต่อสัญญาออกไป เพื่อขอรับเงินชดเชยได้หรือไม่
ตอบ : กรณีที่ผู้รับเหมาไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามสัญญา โดยเหตุสุดวิสัย แต่ส่วนราชการผู้ว่าจ้างอนุมัติให้มีการต่อสัญญา และสัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ ผู้รับเหมาก็สามารถนำ "ค่า K" มาคำนวณเพื่อขอรับเงินชดเชยในช่วงเวลาที่ต่อสัญญาออกไปได้เช่นกัน

11. ถาม : ถ้ารัฐบาลไม่สามารถจ่ายเงินชดเชยให้ผู้รับเหมาได้ทันในปีงบประมาณที่ส่งมอบงาน แต่จะจ่ายให้ในปีงบประมาณถัดไป ผู้รับเหมาจะขอคิดดอกเบี้ยกับรัฐบาลได้หรือไม่
ตอบ : การจ่ายเงินชดเชยให้ผู้รับเหมาในกรณีที่ใช้สัญญาแบบปรับราคาได้นั้น หากรัฐบาลต้องจ่ายเงินชดเชยข้ามปีงบประมาณ ผู้รับเหมาไม่สามารถคิดดอกเบี้ยจากรัฐบาลได้ และเป็นหน้าที่ของผู้รับเหมาที่จะต้องรีบติดต่อขอรับเงินชดเชยจากสำนักงบประมาณ ภายในกำหนด 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบงานงวดสุดท้าย หากพ้นกำหนดนี้ไปแล้วผู้รับเหมาไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องเงินชดเชยค่างานก่อสร้างจากผู้จ้างเหมาได้อีกต่อไป

12. ถาม : หากมีปัญหาเกี่ยวกับการคำนวณ "ค่า K" จะสามารถสอบถามได้จากที่ใด
ตอบ : สอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักมาตรฐานงบประมาณ สำนักงบประมาณ ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ 02-273-9027
​

13. ถาม : ถ้าประสงค์จะได้ดัชนีในการคำนวณหา "ค่า K" และขอทราบข้อมูลเพิ่มเติมจะติดต่อที่ใด
ตอบ : สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการจัดทำดัชนีเพื่อใช้ประกอบในการคำนวณหา "ค่า K" เผยแพร่เป็นประจำทุกเดือน โดยจะเผยแพร่ไม่เกิน 2 วันทำการของเดือนถัดไป และวางจำหน่าย ณ สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า (ห้อง 21203) อาคาร 1 ชั้น 12 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ 44/100 ถนนนนทบุรี 1 อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี11000   ราคาฉบับละ 5 บาท
ในส่วนภูมิภาคสามารถติดต่อสอบถามหรือขอถ่ายเอกสารได้จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ซึ่งไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่เจ้าหน้าที่ในสำนักงานจะต้องรับรองสำเนาเนื่องจากตัวแปรนี้เป็นเอกสารทางราชการที่ผู้รับเหมาจะต้องนำไปประกอบการยื่นคำร้องขอเงินชดเชยค่าการก่อสร้าง

หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อกลุ่มดัชนีการก่อสร้าง สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โทรศัพท์ 02-507 6719 ในวันและเวลาราชการ

ว 130 แนวทางปฏิบัติในการกำหนดหลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณาสำหรับการจ้างก่อสร้าง

20/2/2026

 
Picture

ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 130 ลว.19 กุมภาพันธ์ 2569 แนวทางปฏิบัติในการกำหนดหลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณาสำหรับการจ้างก่อสร้าง


ดูและDownload

ว 126 ซ้อมความเข้าใจเหตุแห่งการพิจารณาบอกเลิกสัญญา

20/2/2026

 
Picture

ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 126 ลว.17 กุมภาพันธ์ 2569 ซ้อมความเข้าใจเหตุแห่งการพิจารณาบอกเลิกสัญญา หรือข้อตกลงตามมาตรา 103 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560


ดูและDownload

โปรแกรมคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้าง(ค่า K) 2569 เวอร์ชั่นล่าสุด

19/2/2026

 
Picture

โปรแกรมคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้าง(ค่า K) 2569 เวอร์ชั่นล่าสุด  โดยช่างอ่าง ธราเทพ ทองเบ้า จัดจำหน่ายโดย เว็บไซต์โยธาไทย

โปรแกรมนี้จัดทำขึ้นเพื่อช่วยในการตรวจสอบและจัดทำรายการคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้าง(ค่าK) โดยโปรแกรมจะทำการดึงข้อมูลดัชนีราคาค่า K จาก Website กองสารสนเทศและดัชนีเศรษฐกินการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในลักษณะ Realtime คือดึงข้อมูลดัชนีราคาให้อัตโนมัติ เมื่อเปิดใช้งานในขณะที่คอมพิวเตอร์ได้เชื่อมต่อระบบ Internet ไว้แล้ว 

สำหรับ Version นี้ได้ปรับปรุงและเพิ่มเติมดัชนีล่วงหน้าไว้สองปี ถึงปี พ.ศ.2569 และยังได้ทำการปรับปรุง ในรายละเอียดโปรแกรมเพื่อให้สามารถใช้งานได้ดียิ่งขึ้น 
​
เจ้าของลิขสิทธิ์ในโปรแกรมนี้ คือ ช่างอ่าง (ธราเทพ ทองเบ้า)
จัดจำหน่ายโดย เว็บไซต์โยธาไทย

​โปรแกรมคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้าง (ค่า K) 2569
เป็นโปรแกรมตารางคำนวณ Excel ใช้กับโปรแกรม Excel
ไฟล์นามสกุล .xlsm  Microsoft Excel Macro-Enabled Worksheet (.xlsm)​
ใช้ไม่เกิน 3 เครื่อง ต่อ 1 Licence
ใช้ได้ตั้งแต่ Excel 2013 ขี้นไป
จะใส่ชื่อหน่วยงาน หรือ ชื่อผู้ซื้อ ลงในโปรแกรม
อัพเดทฟรี ภายใน 1 ปี หลังจากซื้อ​
ราคา 528 บาท (รวม VAT)
**จัดส่งให้ทาง E-mail  ภายใน 2 วันทำการ ​

***ท่านที่เคยซื้อโปรแกรมคำนวณค่า k จากโยธาไทย***
- ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 อัปเดตได้ฟรี
- ท่านที่สั่งซื้อเกิน 1 ปี มีค่าอัปเดต 388 บาท
- ท่านที่ซื้อใหม่ 528 บาท 
Picture
https://www.yotathai.com/program-k.html <คลิกดูรายละเอียดการสั่งซื้อ​
สนใจสั่งซื้อ Line@ ID : 
 @yotathai  (มี@นำหน้า)

สนใจสั่งซื้อและดูรายละเอียดเพิ่มเติม

ราคาผลิตภัณฑ์แอสฟัลท์ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569

9/2/2026

 
Picture

 ราคาผลิตภัณฑ์แอสฟัลท์ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569

Picture

ดูและDownload

ถนนหนาไม่ถึงเกณฑ์! ส่งงานวันสุดท้าย กรรมการต้องทำไง? “สั่งแก้งาน” หรือ “เลิกสัญญา”?

23/1/2026

 
Picture

ถนนหนาไม่ถึงเกณฑ์! ส่งงานวันสุดท้าย กรรมการต้องทำไง? “สั่งแก้งาน” หรือ “เลิกสัญญา”? 

Picture
[Q&A จัดซื้อจัดจ้าง]
ถนนหนาไม่ถึงเกณฑ์! ส่งงานวันสุดท้าย
กรรมการต้องทำไง?
“สั่งแก้งาน” หรือ “เลิกสัญญา”?
⸻
สถานการณ์หน้างานจริง
ผู้รับจ้างส่งมอบงาน ถนน คสล. ตรงวันสิ้นสุดสัญญา
แต่เมื่อคณะกรรมการตรวจรับฯ ลงพื้นที่
เจาะ Coring ตรวจสอบความหนา
พบว่า…
ถนนหนาไม่ถึง 15 ซม. ตลอดแนว (ตกสเปก)
ผู้รับจ้าง ยอมรับผิด และแจ้งว่า
“ยินยอมรื้อและทำใหม่ทั้งหมด”
⸻
คำถามโลกแตกของกรรมการ
สั่งรื้อแล้วทำใหม่ได้ไหม
หรือ ต้องเลิกสัญญาเท่านั้น
เพราะสัญญาหมดอายุแล้ว จะให้แก้ยังไง?
⸻
คำตอบฟันธง
ยังไม่ต้องเลิกสัญญา
สามารถ สั่งรื้อทำใหม่ได้ และต้องคิดค่าปรับ
เพราะการครบกำหนดสัญญา
ไม่ใช่ การสิ้นสุดหน้าที่และความรับผิดของผู้รับจ้าง
ตราบใดที่งานยัง ไม่ถูกต้องตามแบบ
⸻
แนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง (เป๊ะทั้งระเบียบ + กฎหมาย)
ขั้นตอนที่ 1
กรรมการต้อง “ไม่รับมอบงาน”
บันทึกผล Coring ว่า ไม่ผ่าน
และมีความเห็น “ไม่รับมอบงาน” ลงรายงานตรวจรับ
อ้างอิงระเบียบกระทรวงการคลังฯ ข้อ 176 (6) วรรคสอง
หากผลงานไม่เป็นไปตามแบบและสัญญา
ให้รายงานหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อทราบหรือสั่งการ
⸻
ขั้นตอนที่ 2
เสนอหัวหน้าหน่วยงานสั่ง “รื้อทำใหม่”
รายงานผู้บังคับบัญชา
เพื่อมีคำสั่งให้ผู้รับจ้าง
รื้อถอนและก่อสร้างใหม่ให้ถูกต้อง
ภายในเวลาที่กำหนด
⸻
ขั้นตอนที่ 3
คิด “ค่าปรับรายวัน”
ช่วงเวลาที่ผู้รับจ้างใช้รื้อ–ทำใหม่
ให้คิดค่าปรับ ถัดจากวันสิ้นสุดสัญญา
จนกว่าส่งมอบงานที่ถูกต้องจริง
⸻
วิเคราะห์ให้ชัด: ทำไม “สั่งแก้” ดีกว่า “เลิกสัญญา”?
นี่คือการใช้อำนาจโดย
สุจริต (ป.พ.พ. ม.5)
และคำนึงถึง ประโยชน์สูงสุดของรัฐ
ได้งานเร็วกว่า — ไม่ต้องเปิดประมูลใหม่
รัฐไม่เสียประโยชน์ — ได้ค่าปรับ + ได้งานถูกแบบ
ลดข้อพิพาท — เมื่อผู้รับจ้างยอมรับผิดและพร้อมแก้
⸻
ข้อยกเว้นสำคัญ! เส้นบาง ๆ ระหว่าง “พลาด” กับ “โกง”
กรรมการต้องดู พฤติการณ์ประกอบ
ถ้าหนาหายไปมากผิดปกติ
เช่น แบบ 15 ซม. แต่ทำจริง 8–10 ซม. ตลอดสาย
ไม่ใช่ความผิดพลาดธรรมดา
แต่เข้าข่าย ลดสเปก / ปกปิดความบกพร่อง
กรณีนี้
ไม่ต้องให้แก้
เสนอ บอกเลิกสัญญา ตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ มาตรา 103
พิจารณาลงโทษเป็น ผู้ทิ้งงาน (Blacklist) ตามมาตรา 109
⸻
สูตรจำสั้น ๆ สำหรับกรรมการตรวจรับ
ตั้งสติ
บันทึกไม่รับงาน (ข้อ 176)
รายงานผู้บังคับบัญชา
สั่งรื้อทำใหม่
ปรับรายวัน
ทำครบแบบนี้
ถูกระเบียบ | ถูกกฎหมาย | รัฐได้ของ | ประชาชนได้ถนน
⸻
#จัดซื้อจัดจ้าง
#งานก่อสร้าง
#ตรวจรับพัสดุ
#คุมงานก่อสร้าง
#ระเบียบพัสดุ
#โยธาไทย
~~~~~~~~~~
แชร์ได้ , save ไว้ศึกษาส่วนตัวได้ , ห้ามนำไปโพสซ้ำหรือใช้งานที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย
~~~~~~~~~~
สนใจอบรมกับ Yotathai
เลือกเรียนในหัวข้อที่ใช่สำหรับสายงานช่างและงานภาครัฐ
กฎหมายปกครอง + งานจ้างก่อสร้าง
https://training.yotathai.com/law-work
ราคากลาง + การใช้ AI ช่วยจัดทำราคากลาง
https://training.yotathai.com/con-ai
AI-Powered Engineer พลิกโฉมงานช่างราชการด้วยปัญญาประดิษฐ์
https://training.yotathai.com/ai-civil
AI สำหรับสายงานพัสดุ (AI-BOQ)
https://training.yotathai.com/ai-boq
ราคากลาง + สัญญาจ้างก่อสร้าง
https://training.yotathai.com/contract
การจัดจ้างก่อสร้าง + การบริหารสัญญา + การตรวจรับ
https://training.yotathai.com/govbuild
ราคากลางงานก่อสร้าง + ค่า K
https://training.yotathai.com/con-k
..........
อบรมออนไลน์
https://yotathai.link/online-training อบรมออนไลน์
..........
https://yotathai.link/lecturer เชิญวิทยากรบรรยาย
https://yotathai.link/office ติดต่อทีมงานโยธาไทย (Line@)
https://yotathai.link/training สมัครอบรมกับโธาไทย
https://yotathai.link/chat กลุ่มสนทนาใน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/news รับข่าวสารผ่าน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/club กลุ่มปรึกษาปัญหาใน FB(ฟรี)
https://yotathai.link/fb-gp กลุ่มปรึกษาปัญหาจัดจ้างก่อสร้าง ใน FB (ฟรี)
https://yotathai.link/shop ร้านค้าโยธาไทย
https://yotathai.link/premix ยางมะตอยโยธาพรีมิกซ์
https://yotathai.link/alum สารส้ม-คลอรีน
https://yotathai.link/program โปรแกรมคอมพิวเตอร์
https://yotathai.link/program-k โปรแกรมค่า k
https://yotathai.link/program-factorf โปรแกรม Factor F
https://yotathai.link/program-unitcost โปรแกรมคำนวณวัสดุมวลรวม
https://yotathai.link/program-sketchup โปรแกรม SketchUp
https://roadprice.yotathai.com โปรแกรม ROAD PRICE ประมาณราคางานทาง
https://yotathai.link/rebars เขียนเหล็กเสริมใน SketchUp
https://yotathai.link/k-cal รับคำนวณค่า K

คำถามเรื่องคณะกรรมการ ตามหนังสือ ว108 แนวทางการดำเนินการหลังสัญญา

22/1/2026

 
Picture

คำถามเรื่องคณะกรรมการ ตามหนังสือ ว108 แนวทางการดำเนินการหลังสัญญา : เรื่องค่าความเสียหาย ขอสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ

มีคนถามเรื่องคณะกรรมการ ตามหนังสือ ว108
แนวทางการดำเนินการหลังสัญญา : เรื่องค่าความเสียหาย
ขอสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ครับ
https://www.yotathai.com/passadu/w-108 <ว108
⸻
คณะกรรมการตามข้อ 3.1.1 และ 3.2.1
คณะกรรมการสองชุดนี้ ตั้งขึ้นมาเพื่อพิจารณาเรื่องสำคัญ คือ
ตรวจสอบว่างานที่ผู้รับจ้างทำไป
“ทำได้สมควรจ่ายเงินหรือไม่”
ตรวจสอบว่า
“หลวงเสียหายอย่างไร และเสียหายมากน้อยเพียงใด”
ดังนั้น หน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้
ไม่ใช่แค่ดูว่างานเสร็จหรือไม่เสร็จ
แต่ต้องดูในเชิงงานช่างว่า
• ปริมาณงาน
• คุณภาพงาน
• สภาพงานที่ทำไป
มีลักษณะ สมควรจ่ายเงินตามสัญญาหรือไม่
และถ้ามีปัญหา
ปัญหานั้นทำให้หลวงเสียหายอย่างไร
⸻
คุณสมบัติคณะกรรมการตามข้อ 3.1.1 และ 3.2.1
ลักษณะของคณะกรรมการ
จะ คล้ายกับคณะกรรมการตามแบบรูปรายการงานก่อสร้าง
คือ
ไม่ได้บังคับว่าต้องเป็นคนของหน่วยงานรัฐ
ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นข้าราชการ
แต่ต้องการ
ผู้ที่ มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ความชำนาญด้านงานช่าง / งานก่อสร้าง
เพื่อให้สามารถพิจารณาได้จริงว่า
• งานที่ผู้รับจ้างทำไป สมควรจ่ายเงินหรือไม่
• และก่อให้เกิดความเสียหายแก่หลวงอย่างไร
เพราะทั้งหมดนี้เป็น
เรื่องข้อเท็จจริงทางงานช่าง
ไม่ใช่เรื่องตำแหน่งหรือสังกัด
⸻
กรณีหน่วยงานของรัฐพิจารณาแล้วว่าจะเดินหน้าต่อ
และต้องมีการ จ้างผู้รับจ้างรายใหม่ มาดำเนินงาน
ต้องตั้งคณะกรรมการตาม ข้อ 3.2.3
⸻
คณะกรรมการตามข้อ 3.2.3
เป็นคณะกรรมการกำหนดราคากลาง
ซึ่งต้องมีคุณสมบัติของคณะกรรมการกำหนดราคากลาง
ตาม ประกาศคณะกรรมการราคากลางฯ ฉบับที่ 5
เช่นเดียวกับการกำหนดราคากลางงานก่อสร้างทั่วไป
⸻
สรุปสั้น ๆ
• 3.1.1 / 3.2.1
ตรวจว่างานที่ทำไปสมควรจ่ายเงินหรือไม่
ตรวจว่าหลวงเสียหายอย่างไร
ไม่จำเป็นต้องเป็นคนของรัฐ
ขอคนที่รู้จริงด้านงานก่อสร้าง
• 3.2.3
ใช้เมื่อจะจ้างผู้รับจ้างรายใหม่
ต้องเป็นกรรมการกำหนดราคากลาง
คุณสมบัติตามประกาศฉบับที่ 5
~~~~~~~~~~
แชร์ได้ , save ไว้ศึกษาส่วนตัวได้ , ห้ามนำไปโพสซ้ำหรือใช้งานที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย
~~~~~~~~~~
สนใจอบรมกับ Yotathai
เลือกเรียนในหัวข้อที่ใช่สำหรับสายงานช่างและงานภาครัฐ
กฎหมายปกครอง + งานจ้างก่อสร้าง
https://training.yotathai.com/law-work
ราคากลาง + การใช้ AI ช่วยจัดทำราคากลาง
https://training.yotathai.com/con-ai
AI-Powered Engineer พลิกโฉมงานช่างราชการด้วยปัญญาประดิษฐ์
https://training.yotathai.com/ai-civil
AI สำหรับสายงานพัสดุ (AI-BOQ)
https://training.yotathai.com/ai-boq
ราคากลาง + สัญญาจ้างก่อสร้าง
https://training.yotathai.com/contract
การจัดจ้างก่อสร้าง + การบริหารสัญญา + การตรวจรับ
https://training.yotathai.com/govbuild
ราคากลางงานก่อสร้าง + ค่า K
https://training.yotathai.com/con-k
..........
อบรมออนไลน์
https://yotathai.link/online-training อบรมออนไลน์
..........
https://yotathai.link/lecturer เชิญวิทยากรบรรยาย
https://yotathai.link/office ติดต่อทีมงานโยธาไทย (Line@)
https://yotathai.link/training สมัครอบรมกับโธาไทย
https://yotathai.link/chat กลุ่มสนทนาใน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/news รับข่าวสารผ่าน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/club กลุ่มปรึกษาปัญหาใน FB(ฟรี)
https://yotathai.link/fb-gp กลุ่มปรึกษาปัญหาจัดจ้างก่อสร้าง ใน FB (ฟรี)
https://yotathai.link/shop ร้านค้าโยธาไทย
https://yotathai.link/premix ยางมะตอยโยธาพรีมิกซ์
https://yotathai.link/alum สารส้ม-คลอรีน
https://yotathai.link/program โปรแกรมคอมพิวเตอร์
https://yotathai.link/program-k โปรแกรมค่า k
https://yotathai.link/program-factorf โปรแกรม Factor F
https://yotathai.link/program-unitcost โปรแกรมคำนวณวัสดุมวลรวม
https://yotathai.link/program-sketchup โปรแกรม SketchUp
https://roadprice.yotathai.com โปรแกรม ROAD PRICE ประมาณราคางานทาง
https://yotathai.link/rebars เขียนเหล็กเสริมใน SketchUp
https://yotathai.link/k-cal รับคำนวณค่า K

ราคาผลิตภัณฑ์แอสฟัลท์ ประจำเดือนมกราคม 2569

14/1/2026

 
Picture

ราคาผลิตภัณฑ์แอสฟัลท์ ประจำเดือนมกราคม 2569

Picture

ดูและDownload

หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลาง งานก่อสร้างชลประทาน

13/1/2026

 
Picture

หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลาง งานก่อสร้างชลประทาน ปรับปรุงล่าสุดถึงประกาศฯ ฉบับที่ 5 และ ว 499 ลว. 28 สิงหาคม 2566 Factor F อัตรา ดอกเบี้ยเงินกู้ 7% ​(แบบแยกไฟล์ ตามหัวเรื่องเพื่อความสะดวกในการใช้งาน และการให้AI ช่วยในการทำงาน)

-ปรับปรุงตามประกาศฯ ฉบับที่ 5 บังคับใช้ 2 สิงหาคม 2565
-ว 499 ลว. 28 สิงหาคม 2566 Factor F อัตรา ดอกเบี้ยเงินกู้ 7%
Picture
ดูและDownloadแบบแยกไฟล์

ไฟล์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง
1. แนวทางและวิธีปฏิบัติ update 2568-12-25 ปรับบัญชีค่าแรง
2. หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้างอาคาร update 2568-12-25
3. หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้างทาง-สะพาน-ท่อเหลี่ยม update 2025-12-25
4. งานก่อสร้างชลประทาน update 2025-12-25

หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้างทาง สะพาน และท่อเหลี่ยม

13/1/2026

 
Picture

หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้างทาง สะพาน และท่อเหลี่ยม ปรับปรุงล่าสุดถึงประกาศฯ ฉบับที่ 5 และ ว 499 ลว. 28 สิงหาคม 2566 Factor F อัตรา ดอกเบี้ยเงินกู้ 7% ​(แบบแยกไฟล์ ตามหัวเรื่องเพื่อความสะดวกในการใช้งาน และการให้AI ช่วยในการทำงาน)

-ปรับปรุงตามประกาศฯ ฉบับที่ 5 บังคับใช้ 2 สิงหาคม 2565
-ว 499 ลว. 28 สิงหาคม 2566 Factor F อัตรา ดอกเบี้ยเงินกู้ 7%
Picture
ดูและDownloadแบบแยกไฟล์

ไฟล์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง
1. แนวทางและวิธีปฏิบัติ update 2568-12-25 ปรับบัญชีค่าแรง
2. หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้างอาคาร update 2568-12-25
3. หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้างทาง-สะพาน-ท่อเหลี่ยม update 2025-12-25
4. งานก่อสร้างชลประทาน update 2025-12-25

หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้างอาคาร

13/1/2026

 
Picture

หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้างอาคาร ปรับปรุงล่าสุดถึงประกาศฯ ฉบับที่ 5 และ ว 499 ลว. 28 สิงหาคม 2566 Factor F อัตรา ดอกเบี้ยเงินกู้ 7% ​(แบบแยกไฟล์ ตามหัวเรื่องเพื่อความสะดวกในการใช้งาน และการให้AI ช่วยในการทำงาน)

-ปรับปรุงตามประกาศฯ ฉบับที่ 5 บังคับใช้ 2 สิงหาคม 2565
-ว 499 ลว. 28 สิงหาคม 2566 Factor F อัตรา ดอกเบี้ยเงินกู้ 7%
Picture
ดูและDownloadแบบแยกไฟล์
ไฟล์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง
1. แนวทางและวิธีปฏิบัติ update 2568-12-25 ปรับบัญชีค่าแรง
2. หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้างอาคาร update 2568-12-25
3. หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้างทาง-สะพาน-ท่อเหลี่ยม update 2025-12-25
4. งานก่อสร้างชลประทาน update 2025-12-25
<<Previous
Forward>>
สินค้า / บริการโยธาไทย

    RSS Feed

    Categories

    All
    Download
    E-GP
    Factor F
    Tor
    กรมบัญชีกลาง
    การทิ้งงาน
    การบริหารพัสดุภาครัฐ
    การบอกเลิกสัญญาจ้างก่อสร้าง
    การเบิกค่าตอบแทน
    ข้อหารือ
    ข่าวสาร
    ครุภัณฑ์
    ควบคุมงานก่อสร้าง
    ค่าK
    ค่าคุมงาน
    ค่าตอบแทน
    ค่าตอบแทน
    ค่าล่วงเวลา (OT)
    ค่าอำนวนการก่อสร้าง
    คำนวณค่าปรับ
    งานดินลูกรัง
    งานทาง
    จัดซื้อจัดจ้าง
    จัดซื้อจัดจ้างพลาด
    แจ้งค่าปรับ
    ชนะการประกวดราคา
    ชลประทาน
    ดัชนี
    ดัชนีค่า K
    ดัชนีค่า K
    ตารางค่าขนส่ง
    บอกเลิกสัญญา
    บัญชีค่าแรงงาน
    บัญชีราคามาตรฐาน
    บัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์
    บัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์
    แบบฟรอร์ม
    แบบฟอร์ม
    ป้าย
    โปรแกรม
    โปรแกรมค่าk
    ผลงานประเภทเดียวกัน
    ผลงานประเภทเดียวกัน
    ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง
    พรบ.พัสดุ
    พัสดุ
    รวมข้อหารือจัดซื้อจัดจ้าง
    ​รวมหนังสือหารือ
    ระเบียบกระทรวงมหาดไทย
    ระเบียบพัสดุ
    ราคากลาง
    ราคากลาง 2569
    ราคาต่อหน่วย
    ​ราคาผลิตภัณฑ์แอสฟัลท์
    ราคาผลิตภัณฑ์แอสฟัลท์
    ราคามาตรฐาน
    ราคาสิ่งก่อสร้าง
    ราคาแอสฟัลท์2568
    ว124
    ว159
    ว 420
    ว452
    ว681
    ว78
    ว809
    ว.85
    วันเปิดซองค่า K
    สำนักงบประมาณ
    หนังสือเวียน ว.85
    อปท.
    อัตราราคางานต่อหน่วย
    อัตราราคาต่อหน่วย

    Picture
    Picture
  • โยธาไทย
    • ช่างถึก โยธาไทย
    • โยธาไทยเทรนนิ่ง
    • ร้านค้าโยธาไทย
    • Line
  • เว็บบอร์ดโยธาไทย
  • พัสดุ/ราคากลาง / ค่า k
    • หลักเกณฑ์ราคากลาง
    • E-ราคากลาง >
      • ปรึกษาปัญหาราคากลาง >
        • อบรมราคากลาง
    • ค่า K
    • ราคามาตรฐานครุภัณฑ์
    • ราคาวัสดุก่อสร้าง
    • ราคาน้ำมัน
  • โปรแกรม
    • โปรแกรมช่วยสร้างตารางค่าขนส่ง
    • oper-road
  • SketchUp
    • ข่าวสาร/ความรู้ SketchUp
    • โปรแกรม SketchUp Pro ลิขสิทธิ์แท้
    • อบรม SketchUp
    • BIM Bundle (Profile Builder 3 และ Quantifier Pro)
    • Facebook SketchUp >
      • เพจ THIA BIM
      • กลุ่ม Sketchup Builder
    • Profile Builder + Quantifier Pro
  • ข่าวสาร/ประกาศ
    • Yotanews
    • SketchUp News
    • plan
    • passadu news
  • สนับสนุนโยธาไทย
    • โยธาไทย รับเชิญบรรยาย
    • รับสอนออนไลน์ ราคากลางงานก่อสร้าง
    • จำหน่ายโปรแกรม ค่า K
    • รับทำคำนวณ ค่า k
    • โปรแกรมคำนวณค่า Factor F
    • ยางมะตอยผสมเสร็จโยธาพรีมิกซ์
    • โยธาไทยแอสฟัลท์
    • สารส้ม/คลอรีน
    • ลงโฆษณา Banner บนเว็บไซต์โยธาไทย
  • Blog
  • ราคากลาง