YOTATHAI
  • โยธาไทย
    • ช่างถึก โยธาไทย
    • โยธาไทยเทรนนิ่ง
    • ร้านค้าโยธาไทย
    • Line
  • เว็บบอร์ดโยธาไทย
  • พัสดุ/ราคากลาง / ค่า k
    • หลักเกณฑ์ราคากลาง
    • E-ราคากลาง >
      • ปรึกษาปัญหาราคากลาง >
        • อบรมราคากลาง
    • ค่า K
    • ราคามาตรฐานครุภัณฑ์
    • ราคาวัสดุก่อสร้าง
    • ราคาน้ำมัน
  • โปรแกรม
    • โปรแกรมช่วยสร้างตารางค่าขนส่ง
    • oper-road
  • SketchUp
    • ข่าวสาร/ความรู้ SketchUp
    • โปรแกรม SketchUp Pro ลิขสิทธิ์แท้
    • อบรม SketchUp
    • BIM Bundle (Profile Builder 3 และ Quantifier Pro)
    • Facebook SketchUp >
      • เพจ THIA BIM
      • กลุ่ม Sketchup Builder
    • Profile Builder + Quantifier Pro
  • ข่าวสาร/ประกาศ
    • Yotanews
    • SketchUp News
    • plan
    • passadu news
  • สนับสนุนโยธาไทย
    • โยธาไทย รับเชิญบรรยาย
    • รับสอนออนไลน์ ราคากลางงานก่อสร้าง
    • จำหน่ายโปรแกรม ค่า K
    • รับทำคำนวณ ค่า k
    • โปรแกรมคำนวณค่า Factor F
    • ยางมะตอยผสมเสร็จโยธาพรีมิกซ์
    • โยธาไทยแอสฟัลท์
    • สารส้ม/คลอรีน
    • ลงโฆษณา Banner บนเว็บไซต์โยธาไทย
  • Blog
  • ราคากลาง

สรุปให้เข้าใจง่าย! ความแตกต่างระหว่าง งานจ้างก่อสร้าง กับ งานจ้างที่ไม่ใช่งานก่อสร้าง

8/5/2026

Comments

 
Picture

สรุปให้เข้าใจง่าย! ความแตกต่างระหว่าง งานจ้างก่อสร้าง กับ งานจ้างที่ไม่ใช่งานก่อสร้าง


ดูและDownload

สรุปให้เข้าใจง่าย!
ความแตกต่างระหว่าง
“งานจ้างก่อสร้าง”
กับ
“งานจ้างที่ไม่ใช่งานก่อสร้าง”
หลายหน่วยงานยังสับสนว่า
2 งานนี้ใช้หลักการเดียวกันหรือไม่?
ต้องมี TOR เหมือนกันไหม?
BOQ ใช้ตอนไหน?
ต้องมีผู้ควบคุมงานหรือเปล่า?
วันนี้สรุปให้เห็นภาพแบบชัดๆครับ
━━━━━━━━━━━━━━━
1. ดู “ความต้องการของผู้ว่าจ้าง” จากอะไร?
งานจ้างก่อสร้าง
ดูจาก
แบบรูปรายการงานก่อสร้าง
แบบแปลน
รายการประกอบแบบ
งานจ้างที่ไม่ใช่ก่อสร้าง
ดูจาก
ขอบเขตของงานที่จ้าง
━━━━━━━━━━━━━━━
2. ใครเป็นผู้จัดทำรายละเอียดขอบเขตงานทั้งโครงการ(TOR) ตาม ว159?
งานจ้างก่อสร้าง
จัดทำโดยคณะกรรมการตาม
“ระเบียบข้อ 21 วรรคสาม”
ไม่ได้บังคับว่าต้องทำตาม ว159
และโดยปกติ “ไม่แนบท้ายสัญญา”
งานจ้างที่ไม่ใช่ก่อสร้าง
จัดทำโดยคณะกรรมการตาม
“ระเบียบข้อ 21 วรรคหนึ่ง”
และโดยปกติ
“ไม่แนบท้ายสัญญา” เช่นกัน
จัดทำเพื่อพัสดุนำไปเสนอจัดจ้างและประกาศให้ถูกต้อง
ไม่เอา TOR ตาม ว159 ไปแนบสัญญาจ้าง
━━━━━━━━━━━━━━━
3. การจัดทำ “ราคากลาง”
งานจ้างก่อสร้าง
ใช้หลักเกณฑ์ราคากลางงานก่อสร้างโดยเฉพาะ
และต้องจัดทำโดย
คณะกรรมการกำหนดราคากลางงานก่อสร้าง
งานจ้างที่ไม่ใช่ก่อสร้าง
โดยทั่วไปจัดทำโดย
คณะกรรมการร่าง TOR
อ้างอิงแนวทาง ว206
━━━━━━━━━━━━━━━
4. ขั้นตอนการยื่นเสนอราคา
งานจ้างก่อสร้าง
ผู้เสนอราคา
เสนอ “ราคารวมทั้งโครงการ”
โดยทั่วไป
ไม่ต้องแนบ BOQ ตอนยื่นเสนอราคา
งานจ้างที่ไม่ใช่ก่อสร้าง
ยื่นตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ใน TOR
━━━━━━━━━━━━━━━
5. BOQ แนบท้ายสัญญา
งานจ้างก่อสร้าง
เจ้าหน้าที่พัสดุ
จัดทำ BOQ แนบท้ายสัญญา
อ้างอิง ว651
งานจ้างที่ไม่ใช่ก่อสร้าง
ไม่มีหลักบังคับทั่วไป
ว่าต้องมี BOQ แนบท้ายสัญญา
ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแต่ละโครงการ
━━━━━━━━━━━━━━━
6. การใช้วัสดุภายในประเทศ (ว78)
เหมือนกันทั้ง 2 ประเภทงาน
โดยหลักต้องใช้:
วัสดุในประเทศไม่น้อยกว่า 60%
เหล็กในประเทศไม่น้อยกว่า 90%
━━━━━━━━━━━━━━━
7. แผนการทำงาน (ว124)
งานจ้างก่อสร้าง
ผู้รับจ้าง
ต้องเสนอแผนการทำงาน
ให้ผู้ว่าจ้างอนุมัติก่อนเริ่มงาน
งานจ้างที่ไม่ใช่ก่อสร้าง
ดำเนินการตามแผนงาน
ที่กำหนดไว้ใน TOR
━━━━━━━━━━━━━━━
8. การควบคุมงาน
งานจ้างก่อสร้าง
ต้องมี “ผู้ควบคุมงาน”
ตามระเบียบข้อ 177 และ 178
และต้องมี:
รายงานประจำวัน
รายงานเสนอคณะกรรมการตรวจรับ
งานจ้างที่ไม่ใช่ก่อสร้าง
ไม่มีระบบ “ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง”
แบบงานก่อสร้าง
━━━━━━━━━━━━━━━
9. การตรวจรับพัสดุ
งานจ้างก่อสร้าง
ตรวจรับตาม
ระเบียบข้อ 176
และต้องตรวจเรื่อง:
วัสดุเทียบเท่า
มาตรฐานวัสดุ
ตามแนวทาง ว214
งานจ้างที่ไม่ใช่ก่อสร้าง
ตรวจรับตาม
ระเบียบข้อ 175
━━━━━━━━━━━━━━━
สรุปสั้นที่สุ
“งานจ้างก่อสร้าง”
จะผูกกับ:
แบบแปลน
BOQ
ผู้ควบคุมงาน
ราคากลางงานก่อสร้าง
ระบบตรวจรับเฉพาะงานก่อสร้าง
ส่วน
“งานจ้างที่ไม่ใช่ก่อสร้าง”
จะผูกกับ:
ขอบเขตงาน
เงื่อนไขเฉพาะที่กำหนดในสัญญา
ระบบตรวจรับทั่วไป
━━━━━━━━━━━━━━━
ผู้ปฏิบัติงานด้านพัสดุ
และผู้ที่เกี่ยวข้อง
ควรแยกความแตกต่าง 2 เรื่องนี้ให้ชัด
เพราะใช้หลักกฎหมาย
และแนวทางปฏิบัติ “ไม่เหมือนกัน”
:::
~~~~~~~~~~
แชร์ได้ , save ไว้ศึกษาส่วนตัวได้ , ห้ามนำไปโพสซ้ำหรือใช้งานที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย
~~~~~~~~~~
สนใจอบรมกับ Yotathai
เลือกเรียนในหัวข้อที่ใช่สำหรับสายงานช่างและงานภาครัฐ
กฎหมายปกครอง + งานจ้างก่อสร้าง
https://training.yotathai.com/law-work
ราคากลาง + การใช้ AI ช่วยจัดทำราคากลาง
https://training.yotathai.com/con-ai
AI-Powered Engineer พลิกโฉมงานช่างราชการด้วยปัญญาประดิษฐ์
https://training.yotathai.com/ai-civil
AI สำหรับสายงานพัสดุ (AI-BOQ)
https://training.yotathai.com/ai-boq
ราคากลาง + สัญญาจ้างก่อสร้าง
https://training.yotathai.com/contract
การจัดจ้างก่อสร้าง + การบริหารสัญญา + การตรวจรับ
https://training.yotathai.com/govbuild
ราคากลางงานก่อสร้าง + ค่า K
https://training.yotathai.com/con-k
..........
อบรมออนไลน์
https://yotathai.link/online-training อบรมออนไลน์
..........
https://yotathai.link/lecturer เชิญวิทยากรบรรยาย
https://yotathai.link/office ติดต่อทีมงานโยธาไทย (Line@)
https://yotathai.link/training สมัครอบรมกับโธาไทย
https://yotathai.link/chat กลุ่มสนทนาใน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/news รับข่าวสารผ่าน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/club กลุ่มปรึกษาปัญหาใน FB(ฟรี)
https://yotathai.link/fb-gp กลุ่มปรึกษาปัญหาจัดจ้างก่อสร้าง ใน FB (ฟรี)
https://yotathai.link/shop ร้านค้าโยธาไทย
https://yotathai.link/premix ยางมะตอยโยธาพรีมิกซ์
https://yotathai.link/alum สารส้ม-คลอรีน
https://yotathai.link/program โปรแกรมคอมพิวเตอร์
https://yotathai.link/program-k โปรแกรมค่า k
https://yotathai.link/program-factorf โปรแกรม Factor F
https://yotathai.link/program-unitcost โปรแกรมคำนวณวัสดุมวลรวม
https://yotathai.link/program-sketchup โปรแกรม SketchUp
https://roadprice.yotathai.com โปรแกรม ROAD PRICE ประมาณราคางานทาง
https://yotathai.link/rebars เขียนเหล็กเสริมใน SketchUp
https://yotathai.link/k-cal รับคำนวณค่า K
Comments

ดัชนีราคาเพื่อใช้ประกอบการคำนวณค่า K ประจำเมษายน 2569

7/5/2026

Comments

 
Picture

ดัชนีราคาเพื่อใช้ประกอบการคำนวณค่า K ประจำเมษายน 2569


ดูและDownload

ความรู้เบื้องต้นเรื่องค่า K
​
ดัชนีเพื่อใช้ประกอบการคำนวณหา Escalation Factors ( K )
สำหรับสัญญาแบบปรับราคาได้ในการประกวดราคาจ้างเหมาก่อสร้าง

"ค่า K" มีบทบาทสำคัญในธุรกิจการก่อสร้างมานาน และทวีความสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะจากภาวะค่าเงินบาทลอยตัว การปรับเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการก่อสร้าง สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า จึงได้จัดทำเอกสาร ถาม - ตอบ "ค่า K" เป็นความรู้เบื้องต้นแก่ผู้สนใจ

1. ถาม : ESCALATION FACTOR หรือ "ค่า K" คืออะไร
ตอบ : คือ ตัวเลขดัชนีที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของค่างาน ณ ระยะเวลาที่ผู้รับเหมาก่อสร้างเปิดซองประกวดราคาได้ เปรียบเทียบกับระยะเวลาที่ส่งงานในแต่ละงวด โดยมีเงื่อนไขสำคัญ ดังนี้
(1) จะใช้ "ค่า K" ได้เฉพาะในกรณีที่ผู้รับเหมารับงานจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่นเท่านั้น
(2) ในการทำสัญญาว่าจ้าง คู่สัญญาจะต้องระบุในสัญญาให้ชัดเจนว่า เป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ในการประกวดราคาจ้างเหมาก่อสร้าง

2. ถาม : "ค่า K" มีความเป็นมาอย่างไร
ตอบ : การนำ "ค่า K" มาใช้ เริ่มจากในช่วงปี 2516 - 2517 เกิดวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ โดยน้ำมันและวัสดุก่อสร้างสำคัญ คือ เหล็กสำเร็จรูปต่างๆ ขาดแคลนและราคาสูงขึ้นมาก ส่งผลกระทบต่อธุรกิจก่อสร้างโดยตรงและรุนแรง ผู้รับเหมาต่างได้รับความเดือดร้อน บางรายหยุดดำเนินการ บางรายละทิ้งงาน เพราะไม่สามารถรับภาระขาดทุนได้ ขณะเดียวกัน ผู้จ้างเหมาก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติให้นำ "ค่า K" มาใช้ เพื่อช่วยเหลือผู้รับเหมาให้ได้รับการชดเชยค่าเสียหาย ทั้งนี้มีคณะอนุกรรมการเป็นผู้กำหนด หลักเกณฑ์ เงื่อนไข สูตร ประเภท และลักษณะงานที่เข้าข่ายสามารถขอรับเงินชดเชยจากรัฐบาลได้ จนถึงปี 2524 รัฐบาลได้ประกาศยกเลิกการใช้ "ค่า K" เนื่องจากวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2532 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้นำ "ค่า K" มาใช้อีกครั้ง เนื่องจากผลของภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวในอัตราสูง ก่อให้เกิดการลงทุนอย่างมากในธุรกิจหลายสาขา โดยเฉพาะธุรกิจการก่อสร้าง เพื่อรองรับเศรษฐกิจที่ขยายตัว เป็นเหตุให้วัสดุก่อสร้างสำคัญ คือ เหล็กเส้นขาดแคลนและราคาสูงขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการธุรกิจก่อสร้างได้รับความเดือดร้อน รัฐบาลจึงให้ความช่วยเหลือโดยมีมติดังกล่าว ให้ใช้ "ค่า K" มาจนถึงปัจจุบัน

3. ถาม : องค์ประกอบ "ค่า K" มีอะไรบ้าง
ตอบ : "ค่า K" ประกอบด้วยตัวแปรต่าง ๆ ดังนี้
M = ดัชนีราคาสินค้าวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์)
S = ดัชนีราคาเหล็ก
C = ดัชนีราคาซีเมนต์
G = ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบ
F = ดัชนีราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว
A = ดัชนีราคาแอสฟัลท์
E = ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์
GIP = ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี
AC = ดัชนีราคาท่อซีเมนต์ใยหิน
PVC = ดัชนีราคาท่อ PVC
PE = ดัชนีราคาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE
W = ดัชนีราคาสายไฟฟ้า
I = ดัชนีราคาผู้บริโภคของประเทศ

4. ถาม : "ค่า K" นอกจากจะให้ประโยชน์แก่ผู้รับเหมาแล้ว ในส่วนของผู้จ้างเหมาจะได้รับประโยชน์ด้วยหรือไม่ อย่างไร
 ตอบ : "ค่า K" ใช้เป็นเครื่องมือช่วยเหลือทั้งผู้รับเหมาและผู้จ้างเหมาไปพร้อมกัน กล่าวคือ ช่วยลดความเสี่ยงของผู้รับเหมา กรณีที่ได้รับความเดือดร้อนจากวัสดุก่อสร้างมีราคาสูงขึ้น โดยให้ได้รับการชดเชยในส่วนของผลต่างราคาวัสดุก่อสร้าง ณ วันที่ประกวดราคาได้ เทียบกับวันส่งมอบงานในแต่ละงวด ขณะเดียวกันผู้จ้างเหมาใช้ "ค่า K" เป็นเครื่องมือป้องกันมิให้ผู้รับเหมาเอาเปรียบ โดยการบวกราคาวัสดุก่อสร้างเผื่อการเปลี่ยนแปลงไว้ล่วงหน้ามากจนเกินไป

5. ถาม : งานก่อสร้างประเภทใดบ้าง ที่อยู่ในเงื่อนไขสามารถใช้ "ค่า K"
ตอบ : งานก่อสร้างที่จะสามารถนำ "ค่า K" มาคำนวณเพื่อขอรับเงินชดเชยได้ มี 5 ประเภท โดยมีสูตรที่ใช้คำนวณ 35 สูตร ดังนี้
งานอาคาร 1 สูตร
งานดิน 3 สูตร
งานทาง 7 สูตร
งานชลประทาน 7 สูตร
งานระบบสาธารณูปโภค 17 สูตร
ทั้งนี้ รวมถึงงานปรับปรุงและซ่อมแซมตามประเภทของงานดังกล่าวด้วย

6. ถาม : การรับเหมาก่อสร้างงานต่างๆ จะทราบได้อย่างไรว่า ประเภทงานนั้นจะใช้สูตรอะไร และจะขอทราบรายละเอียดของสูตรได้จากที่ไหน
ตอบ : โดยทั่วไปผู้รับเหมาเมื่อรับงานจากหน่วยงานราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ ซึ่งในสัญญาระบุว่า เป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ ในสัญญามักจะระบุสูตรสำหรับประเภทงานนั้นๆ เสมอ อย่างไรก็ตาม หากผู้รับเหมาต้องการทราบรายละเอียดสูตรต่างๆ สามารถสอบถามได้ที่ สำนักงบประมาณ สำนักนายกรัฐมนตรี
7. ถาม : ตัวเลขที่ใช้แทนค่าในสูตรแต่ละประเภทงานก่อสร้าง ได้มาอย่างไร
ตอบ : ตัวเลขที่ใช้แทนค่าในสูตรแต่ละประเภทงานก่อสร้าง คือ ตัวแปรต่าง ๆ รวม 13 รายการ ซึ่งเป็นองค์ประกอบของ "ค่า K" ( ข้อ 3 ) ดัชนีราคาดังกล่าวจัดทำและเผยแพร่เป็นประจำทุกเดือน โดยสำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์

8. ถาม : ผู้รับเหมาก่อสร้างจะเรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายเงินชดเชยในทุกกรณีได้หรือไม่
ตอบ : แม้ว่าผู้รับเหมาจะทำสัญญากับผู้จ้างเหมา โดยปฏิบัติตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภท และลักษณะงานตามที่กำหนดไว้ในสัญญาแบบปรับราคาได้ครบถ้วนแล้วก็ตาม แต่ผู้รับเหมาก็ไม่สามารถเรียกร้องรัฐบาลให้จ่ายเงินชดเชยได้เสมอไป กล่าวคือ จะต้องคำนวณ "ค่า K" โดยใช้สูตรตามประเภทงานก่อสร้าง ณ เดือนที่ส่งมอบงาน เทียบกับ "ค่า K" เดือนที่เปิดซองประกวดราคา ถ้าการเปลี่ยนแปลงของ "ค่า K" แต่ละงวดงานมีค่ามากกว่าร้อยละ 4 (หรือ 1.04) ผู้รับเหมาจึงจะสามารถนำ "ค่า K" ไปเรียกร้องขอรับเงินชดเชยได้ แต่ขณะเดียวกัน หาก "ค่า K" ของแต่ละงวดงานมีค่าน้อยกว่าร้อยละ 4 (หรือ 0.96) ผู้จ้างเหมาก็จะเรียกค่างานคืนจากผู้รับเหมาในส่วนที่ราคาวัสดุก่อสร้างลดลง โดยอาจใช้วิธีการหักเงินค่างานในงวดถัดไป หรือหักเงินจากหลักประกันสัญญาแล้วแต่กรณี
9. ถาม : การคำนวณค่า K ทำได้อย่างไร
ตอบ : คำนวณค่า K จากสูตรตามได้ระบุไว้ในสัญญา โดยใช้ตัวเลขของตัวแปร 13 ตัวแปรที่จัดทำโดยกระทรวงพาณิชย์ เป็นเกณฑ์ในการคำนวณ
  1. กรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภท รวมอยู่ในสัญญาเดียวกัน จะต้องแยกค่างานก่อสร้างแต่ละประเภทให้ชัดเจนตามลักษณะงานนั้น และให้สอดคล้องกับสูตรที่กำหนดไว้
  2. การคำนวณหาค่า K กำหนดให้ใช้ทศนิยม 3 ตำแหน่ง ทุกขั้นตอนโดยไม่มีการปัดเศษ และกำหนดให้ทำเลขสัมพันธ์ (เปรียบเทียบ) ให้เป็นผลสำเร็จก่อน แล้วจึงนำผลลัพธ์ไปคูณกับตัวเลขคงที่หน้าเลขสัมพันธ์นั้น ( ดังตัวอย่าง )
  3. ให้พิจารณาเงินเพิ่ม หรือลดราคาค่างวดงานจากราคาที่ผู้รับจ้างทำสัญญาตกลงกับผู้ว่าจ้าง เมื่อค่า K ตามสูตรสำหรับงานก่อสร้างนั้น ๆ ในเดือนที่ส่งมอบงานมีค่าเปลี่ยนแปลงไปจากค่า K ในเดือนเปิดซองประกวดราคามากกว่า 4 % ขึ้นไป โดยนำเฉพาะส่วนที่เกิน 4% มาคำนวณปรับเพิ่ม หรือลดค่างานแล้วแต่กรณี (โดยไม่คิด 4% แรกให้)
  4. ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถทำการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาในสัญญา โดยเป็นความผิดของผู้รับจ้าง ค่า K ตามสูตรต่าง ๆ ที่จะนำมาใช้ในการคำนวณค่างานให้ใช้ค่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริง แล้วแต่ว่าค่า K ตัวใดจะมีค่าน้อยกว่า
  5. การจ่ายเงินแต่ละงวด ให้จ่ายค่างานที่ผู้รับจ้างทำได้แต่ละงวดตามสัญญาไปก่อน ส่วนค่างานเพิ่ม หรือลดลง จะคำนวณได้ต่อเมื่อทราบดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ซึ่งนำมาคำนวณหาค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานงวดนั้น ๆ เป็นที่แน่นอนแล้ว เมื่อคำนวณเงินเพิ่มได้แล้ว ให้ขอทำความตกลงเรื่องเงินกับสำนักงบประมาณ
 
ตัวอย่าง การคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญาปรับราคาได้ (ค่า K)
  • กำหนดให้ค่า K = 1
  • ในกรณีได้รับเงินชดเชย ค่า K ต้องมากกว่า 1.04
  • ในกรณีที่ต้องคืนเงินชดเชยค่า K ต้องน้อยกว่า 0.96
งานก่อสร้างอาคารเรียน 1 หลัง มูลค่า 2,570,000.00 บาท
  • งวดที่ 1 514,000.- บาท
  • งวดที่ 2 385,500.- บาท
  • งวดที่ 3 385,500.- บาท
  • งวดที่ 4 642,500.- บาท
  • งวดที่ 5 (สุดท้าย) 642,500.- บาท
ค่าตัวแปรในเดือนเปิดซองประกวดราคา วันที่ 30 มกราคม 2533
Io = 112.2 , Co = 111.7 , Mo = 126.7 , So = 140.0
สูตรงานอาคาร
K = 0.25 + 0.15 It/Io + 0.10 Ct/Co + 0.40 Mt/Mo + 0.10 St/So
ส่งงานงวดที่ 1 วันที่ 20 กรกฎาคม 2533
ค่าตัวแปรในเดือนที่ส่งมอบงาน It = 115.8 , Ct = 117.6 , Mt = 132.7 , St = 140.8
K = 0.25 + 0.15(115.8/112.2) + 0.10(117.6/111.7) + 0.40(132.7/126.7) + 0.10(140.8/140.0)
= 0.25 + 0.15(1.032) + 0.10 (1.052) + 0.40(1.047) +0.10(1.005)
= 0.25 + 0.154 + 0.105 + 0.418 + 0.100
= 1.027

ค่า K เปลี่ยนแปลงไม่เกิน 4% ไม่ได้รับเงินชดเชย
ส่งงานงวดที่ 2 วันที่ 5 กันยายน 2533
It = 116.7 , Ct = 127.8 , Mt = 135.1 , St = 140.4
K = 0.25 + 0.15(116.7/112.2) + 0.10(127.8/111.7) + 0.40(135.1/126.7) + 0.10(140.4/140.0)
= 0.25 + 0.15(1.040) + 0.10 (1.144) + 0.40(1.066) + 0.10(1.002)
= 0.25 + 0.156 + 0.114 + 0.426 + 0.100
= 1.046

ค่า K เปลี่ยนแปลงเกิน 4% เท่ากับ 1.046 - 1.04 = 0.006
จะได้รับเงินชดเชยเพิ่ม = 0.006 X 385,500 = 2,313.- บาท
ส่งงานงวดที่ 3 วันที่ 20 ตุลาคม 2533
It = 119.0 , Ct = 167.5 , Mt = 137.2 , St = 140.9
K = 0.25 + 0.15(119.0/112.2) + 0.10(167.5/111.7) + 0.40(137.2/126.7) + 0.10(140.9/140.0)
= 0.25 + 0.15(1.060) + 0.10 (1.499) + 0.40(1.082) + 0.10(1.006)
= 0.25 + 0.159 + 0.149 + 0.432 + 0.100
= 1.090

ค่า K เปลี่ยนแปลงเกิน 4% เท่ากับ 1.090 - 1.04 = 0.050
จะได้รับเงินชดเชยเพิ่ม = 0.050 X 385,500 = 19,275.- บาท
ส่งงานงวดที่ 4 วันที่ 30 พฤศจิกายน 2533
It = 119.5 , Ct = 167.5 , Mt = 137.2 , St = 139.6
K = 0.25 + 0.15(119.5/112.2) + 0.10(167.5/111.7) + 0.40(137.2/126.7) + 0.10(139.6/140.0)
= 0.25 + 0.15(1.065) + 0.10 (1.499) + 0.40(1.082) + 0.10(0.997)
= 0.25 + 0.159 + 0.149 + 0.432 + 0.099
= 1.089

ค่า K เปลี่ยนแปลงเกิน 4% เท่ากับ 1.089 - 1.04 = 0.049
จะได้รับเงินชดเชยเพิ่ม = 0.049 X 642,500 = 31,482.50 บาท
ส่งงานงวดที่ 5 วันที่ 15 มกราคม 2534
It = 119.1 , Ct = 151.7 , Mt = 138.4 , St = 137.1
K = 0.25 + 0.15(119.1/112.2) + 0.10(151.7/111.7) + 0.40(138.4/126.7) + 0.10(137.1/140.0)
= 0.25 + 0.15(1.061) + 0.10 (1.358) + 0.40(1.092) + 0.10(0.979)
= 0.25 + 0.159 + 0.135 + 0.436 + 0.097
= 1.077

ค่า K เปลี่ยนแปลงเกิน 4% เท่ากับ 1.077 - 1.04 = 0.037
ในงวดนี้ส่งงานพร้อมครุภัณฑ์ 4 รายการ เงิน 149,600.- บาท ประกอบด้วย
1. กระดานดำ 8 ชุด 22,400.- บาท
2. โต๊ะม้านั่งครู 8 ชุด 12,000.- บาท
3. โต๊ะม้านั่งนักเรียน 320 ชุด 112,000.- บาท
4. เครื่องดับเพลิง 2 ชุด 3,200.- บาท
รวม 149,600.- บาท


ดังนั้น จะได้รับเงินชดเชย = (642,500 - 149,600) X 0.037 = 18,237.30 บาท
รวมได้รับเงินชดเชยทั้งสัญญา (5 งวด)= 2,313 + 19,275 + 31,482.50 + 18,237.30
= 71,307.80 บาทกรณีการคืนเงินค่า K
สมมุติการส่งงานในงวดที่ 5 (งวดสุดท้าย 15 มกราคม 2534 ) มีค่าดัชนีชุดต่าง ๆ ดังนี้
It = 107.9 , Ct = 110.5 , Mt = 113.2 , St = 135.2
K = 0.25 + 0.15(107.9/112.2) + 0.10(110.5 /111.7) + 0.40(113.2/126.7) + 0.10(135.2/140.0)
= 0.25 + 0.15(0.961) + 0.10 (0.989) + 0.40(0.893) + 0.10(0.965)
= 0.25 + 0.144 + 0.098 + 0.357 + 0.096
= 0.945

ค่า K เปลี่ยนแปลงต่ำกว่า 4% เท่ากับ 0.96 - 0.945 = 0.015
ในงวดนี้มีค่างานต้องเรียกคืน = (642,500 - 149,600) x 0.015 = 7,393.50 บาท
รวมได้รับเงินชดเชยทั้งสัญญา (5 งวด) = 2,313 + 19,275 + 31,482.50 - 7,393.50
= 45,676.50 บาท

10. ถาม : การต่ออายุสัญญางานก่อสร้างจากสัญญาเดิม ผู้รับเหมาจะนำ"ค่า K" มาใช้ในช่วงเวลาที่ต่อสัญญาออกไป เพื่อขอรับเงินชดเชยได้หรือไม่
ตอบ : กรณีที่ผู้รับเหมาไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามสัญญา โดยเหตุสุดวิสัย แต่ส่วนราชการผู้ว่าจ้างอนุมัติให้มีการต่อสัญญา และสัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ ผู้รับเหมาก็สามารถนำ "ค่า K" มาคำนวณเพื่อขอรับเงินชดเชยในช่วงเวลาที่ต่อสัญญาออกไปได้เช่นกัน

11. ถาม : ถ้ารัฐบาลไม่สามารถจ่ายเงินชดเชยให้ผู้รับเหมาได้ทันในปีงบประมาณที่ส่งมอบงาน แต่จะจ่ายให้ในปีงบประมาณถัดไป ผู้รับเหมาจะขอคิดดอกเบี้ยกับรัฐบาลได้หรือไม่
ตอบ : การจ่ายเงินชดเชยให้ผู้รับเหมาในกรณีที่ใช้สัญญาแบบปรับราคาได้นั้น หากรัฐบาลต้องจ่ายเงินชดเชยข้ามปีงบประมาณ ผู้รับเหมาไม่สามารถคิดดอกเบี้ยจากรัฐบาลได้ และเป็นหน้าที่ของผู้รับเหมาที่จะต้องรีบติดต่อขอรับเงินชดเชยจากสำนักงบประมาณ ภายในกำหนด 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบงานงวดสุดท้าย หากพ้นกำหนดนี้ไปแล้วผู้รับเหมาไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องเงินชดเชยค่างานก่อสร้างจากผู้จ้างเหมาได้อีกต่อไป

12. ถาม : หากมีปัญหาเกี่ยวกับการคำนวณ "ค่า K" จะสามารถสอบถามได้จากที่ใด
ตอบ : สอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักมาตรฐานงบประมาณ สำนักงบประมาณ ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ 02-273-9027
​

13. ถาม : ถ้าประสงค์จะได้ดัชนีในการคำนวณหา "ค่า K" และขอทราบข้อมูลเพิ่มเติมจะติดต่อที่ใด
ตอบ : สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการจัดทำดัชนีเพื่อใช้ประกอบในการคำนวณหา "ค่า K" เผยแพร่เป็นประจำทุกเดือน โดยจะเผยแพร่ไม่เกิน 2 วันทำการของเดือนถัดไป และวางจำหน่าย ณ สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า (ห้อง 21203) อาคาร 1 ชั้น 12 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ 44/100 ถนนนนทบุรี 1 อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี11000   ราคาฉบับละ 5 บาท
ในส่วนภูมิภาคสามารถติดต่อสอบถามหรือขอถ่ายเอกสารได้จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ซึ่งไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่เจ้าหน้าที่ในสำนักงานจะต้องรับรองสำเนาเนื่องจากตัวแปรนี้เป็นเอกสารทางราชการที่ผู้รับเหมาจะต้องนำไปประกอบการยื่นคำร้องขอเงินชดเชยค่าการก่อสร้าง

หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อกลุ่มดัชนีการก่อสร้าง สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โทรศัพท์ 02-507 6719 ในวันและเวลาราชการ
Comments

ถนนสร้างเสร็จแล้ว มาทำ “คูระบายน้ำ-ไฟส่องสว่าง” ทีหลัง… นับเป็นงานก่อสร้างหรือไม่?

6/5/2026

Comments

 
Picture

ถนนสร้างเสร็จแล้ว มาทำ “คูระบายน้ำ-ไฟส่องสว่าง” ทีหลัง… นับเป็นงานก่อสร้างหรือไม่? ใช้ราคากลางอะไร?

Picture
ตอบคำถาม: ถนนสร้างเสร็จแล้ว มาทำ “คูระบายน้ำ-ไฟส่องสว่าง” ทีหลัง… นับเป็นงานก่อสร้างหรือไม่? ใช้ราคากลางอะไร?

ในการทำงานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
มักเจอสถานการณ์แบบนี้บ่อย

 ถนนสาธารณะสร้างเสร็จไปแล้ว
 ต่อมามีงบเพิ่ม มาทำ “คูระบายน้ำ” หรือ “ไฟส่องสว่าง” ภายหลัง

คำถามคือ

* งานที่ทำเพิ่มนี้ ยังเป็นงานก่อสร้างหรือไม่
* และต้องใช้ ราคากลางประเภทไหน

⸻

 หลักคิดก่อนวิเคราะห์ (สำคัญมาก)

อย่าไปยึดว่า “ทำทีหลัง” หรือ “ทำพร้อมกัน”

แต่ให้ดูที่  วัตถุประสงค์ของงาน เป็นหลัก

⸻

 กรณีที่ 1: ทำ “คูระบายน้ำ” หลังถนนเสร็จ

 สถานะของงาน

 เป็นงานจ้างก่อสร้าง

เหตุผล

* กฎหมายกำหนดว่า “งานก่อสร้าง” รวมถึง
➤ การต่อเติม
➤ การปรับปรุง
➤ การทำให้สาธารณูปโภคใช้งานได้ดีขึ้น

 คูระบายน้ำ = การเพิ่มประสิทธิภาพของถนน
จึงเข้าข่าย “งานก่อสร้าง” ชัดเจน

⸻

 หลักเกณฑ์ราคากลาง

 ใช้ งานก่อสร้างทาง

เหตุผล

* นิยาม “งานทาง” ครอบคลุม
➤ ถนน
➤ ท่อ
➤ รางระบายน้ำ
➤ ระบบระบายน้ำทั้งหมดที่เป็นส่วนของถนน

 คูระบายน้ำ = ส่วนประกอบของถนน
จึงต้องใช้ “ราคากลางงานทาง”

⸻

 กรณีที่ 2: ติดตั้ง “ไฟฟ้าส่องสว่าง” หลังถนนเสร็จ

 สถานะของงาน

 เป็นงานจ้างก่อสร้าง

เหตุผล

* เป็นการต่อเติมสาธารณูปโภค
* ทำให้การใช้ถนน “ปลอดภัยขึ้น”

 เข้าข่ายงานก่อสร้างเหมือนกัน

⸻

 หลักเกณฑ์ราคากลาง

 ใช้ งานก่อสร้างทาง

เหตุผล

* นิยาม “งานทาง” รวมถึง
➤ ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง
➤ อุปกรณ์ความปลอดภัย
➤ สัญญาณจราจร

 ไฟส่องสว่าง = อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ทาง
จึงอยู่ใน “งานทาง”

⸻

 สรุปแบบฟันธง

 ไม่สำคัญว่า “ทำทีหลัง” หรือ “ทำพร้อมถนน”

แต่ให้ดูว่า

 สิ่งที่ทำ เกี่ยวข้องกับการใช้งานถนนหรือไม่

ถ้าใช่ 

* คูระบายน้ำ → งานก่อสร้างทาง
* ไฟส่องสว่าง → งานก่อสร้างทาง

ทั้งหมดถือเป็น
 งานจ้างก่อสร้าง
 และใช้ ราคากลางงานทางเหมือนกัน

⸻

 แก่นของเรื่อง (จำให้แม่น)

 “เวลา” ไม่ใช่ตัวตัดสิน
 “วัตถุประสงค์ของงาน” ต่างหากที่เป็นตัวชี้ขาด

ตราบใดที่ทำเพื่อให้ถนน
 ใช้งานได้ดีขึ้น
 ปลอดภัยขึ้น

งานนั้น = งานทางทั้งหมด 

~~~~~~~~~~
แชร์ได้ , save ไว้ศึกษาส่วนตัวได้ , ห้ามดูดเนื้อหาไปโพสซ้ำหรือใช้งานที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย
~~~~~~~~~~

 สนใจอบรมกับ Yotathai 
 https://training.yotathai.com/

 โครงการอบรม “การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ปี 2569”
 https://training.yotathai.com/ai69

 โครงการอบรม “ราคากลางงานก่อสร้างและการใช้ AI ช่วยจัดทำราคากลาง”
 https://training.yotathai.com/con-ai

 โครงการอบรม “กฎหมายปกครองกับงานจ้างก่อสร้าง หลักการควบคุมงาน หลักการบริหารสัญญาจ้างก่อสร้าง และหลักการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้าง”
 https://training.yotathai.com/law-work

..........
อบรมออนไลน์
https://yotathai.link/online-training อบรมออนไลน์
..........
https://yotathai.link/lecturer เชิญวิทยากรบรรยาย
https://yotathai.link/office ติดต่อทีมงานโยธาไทย (Line@)
https://yotathai.link/training สมัครอบรมกับโธาไทย
https://yotathai.link/chat กลุ่มสนทนาใน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/news รับข่าวสารผ่าน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/club กลุ่มปรึกษาปัญหาใน FB(ฟรี)
https://yotathai.link/fb-gp กลุ่มปรึกษาปัญหาจัดจ้างก่อสร้าง ใน FB (ฟรี)
https://yotathai.link/shop ร้านค้าโยธาไทย
https://yotathai.link/premix ยางมะตอยโยธาพรีมิกซ์
https://yotathai.link/alum สารส้ม-คลอรีน
https://yotathai.link/program โปรแกรมคอมพิวเตอร์
https://yotathai.link/program-k โปรแกรมค่า k
https://yotathai.link/program-factorf โปรแกรม Factor F
https://yotathai.link/program-unitcost โปรแกรมคำนวณวัสดุมวลรวม
https://yotathai.link/program-sketchup โปรแกรม SketchUp
https://roadprice.yotathai.com โปรแกรม ROAD PRICE ประมาณราคางานทาง
https://yotathai.link/rebars เขียนเหล็กเสริมใน SketchUp
https://yotathai.link/k-cal รับคำนวณค่า K 
Comments

ว 299 แนวทางปฏิบัติในการยื่นข้อเสนอโดยวิธีคัดเลือกและวิธีเฉพาะเจาะจง ผ่าน e-GP

28/4/2026

Comments

 
Picture

ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.3/ว 299 ลงวันที่ 27 เมษายน 2569 แนวทางปฏิบัติในการยื่นข้อเสนอโดยวิธีคัดเลือกและวิธีเฉพาะเจาะจง ผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP)


ดูและDownload

Comments

คดีจริงที่คนคุมงานต้องรู้: ทำงานจริง แต่ไม่ได้ค่าตอบแทน… ศาลตัดสินอย่างไร?

24/4/2026

Comments

 
Picture

คดีจริงที่คนคุมงานต้องรู้: ทำงานจริง แต่ไม่ได้ค่าตอบแทน… ศาลตัดสินอย่างไร?

ดูและDownload

คดีจริงที่คนคุมงานต้องรู้: ทำงานจริง แต่ไม่ได้ค่าตอบแทน… ศาลตัดสินอย่างไร?
คดีนี้เป็นคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด
เกี่ยวกับ “ค่าตอบแทนผู้ควบคุมงานก่อสร้าง” โดยตรง
และเป็นสาระเดียวกับสไลด์/ไฟล์ PDF ที่นำมาเผยแพร่
อ่านฉบับเต็ม
https://www.yotathai.com/passadu/82-2565
⸻
จุดเริ่มต้นของปัญหา
* กรม (เจ้าของงบประมาณ)
โอนงบให้จังหวัดดำเนินการ
ผู้ว่าฯ ทำสัญญาและแต่งตั้งผู้ควบคุมงาน
ผู้ควบคุมงาน (พนักงานเทศบาล) ทำงานจริงจนงานเสร็จ
แต่เมื่อขอเบิกค่าตอบแทน
กลับไม่ได้รับเงิน
เหตุผลที่ถูกอ้าง
* ไม่ได้ตั้งงบ
* ไม่ได้เป็นผู้แต่งตั้งโดยตรง
⸻
สิ่งที่ศาลวินิจฉัย (ตรงประเด็น)
เจ้าของงบยังคงเป็นเจ้าของงบ
แม้จะโอนงบไปให้จังหวัด
เป็นเพียง “โอนให้เบิกแทน”
ไม่ได้ทำให้จังหวัดเป็นเจ้าของงบ
กรมยังคงเป็นผู้มีหน้าที่ต้องจ่าย
⸻
การแต่งตั้งโดยผู้ว่าฯ มีผลตามกฎหมาย
แม้คำสั่งแต่งตั้งออกโดยผู้ว่าราชการจังหวัด
ศาลถือว่าเป็นการ “ดำเนินการแทนเจ้าของงบ”
ผู้ควบคุมงานจึงมีสิทธิ์โดยชอบ
⸻
ค่าตอบแทนเป็น “สิทธิ” ไม่ใช่ “ดุลพินิจ”
ค่าตอบแทนผู้ควบคุมงาน
เป็นสิทธิที่เกิดจากหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง
อ้างว่า “ไม่ได้ตั้งงบ” เพื่อไม่จ่ายไม่ได้
⸻
ผลของคดี
ผู้ควบคุมงานทำงานรวม 320 วัน
ศาลให้
289 วัน
คิดเป็นเงิน
86,700 บาท / คน
⸻
ประเด็นสำคัญที่สุด (ต้องเข้าใจให้ถูก)
หลายคนเข้าใจผิดว่า
“วันไหนผู้รับจ้างหยุดงาน = เบิกไม่ได้”
ความจริงคือ
ศาล ไม่ได้ตัดสิทธิ์เพราะหยุดงาน
แต่ตัดสิทธิ์เพราะ
ไม่มีหลักฐานว่า ผู้ควบคุมงานได้ไปปฏิบัติหน้าที่จริงในวันนั้น
⸻
อธิบายให้ชัด
ในช่วงที่ผู้รับจ้างหยุดงาน (รวม 31 วัน)
รายงานระบุเพียงว่า “หยุดงาน”
ไม่มีรายละเอียดว่าไปหน้างาน
ไม่มีการบันทึกการติดตามงานหรือแก้ปัญหา
ศาลจึงถือว่า
“ไม่มีหลักฐานการทำงาน”
จึงไม่มีสิทธิ์เบิกในวันนั้น
⸻
หลักที่ถูกต้อง (ใช้ได้จริง)
ถ้าวันใดผู้รับจ้าง “หยุดงาน”
ถ้า ไม่ได้ไปทำงานจริง
เบิกไม่ได้
ถ้า ไปทำงานจริง เช่น
* ไปตรวจหน้างาน
* ไปติดตามปัญหา
* ไปแก้ไขอุปสรรค
ยังเบิกได้
หัวใจคือ
“การปฏิบัติหน้าที่จริง + มีหลักฐาน”
⸻
ดอกเบี้ย (ตามคำพิพากษา)
* ก่อน 11 เม.ย. 2564 → 7.5% ต่อปี
* หลังจากนั้น → 3% + 2% = 5% ต่อปี
⸻
บทเรียนจากคดีนี้
หน่วยงานเจ้าของงบ
* โอนงบแล้ว “ความรับผิดยังอยู่”
* ต้องเตรียมงบค่าคุมงานให้ครบ
⸻
หน่วยงานที่ดำเนินการแทน
* การแต่งตั้งมีผลผูกพัน
* การดำเนินการถือว่า “ทำแทนเจ้าของงบ”
⸻
ผู้ควบคุมงาน
* ต้องบันทึกรายงาน “รายวัน” ให้ชัด
* โดยเฉพาะวันหยุดงาน
อย่าเขียนแค่ว่า “หยุดงาน”
ต้องเขียนว่า “ไปทำอะไร”
⸻
สาระของคดีนี้
คดีนี้ไม่ได้สอนแค่เรื่องเงิน
แต่สอนว่า
สิทธิของคนทำงาน จะมีค่า ก็ต่อเมื่อ “พิสูจน์ได้ว่าทำงานจริง”
และในอีกด้านหนึ่ง
หน่วยงานรัฐจะปฏิเสธความรับผิดไม่ได้ เพียงเพราะบริหารงบพลาด
⸻
เหตุผลที่ผมโพสต์บทความนี้
เพื่อให้
* หน่วยงานรัฐ “ตระหนัก” ว่าต้องจ่ายค่าตอบแทนตามกฎหมาย
* ผู้ปฏิบัติงาน “รู้สิทธิ์ของตัวเอง” ว่ามีสิทธิ์ได้รับค่าตอบแทน
⸻
อ่านฉบับเต็ม
https://www.yotathai.com/passadu/82-2565
~~~~~~~~~~
แชร์ได้ , save ไว้ศึกษาส่วนตัวได้ , ห้ามดูดเนื้อหาไปโพสซ้ำหรือใช้งานที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย
~~~~~~~~~~
สนใจอบรมกับ Yotathai
https://training.yotathai.com/
โครงการอบรม “การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ปี 2569”
https://training.yotathai.com/ai69
โครงการอบรม “ราคากลางงานก่อสร้างและการใช้ AI ช่วยจัดทำราคากลาง”
https://training.yotathai.com/con-ai
โครงการอบรม “กฎหมายปกครองกับงานจ้างก่อสร้าง หลักการควบคุมงาน หลักการบริหารสัญญาจ้างก่อสร้าง และหลักการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้าง”
https://training.yotathai.com/law-work
..........
อบรมออนไลน์
https://yotathai.link/online-training อบรมออนไลน์
..........
https://yotathai.link/lecturer เชิญวิทยากรบรรยาย
https://yotathai.link/office ติดต่อทีมงานโยธาไทย (Line@)
https://yotathai.link/training สมัครอบรมกับโธาไทย
https://yotathai.link/chat กลุ่มสนทนาใน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/news รับข่าวสารผ่าน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/club กลุ่มปรึกษาปัญหาใน FB(ฟรี)
https://yotathai.link/fb-gp กลุ่มปรึกษาปัญหาจัดจ้างก่อสร้าง ใน FB (ฟรี)
https://yotathai.link/shop ร้านค้าโยธาไทย
https://yotathai.link/premix ยางมะตอยโยธาพรีมิกซ์
https://yotathai.link/alum สารส้ม-คลอรีน
https://yotathai.link/program โปรแกรมคอมพิวเตอร์
https://yotathai.link/program-k โปรแกรมค่า k
https://yotathai.link/program-factorf โปรแกรม Factor F
https://yotathai.link/program-unitcost โปรแกรมคำนวณวัสดุมวลรวม
https://yotathai.link/program-sketchup โปรแกรม SketchUp
https://roadprice.yotathai.com โปรแกรม ROAD PRICE ประมาณราคางานทาง
https://yotathai.link/rebars เขียนเหล็กเสริมใน SketchUp
https://yotathai.link/k-cal รับคำนวณค่า K
Comments

รู้หรือไม่? ผู้รับเหมาส่งงาน “เร็ว” กับ “ช้า” วิธีคิดค่า K ต่างกันนะครับ

22/4/2026

Comments

 
Picture

รู้หรือไม่? ผู้รับเหมาส่งงาน “เร็ว” กับ “ช้า” วิธีคิดค่า K ต่างกันนะครับ

ดูและDownload

รู้หรือไม่? ผู้รับเหมาส่งงาน “เร็ว” กับ “ช้า” วิธีคิดค่า K ต่างกันนะครับ
หลายคนรู้จัก “ค่า K”
แต่ยังไม่ค่อยเข้าใจว่า
ถ้าผู้รับจ้างทำงานเสร็จ ก่อนกำหนด
กับกรณีที่ทำงานเสร็จ ล่าช้ากว่ากำหนด
เวลาจะคำนวณค่า K นั้น
หลักเกณฑ์ที่ใช้คิด ไม่เหมือนกัน
เรื่องนี้สำคัญมากครับ
เพราะเกี่ยวกับเงินชดเชยที่รัฐต้องจ่าย
หรือเงินที่ผู้รับจ้างอาจต้องคืนให้รัฐ
⸻
ค่า K คืออะไร?
พูดแบบเข้าใจง่าย
ค่า K คือ กลไกที่ใช้ปรับค่างานก่อสร้าง
ให้สอดคล้องกับราคาวัสดุที่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา
เพราะในงานก่อสร้างจริง
ราคาน้ำมัน ราคาเหล็ก ปูนซีเมนต์ ยางมะตอย
หรือวัสดุอื่น ๆ ไม่ได้คงที่ตลอดสัญญา
ดังนั้น
ถ้าต้นทุนเพิ่มขึ้นหรือลดลง
ระบบค่า K ก็เข้ามาช่วยปรับราคา
เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้
⸻
กรณีที่ 1 ผู้รับจ้างทำงานเสร็จ “เร็ว” กว่ากำหนด
กรณีนี้หลักคิดไม่ซับซ้อนครับ
ถ้าผู้รับจ้างทำงานเสร็จ
และส่งมอบงานได้ ก่อนวันครบกำหนดตามสัญญา
การคิดค่า K ให้ใช้ตาม เดือนที่ส่งมอบงานจริง
ยกตัวอย่างเช่น
สัญญากำหนดส่งงานในเดือน เมษายน
แต่ผู้รับจ้างทำงานเสร็จและส่งงานได้จริงตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์
กรณีนี้
ก็ให้ใช้ ดัชนีของเดือนกุมภาพันธ์
มาคิดค่า K ได้เลย
เพราะถือว่านั่นคือช่วงเวลาที่งานเสร็จจริง
และเป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงในช่วงนั้น
พูดง่าย ๆ คือ
ถ้าทำงานเสร็จเร็ว
ก็มีสิทธิ์ใช้เดือนที่ส่งมอบจริงในการคำนวณ
ถือว่าเป็นการคิดตามข้อเท็จจริง
และเป็นธรรมกับผู้รับจ้าง
⸻
กรณีที่ 2 ผู้รับจ้างทำงานเสร็จ “ช้า” กว่ากำหนด
กรณีนี้สำคัญมาก
และหลายคนมักเข้าใจคลาดเคลื่อน
ถ้าผู้รับจ้างส่งงาน ล่วงพ้นกำหนดสัญญา
จะไม่ใช่ว่าอยากใช้เดือนที่ส่งจริงอย่างเดียวแล้วจบ
แต่ต้องนำมา เปรียบเทียบ 2 ช่วงเวลา คือ
* เดือนที่ครบกำหนดตามสัญญา
* เดือนที่ส่งมอบงานจริง
จากนั้นจึงเลือกใช้ ค่า K ที่น้อยกว่า
⸻
ยกตัวอย่างเช่น
สัญญากำหนดส่งงานเดือน เมษายน
แต่ผู้รับจ้างส่งจริงเดือน มิถุนายน
กรณีนี้
ต้องคำนวณค่า K ทั้งของเดือน เมษายน และเดือน มิถุนายน
แล้วดูว่าเดือนใดให้ผลเป็นจำนวนเงินที่น้อยกว่า
ก็ใช้ค่านั้น
⸻
แล้วผลจะออกมาอย่างไร?
กรณีราคาวัสดุปรับตัวสูงขึ้น
ถ้าปล่อยให้ใช้เดือนมิถุนายน
รัฐก็อาจต้องจ่ายเงินชดเชยมากขึ้น
ทั้งที่ความล่าช้าเกิดหลังวันครบกำหนดสัญญาแล้ว
ดังนั้น
ระบบจึงให้ใช้เดือนที่ให้ค่า K ต่ำกว่า
ซึ่งโดยมากก็คือ เดือนเมษายน
ผลคือ รัฐไม่ต้องรับภาระเพิ่ม
จากความล่าช้าของผู้รับจ้าง
⸻
แต่ถ้าราคาวัสดุปรับตัวลดลง
เดือนมิถุนายนอาจให้ค่า K ต่ำกว่าเดือนเมษายน
กรณีนี้
ก็ต้องใช้ เดือนมิถุนายน
ผลคือ รัฐก็จะได้ประโยชน์จากราคาที่ลดลงเช่นกัน
⸻
สรุปหลักคิดให้ชัด
กรณี ส่งงานเร็ว
ใช้เดือนส่งมอบงานจริง
กรณี ส่งงานช้า
เทียบเดือนตามสัญญา กับเดือนส่งงานจริง
แล้วเลือก ค่า K ที่น้อยกว่า
⸻
ทำไมกติกาจึงออกแบบแบบนี้?
เหตุผลก็คือ
รัฐต้องการให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
คนที่ทำงานเสร็จเร็ว
ไม่ควรถูกตัดสิทธิ์
ก็ให้ใช้ต้นทุนตามช่วงเวลาที่ทำเสร็จจริง
แต่ถ้าผู้รับจ้างทำงานล่าช้า
รัฐก็ไม่ควรต้องแบกรับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
อันเกิดจากความช้าของผู้รับจ้างเอง
จึงต้องใช้หลัก
เลือกค่า K ที่น้อยกว่า
เพื่อรักษาประโยชน์ของทางราชการ
⸻
สรุปสั้น ๆ อีกครั้ง
ทำเสร็จเร็ว → ใช้เดือนส่งจริง
ทำเสร็จช้า → เทียบ 2 เดือน แล้วเลือกค่า K ที่ต่ำกว่า
นี่คือหลักสำคัญที่คนทำงานด้านพัสดุ
ผู้ควบคุมงาน
คณะกรรมการตรวจรับ
รวมถึงผู้รับจ้างเอง
ควรเข้าใจให้ชัดครับ
เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข
แต่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินตามสัญญาโดยตรง
~~~~~~~~~~
แชร์ได้ , save ไว้ศึกษาส่วนตัวได้ , ห้ามดูดเนื้อหาไปโพสซ้ำหรือใช้งานที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย
~~~~~~~~~~
สนใจอบรมกับ Yotathai
https://training.yotathai.com/
โครงการอบรม “การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ปี 2569”
https://training.yotathai.com/ai69
โครงการอบรม “ราคากลางงานก่อสร้างและการใช้ AI ช่วยจัดทำราคากลาง”
https://training.yotathai.com/con-ai
โครงการอบรม “กฎหมายปกครองกับงานจ้างก่อสร้าง หลักการควบคุมงาน หลักการบริหารสัญญาจ้างก่อสร้าง และหลักการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้าง”
https://training.yotathai.com/law-work
..........
อบรมออนไลน์
https://yotathai.link/online-training อบรมออนไลน์
..........
https://yotathai.link/lecturer เชิญวิทยากรบรรยาย
https://yotathai.link/office ติดต่อทีมงานโยธาไทย (Line@)
https://yotathai.link/training สมัครอบรมกับโธาไทย
https://yotathai.link/chat กลุ่มสนทนาใน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/news รับข่าวสารผ่าน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/club กลุ่มปรึกษาปัญหาใน FB(ฟรี)
https://yotathai.link/fb-gp กลุ่มปรึกษาปัญหาจัดจ้างก่อสร้าง ใน FB (ฟรี)
https://yotathai.link/shop ร้านค้าโยธาไทย
https://yotathai.link/premix ยางมะตอยโยธาพรีมิกซ์
https://yotathai.link/alum สารส้ม-คลอรีน
https://yotathai.link/program โปรแกรมคอมพิวเตอร์
https://yotathai.link/program-k โปรแกรมค่า k
https://yotathai.link/program-factorf โปรแกรม Factor F
https://yotathai.link/program-unitcost โปรแกรมคำนวณวัสดุมวลรวม
https://yotathai.link/program-sketchup โปรแกรม SketchUp
https://roadprice.yotathai.com โปรแกรม ROAD PRICE ประมาณราคางานทาง
https://yotathai.link/rebars เขียนเหล็กเสริมใน SketchUp
https://yotathai.link/k-cal รับคำนวณค่า K
Comments

Infographic คู่มือคำนวณค่า K กรณี ส่งงานล่าช้า

21/4/2026

Comments

 
Picture

Infographic คู่มือคำนวณค่า K กรณี ส่งงานล่าช้า ค่า K กรณีผู้รับจ้างส่งงานล่าช้า และสัญญามีหลายงวดงาน เข้าใจให้ถูกตั้งแต่ต้น เพื่อไม่ให้รัฐเสียประโยชน์


ดูและDownload

ค่า K กรณีผู้รับจ้างส่งงานล่าช้า และสัญญามีหลายงวดงาน
เข้าใจให้ถูกตั้งแต่ต้น เพื่อไม่ให้รัฐเสียประโยชน์
การคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้าง หรือที่เรียกกันว่า “ค่า K” เป็นเรื่องที่หลายหน่วยงานยังสับสนกันอยู่มาก โดยเฉพาะกรณีที่ผู้รับจ้าง ส่งมอบงานล่าช้ากว่าแผนงาน ความผิดพลาดที่พบเสมอคือ
* เอาค่างานหลายงวดมารวมคิดทีเดียว
* เอาค่างานที่ไม่เข้าเงื่อนไขมาคิดรวมด้วย
* เข้าใจผิดว่าถ้าสัญญายังไม่หมดอายุ ก็ยังไม่ถือว่าล่าช้าสำหรับการคิดค่า K
ทั้ง 3 เรื่องนี้ ถ้าพลาดเพียงจุดเดียว ก็อาจทำให้ทางราชการจ่ายเงินเกินจริง และเสียประโยชน์ได้มาก 
⸻
หลักสำคัญที่สุดของเรื่องนี้
1) ค่า K ไม่ได้คิดจากยอดเบิกทั้งงวดเสมอไป
ยอดที่นำมาคำนวณค่า K ต้องเป็นเฉพาะ “ค่างานที่เข้าเงื่อนไขการคิดค่า K” เท่านั้น
ไม่ใช่ยอดเงินรวมทั้งหมดที่ผู้รับจ้างขอเบิกในงวดนั้น
พูดง่าย ๆ คือ
ถ้าในงวดนั้นมีงานบางส่วนที่ ไม่มีสูตรค่า K รองรับ หรือเป็นงานบางประเภทที่ สำนักงบประมาณไม่ได้ให้คิดค่า K ก็ต้องตัดส่วนนั้นออกก่อน แล้วค่อยเอาเฉพาะยอดที่เหลือไปคำนวณ 
สรุปสั้น ๆ
ไม่ใช่ยอดเบิกเท่าไร คิดค่า K ทั้งหมดเท่านั้น
ต้องคัดก่อนว่า “ส่วนไหนคิดค่า K ได้” และ “ส่วนไหนคิดไม่ได้”
⸻
2) ห้ามรวบงวดงานมาคิดทีเดียวเด็ดขาด
ถ้าสัญญาแบ่งจ่ายเป็นหลายงวด
ก็ต้องคิดค่า K แยกเป็นงวด ๆ ตามช่วงเวลาของงานงวดนั้น
ห้ามนำค่างานทั้งโครงการมารวมเป็นก้อนเดียว แล้วไปคิดค่า K ในเดือนสุดท้าย เพราะจะทำให้ผลคำนวณผิดจากต้นทุนที่แท้จริงของแต่ละช่วงงาน และอาจทำให้รัฐต้องจ่ายเกินจริง 
หลักที่ต้องจำให้ขึ้นใจ
1 งวด = 1 การคำนวณ
แยกงวดเสมอ
ห้ามรวบยอดทั้งโครงการมาคิดรอบเดียว
⸻
3) เรื่อง “งานงวดช้า” กับ “ค่าปรับตามสัญญา” เป็นคนละเรื่องกัน
จุดที่คนมักสับสนมากที่สุด คือไปปนกันระหว่าง
* การคิดค่า K
* การคิดค่าปรับตามสัญญา
ทั้งสองเรื่องนี้ใช้เกณฑ์คนละแบบ 
เรื่องค่าปรับตามสัญญา
ให้ดูว่า พ้นวันสิ้นสุดสัญญาทั้งโครงการหรือยัง
ถ้ายังไม่พ้นกำหนดสัญญา ก็อาจยังไม่เกิดค่าปรับรายวันตามสัญญา
เรื่องค่า K
ให้ดูที่ แผนการทำงานของแต่ละงวด หรือ Bar Chart / แผนส่งมอบงาน
ถ้างวดใดกำหนดส่งเดือนหนึ่ง แต่ผู้รับจ้างไปส่งอีกเดือนหนึ่งที่ช้ากว่า
สำหรับการคิดค่า K ถือว่า งวดนั้นล่าช้าแล้วทันที แม้ว่าสัญญาหลักจะยังไม่หมดอายุก็ตาม 
สรุปให้จำง่ายมาก
* ค่าปรับ = ดูวันครบกำหนดสัญญา
* ค่า K = ดูแผนส่งมอบของแต่ละงวด
สองเรื่องนี้เกี่ยวกันได้ แต่ ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
⸻
หลัก “กดดัชนี” เมื่อส่งงานช้ากว่าแผน
ถ้าผู้รับจ้างส่งงาน ช้ากว่าเดือนที่ระบุไว้ในแผนของงวดนั้น
หน่วยงานต้องเอาดัชนีมาเปรียบเทียบ 2 เดือน คือ
* เดือนที่กำหนดตามแผน
* เดือนที่ส่งมอบจริง
แล้วเลือกใช้ค่า K ในเดือนที่ทำให้ทางราชการ
“จ่ายเงินชดเชยน้อยที่สุด”
หรือถ้าเป็นกรณีต้องหักคืน ก็ต้องเป็นเดือนที่ทำให้รัฐ
“เรียกเงินคืนได้มากที่สุด” 
หลักนี้มีเป้าหมายชัดเจน คือ
ไม่ให้ผู้รับจ้างได้ประโยชน์จากการดึงงานให้ล่าช้า
⸻
หลัก 4% ที่ต้องจำ
เอกสารต้นฉบับอธิบายไว้ชัดว่า การคิดค่า K มีเกณฑ์สำคัญดังนี้ 
* ถ้าค่า K มากกว่า 1.040
รัฐจ่ายเพิ่มเฉพาะส่วนที่เกิน 4%
* ถ้าค่า K น้อยกว่า 0.960
รัฐหักคืนเฉพาะส่วนที่ต่ำกว่า 4%
* ถ้าค่า K อยู่ระหว่าง 0.960 ถึง 1.040
ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และไม่ต้องหักคืน
แปลแบบภาษาคนทำงาน
ช่วง ±4% ถือเป็นช่วงที่ “ยังไม่ต้องชดเชยกัน”
⸻
ตัวอย่างที่ทำให้เห็นภาพชัดที่สุด
เอกสารยกตัวอย่างโครงการก่อสร้างอาคาร วงเงินรวม 3,000,000 บาท
แบ่งจ่าย 3 งวด งวดละ 1,000,000 บาท 
แต่ในแต่ละงวด มีค่างานติดตั้งครุภัณฑ์สำเร็จรูปที่ ไม่เข้าเงื่อนไขค่า K อยู่ 200,000 บาท
ดังนั้นยอดที่นำมาคำนวณค่า K ได้จริงในแต่ละงวด จึงเหลือเพียง 800,000 บาท เท่านั้น 
วันสิ้นสุดสัญญาของทั้งโครงการคือ เดือนตุลาคม 
⸻
งวดที่ 1
* แผนกำหนดส่ง: กุมภาพันธ์
* ส่งจริง: กุมภาพันธ์
* ค่า K ของเดือนกุมภาพันธ์: 1.030 
เพราะค่า K ยังไม่เกิน 1.040
จึง ไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยเพิ่ม
ผลคือ 0 บาท 
⸻
งวดที่ 2
* แผนกำหนดส่ง: มิถุนายน
* ส่งจริง: สิงหาคม
* ค่า K เดือนตามแผน (มิถุนายน): 1.055
* ค่า K เดือนส่งจริง (สิงหาคม): 1.075 
กรณีนี้แม้สัญญาทั้งโครงการยังไม่หมด แต่สำหรับงวดนี้ถือว่า ส่งช้ากว่าแผน แล้ว
จึงต้องเปรียบเทียบค่า K สองเดือน และเลือกเดือนที่ทำให้รัฐเสียประโยชน์น้อยที่สุด
ดังนั้นต้องเลือกใช้ เดือนมิถุนายน 1.055
ไม่ใช่เดือนสิงหาคม 1.075 
ผลคำนวณตามตัวอย่างในเอกสาร
รัฐจ่ายค่า K งวดนี้ 12,000 บาท 
เอกสารยังชี้ให้เห็นด้วยว่า
ถ้าเผลอไปใช้เดือนสิงหาคม รัฐจะต้องจ่ายถึง 28,000 บาท ในงวดนี้ ซึ่งมากเกินจริง 
⸻
งวดที่ 3
* แผนกำหนดส่ง: ตุลาคม
* ส่งจริง: ธันวาคม
* ค่า K เดือนตามแผน (ตุลาคม): 1.060
* ค่า K เดือนส่งจริง (ธันวาคม): 1.085 
กรณีนี้ช้ากว่าแผน และยังเลยกำหนดสัญญาด้วย
จึงมี 2 เรื่องเกิดพร้อมกัน คือ
* เรื่องค่า K
* เรื่องค่าปรับตามสัญญา
แต่ต้องคำนวณแยกกัน ไม่เอามาปนกัน 
สำหรับค่า K ต้องเลือกใช้เดือนที่รัฐเสียประโยชน์น้อยที่สุด
จึงใช้ เดือนตุลาคม 1.060
ผลคือ รัฐจ่ายค่า K งวดนี้ 16,000 บาท 
ส่วนค่าปรับตามสัญญา เพราะเลยกำหนดสัญญาแล้ว
ก็ต้องไปคิดและหัก แยกต่างหาก จากค่า K 
⸻
รวมทั้งโครงการ รัฐจ่ายค่า K เท่าไร
จากตัวอย่างนี้ เอกสารสรุปไว้ว่า
* งวดที่ 1 = 0 บาท
* งวดที่ 2 = 12,000 บาท
* งวดที่ 3 = 16,000 บาท
รวมทั้งโครงการ = 28,000 บาท 
⸻
ถ้าคิดผิดแบบ “รวบยอดทีเดียว” จะเสียหายแค่ไหน
เอกสารเปรียบเทียบให้เห็นชัดมากว่า
ถ้าหน่วยงานทำผิดโดย
1. เอายอดทั้งโครงการ 3,000,000 บาทมารวมคิดทีเดียว
2. ไม่ตัดค่างานที่ไม่เข้าเงื่อนไขออก
3. ไปใช้ดัชนีเดือนส่งจริงปลายปี คือเดือนธันวาคม 1.085
จะทำให้รัฐต้องจ่ายค่า K เป็น 135,000 บาท แทนที่จะจ่ายเพียง 28,000 บาท 
เท่ากับเกิดความเสียหายถึง 107,000 บาท ในโครงการตัวอย่างนี้ 
เหตุผลก็เพราะ
รัฐถูกบังคับให้จ่ายค่าวัสดุในอัตราสูงของปลายปี
ให้กับงานที่บางส่วนสร้างเสร็จไปตั้งแต่ต้นปีแล้ว ซึ่งไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงของงานในแต่ละช่วงเวลา 
⸻
สรุปให้จำง่ายที่สุด
ถ้าจะคำนวณค่า K กรณีผู้รับจ้างส่งงานล่าช้าให้ถูก ต้องยึดหลักนี้
หนึ่ง
ต้องดูว่า ค่างานส่วนใดเข้าเงื่อนไขค่า K
ห้ามเอายอดเบิกทั้งงวดมาคิดทั้งหมดโดยอัตโนมัติ
สอง
ต้อง คิดแยกเป็นงวด
ห้ามรวบค่างานหลายงวดมาคิดรวมกันทีเดียว
สาม
ถ้าส่งงาน ช้ากว่าแผนของงวดนั้น
ต้องเทียบดัชนี 2 เดือน คือ
เดือนตามแผน กับ เดือนส่งจริง
สี่
ต้องเลือกใช้ค่าที่ทำให้
ทางราชการเสียประโยชน์น้อยที่สุด
ห้า
อย่าสับสนระหว่าง
ค่า K กับ ค่าปรับตามสัญญา
เพราะเป็นคนละเรื่อง และต้องคิดแยกกัน
⸻
ข้อความสั้นที่สุดในแบบใช้งานจริง
ค่า K ต้องคิดจากค่างานที่เข้าเงื่อนไข คิดแยกเป็นงวด และถ้าส่งช้ากว่าแผนของงวด ต้องเปรียบเทียบดัชนีระหว่างเดือนตามแผนกับเดือนส่งจริง แล้วเลือกค่าที่ทำให้รัฐเสียประโยชน์น้อยที่สุดเสมอ 
~~~~~~~~~~
แชร์ได้ , save ไว้ศึกษาส่วนตัวได้ , ห้ามดูดเนื้อหาไปโพสซ้ำหรือใช้งานที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย
~~~~~~~~~~
สนใจอบรมกับ Yotathai
https://training.yotathai.com/
โครงการอบรม “การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ปี 2569”
https://training.yotathai.com/ai69
โครงการอบรม “ราคากลางงานก่อสร้างและการใช้ AI ช่วยจัดทำราคากลาง”
https://training.yotathai.com/con-ai
โครงการอบรม “กฎหมายปกครองกับงานจ้างก่อสร้าง หลักการควบคุมงาน หลักการบริหารสัญญาจ้างก่อสร้าง และหลักการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้าง”
https://training.yotathai.com/law-work
..........
อบรมออนไลน์
https://yotathai.link/online-training อบรมออนไลน์
..........
https://yotathai.link/lecturer เชิญวิทยากรบรรยาย
https://yotathai.link/office ติดต่อทีมงานโยธาไทย (Line@)
https://yotathai.link/training สมัครอบรมกับโธาไทย
https://yotathai.link/chat กลุ่มสนทนาใน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/news รับข่าวสารผ่าน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/club กลุ่มปรึกษาปัญหาใน FB(ฟรี)
https://yotathai.link/fb-gp กลุ่มปรึกษาปัญหาจัดจ้างก่อสร้าง ใน FB (ฟรี)
https://yotathai.link/shop ร้านค้าโยธาไทย
https://yotathai.link/premix ยางมะตอยโยธาพรีมิกซ์
https://yotathai.link/alum สารส้ม-คลอรีน
https://yotathai.link/program โปรแกรมคอมพิวเตอร์
https://yotathai.link/program-k โปรแกรมค่า k
https://yotathai.link/program-factorf โปรแกรม Factor F
https://yotathai.link/program-unitcost โปรแกรมคำนวณวัสดุมวลรวม
https://yotathai.link/program-sketchup โปรแกรม SketchUp
https://roadprice.yotathai.com โปรแกรม ROAD PRICE ประมาณราคางานทาง
https://yotathai.link/rebars เขียนเหล็กเสริมใน SketchUp
https://yotathai.link/k-cal รับคำนวณค่า K
Comments

คู่มือเจาะลึก คำนวณค่า K อย่างไร เมื่อผู้รับจ้าง ส่งงานล่าช้า

21/4/2026

Comments

 
Picture

ค่า K กรณีผู้รับจ้างส่งงานล่าช้า และสัญญามีหลายงวดงาน เข้าใจให้ถูกตั้งแต่ต้น เพื่อไม่ให้รัฐเสียประโยชน์

ดูและ Download

ค่า K กรณีผู้รับจ้างส่งงานล่าช้า และสัญญามีหลายงวดงาน
เข้าใจให้ถูกตั้งแต่ต้น เพื่อไม่ให้รัฐเสียประโยชน์
การคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้าง หรือที่เรียกกันว่า “ค่า K” เป็นเรื่องที่หลายหน่วยงานยังสับสนกันอยู่มาก โดยเฉพาะกรณีที่ผู้รับจ้าง ส่งมอบงานล่าช้ากว่าแผนงาน ความผิดพลาดที่พบเสมอคือ
* เอาค่างานหลายงวดมารวมคิดทีเดียว
* เอาค่างานที่ไม่เข้าเงื่อนไขมาคิดรวมด้วย
* เข้าใจผิดว่าถ้าสัญญายังไม่หมดอายุ ก็ยังไม่ถือว่าล่าช้าสำหรับการคิดค่า K
ทั้ง 3 เรื่องนี้ ถ้าพลาดเพียงจุดเดียว ก็อาจทำให้ทางราชการจ่ายเงินเกินจริง และเสียประโยชน์ได้มาก 
⸻
หลักสำคัญที่สุดของเรื่องนี้
1) ค่า K ไม่ได้คิดจากยอดเบิกทั้งงวดเสมอไป
ยอดที่นำมาคำนวณค่า K ต้องเป็นเฉพาะ “ค่างานที่เข้าเงื่อนไขการคิดค่า K” เท่านั้น
ไม่ใช่ยอดเงินรวมทั้งหมดที่ผู้รับจ้างขอเบิกในงวดนั้น
พูดง่าย ๆ คือ
ถ้าในงวดนั้นมีงานบางส่วนที่ ไม่มีสูตรค่า K รองรับ หรือเป็นงานบางประเภทที่ สำนักงบประมาณไม่ได้ให้คิดค่า K ก็ต้องตัดส่วนนั้นออกก่อน แล้วค่อยเอาเฉพาะยอดที่เหลือไปคำนวณ 
สรุปสั้น ๆ
ไม่ใช่ยอดเบิกเท่าไร คิดค่า K ทั้งหมดเท่านั้น
ต้องคัดก่อนว่า “ส่วนไหนคิดค่า K ได้” และ “ส่วนไหนคิดไม่ได้”
⸻
2) ห้ามรวบงวดงานมาคิดทีเดียวเด็ดขาด
ถ้าสัญญาแบ่งจ่ายเป็นหลายงวด
ก็ต้องคิดค่า K แยกเป็นงวด ๆ ตามช่วงเวลาของงานงวดนั้น
ห้ามนำค่างานทั้งโครงการมารวมเป็นก้อนเดียว แล้วไปคิดค่า K ในเดือนสุดท้าย เพราะจะทำให้ผลคำนวณผิดจากต้นทุนที่แท้จริงของแต่ละช่วงงาน และอาจทำให้รัฐต้องจ่ายเกินจริง 
หลักที่ต้องจำให้ขึ้นใจ
1 งวด = 1 การคำนวณ
แยกงวดเสมอ
ห้ามรวบยอดทั้งโครงการมาคิดรอบเดียว
⸻
3) เรื่อง “งานงวดช้า” กับ “ค่าปรับตามสัญญา” เป็นคนละเรื่องกัน
จุดที่คนมักสับสนมากที่สุด คือไปปนกันระหว่าง
* การคิดค่า K
* การคิดค่าปรับตามสัญญา
ทั้งสองเรื่องนี้ใช้เกณฑ์คนละแบบ 
เรื่องค่าปรับตามสัญญา
ให้ดูว่า พ้นวันสิ้นสุดสัญญาทั้งโครงการหรือยัง
ถ้ายังไม่พ้นกำหนดสัญญา ก็อาจยังไม่เกิดค่าปรับรายวันตามสัญญา
เรื่องค่า K
ให้ดูที่ แผนการทำงานของแต่ละงวด หรือ Bar Chart / แผนส่งมอบงาน
ถ้างวดใดกำหนดส่งเดือนหนึ่ง แต่ผู้รับจ้างไปส่งอีกเดือนหนึ่งที่ช้ากว่า
สำหรับการคิดค่า K ถือว่า งวดนั้นล่าช้าแล้วทันที แม้ว่าสัญญาหลักจะยังไม่หมดอายุก็ตาม 
สรุปให้จำง่ายมาก
* ค่าปรับ = ดูวันครบกำหนดสัญญา
* ค่า K = ดูแผนส่งมอบของแต่ละงวด
สองเรื่องนี้เกี่ยวกันได้ แต่ ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
⸻
หลัก “กดดัชนี” เมื่อส่งงานช้ากว่าแผน
ถ้าผู้รับจ้างส่งงาน ช้ากว่าเดือนที่ระบุไว้ในแผนของงวดนั้น
หน่วยงานต้องเอาดัชนีมาเปรียบเทียบ 2 เดือน คือ
* เดือนที่กำหนดตามแผน
* เดือนที่ส่งมอบจริง
แล้วเลือกใช้ค่า K ในเดือนที่ทำให้ทางราชการ
“จ่ายเงินชดเชยน้อยที่สุด”
หรือถ้าเป็นกรณีต้องหักคืน ก็ต้องเป็นเดือนที่ทำให้รัฐ
“เรียกเงินคืนได้มากที่สุด” 
หลักนี้มีเป้าหมายชัดเจน คือ
ไม่ให้ผู้รับจ้างได้ประโยชน์จากการดึงงานให้ล่าช้า
⸻
หลัก 4% ที่ต้องจำ
เอกสารต้นฉบับอธิบายไว้ชัดว่า การคิดค่า K มีเกณฑ์สำคัญดังนี้ 
* ถ้าค่า K มากกว่า 1.040
รัฐจ่ายเพิ่มเฉพาะส่วนที่เกิน 4%
* ถ้าค่า K น้อยกว่า 0.960
รัฐหักคืนเฉพาะส่วนที่ต่ำกว่า 4%
* ถ้าค่า K อยู่ระหว่าง 0.960 ถึง 1.040
ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และไม่ต้องหักคืน
แปลแบบภาษาคนทำงาน
ช่วง ±4% ถือเป็นช่วงที่ “ยังไม่ต้องชดเชยกัน”
⸻
ตัวอย่างที่ทำให้เห็นภาพชัดที่สุด
เอกสารยกตัวอย่างโครงการก่อสร้างอาคาร วงเงินรวม 3,000,000 บาท
แบ่งจ่าย 3 งวด งวดละ 1,000,000 บาท 
แต่ในแต่ละงวด มีค่างานติดตั้งครุภัณฑ์สำเร็จรูปที่ ไม่เข้าเงื่อนไขค่า K อยู่ 200,000 บาท
ดังนั้นยอดที่นำมาคำนวณค่า K ได้จริงในแต่ละงวด จึงเหลือเพียง 800,000 บาท เท่านั้น 
วันสิ้นสุดสัญญาของทั้งโครงการคือ เดือนตุลาคม 
⸻
งวดที่ 1
* แผนกำหนดส่ง: กุมภาพันธ์
* ส่งจริง: กุมภาพันธ์
* ค่า K ของเดือนกุมภาพันธ์: 1.030 
เพราะค่า K ยังไม่เกิน 1.040
จึง ไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยเพิ่ม
ผลคือ 0 บาท 
⸻
งวดที่ 2
* แผนกำหนดส่ง: มิถุนายน
* ส่งจริง: สิงหาคม
* ค่า K เดือนตามแผน (มิถุนายน): 1.055
* ค่า K เดือนส่งจริง (สิงหาคม): 1.075 
กรณีนี้แม้สัญญาทั้งโครงการยังไม่หมด แต่สำหรับงวดนี้ถือว่า ส่งช้ากว่าแผน แล้ว
จึงต้องเปรียบเทียบค่า K สองเดือน และเลือกเดือนที่ทำให้รัฐเสียประโยชน์น้อยที่สุด
ดังนั้นต้องเลือกใช้ เดือนมิถุนายน 1.055
ไม่ใช่เดือนสิงหาคม 1.075 
ผลคำนวณตามตัวอย่างในเอกสาร
รัฐจ่ายค่า K งวดนี้ 12,000 บาท 
เอกสารยังชี้ให้เห็นด้วยว่า
ถ้าเผลอไปใช้เดือนสิงหาคม รัฐจะต้องจ่ายถึง 28,000 บาท ในงวดนี้ ซึ่งมากเกินจริง 
⸻
งวดที่ 3
* แผนกำหนดส่ง: ตุลาคม
* ส่งจริง: ธันวาคม
* ค่า K เดือนตามแผน (ตุลาคม): 1.060
* ค่า K เดือนส่งจริง (ธันวาคม): 1.085 
กรณีนี้ช้ากว่าแผน และยังเลยกำหนดสัญญาด้วย
จึงมี 2 เรื่องเกิดพร้อมกัน คือ
* เรื่องค่า K
* เรื่องค่าปรับตามสัญญา
แต่ต้องคำนวณแยกกัน ไม่เอามาปนกัน 
สำหรับค่า K ต้องเลือกใช้เดือนที่รัฐเสียประโยชน์น้อยที่สุด
จึงใช้ เดือนตุลาคม 1.060
ผลคือ รัฐจ่ายค่า K งวดนี้ 16,000 บาท 
ส่วนค่าปรับตามสัญญา เพราะเลยกำหนดสัญญาแล้ว
ก็ต้องไปคิดและหัก แยกต่างหาก จากค่า K 
⸻
รวมทั้งโครงการ รัฐจ่ายค่า K เท่าไร
จากตัวอย่างนี้ เอกสารสรุปไว้ว่า
* งวดที่ 1 = 0 บาท
* งวดที่ 2 = 12,000 บาท
* งวดที่ 3 = 16,000 บาท
รวมทั้งโครงการ = 28,000 บาท 
⸻
ถ้าคิดผิดแบบ “รวบยอดทีเดียว” จะเสียหายแค่ไหน
เอกสารเปรียบเทียบให้เห็นชัดมากว่า
ถ้าหน่วยงานทำผิดโดย
1. เอายอดทั้งโครงการ 3,000,000 บาทมารวมคิดทีเดียว
2. ไม่ตัดค่างานที่ไม่เข้าเงื่อนไขออก
3. ไปใช้ดัชนีเดือนส่งจริงปลายปี คือเดือนธันวาคม 1.085
จะทำให้รัฐต้องจ่ายค่า K เป็น 135,000 บาท แทนที่จะจ่ายเพียง 28,000 บาท 
เท่ากับเกิดความเสียหายถึง 107,000 บาท ในโครงการตัวอย่างนี้ 
เหตุผลก็เพราะ
รัฐถูกบังคับให้จ่ายค่าวัสดุในอัตราสูงของปลายปี
ให้กับงานที่บางส่วนสร้างเสร็จไปตั้งแต่ต้นปีแล้ว ซึ่งไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงของงานในแต่ละช่วงเวลา 
⸻
สรุปให้จำง่ายที่สุด
ถ้าจะคำนวณค่า K กรณีผู้รับจ้างส่งงานล่าช้าให้ถูก ต้องยึดหลักนี้
หนึ่ง
ต้องดูว่า ค่างานส่วนใดเข้าเงื่อนไขค่า K
ห้ามเอายอดเบิกทั้งงวดมาคิดทั้งหมดโดยอัตโนมัติ
สอง
ต้อง คิดแยกเป็นงวด
ห้ามรวบค่างานหลายงวดมาคิดรวมกันทีเดียว
สาม
ถ้าส่งงาน ช้ากว่าแผนของงวดนั้น
ต้องเทียบดัชนี 2 เดือน คือ
เดือนตามแผน กับ เดือนส่งจริง
สี่
ต้องเลือกใช้ค่าที่ทำให้
ทางราชการเสียประโยชน์น้อยที่สุด
ห้า
อย่าสับสนระหว่าง
ค่า K กับ ค่าปรับตามสัญญา
เพราะเป็นคนละเรื่อง และต้องคิดแยกกัน
⸻
ข้อความสั้นที่สุดในแบบใช้งานจริง
ค่า K ต้องคิดจากค่างานที่เข้าเงื่อนไข คิดแยกเป็นงวด และถ้าส่งช้ากว่าแผนของงวด ต้องเปรียบเทียบดัชนีระหว่างเดือนตามแผนกับเดือนส่งจริง แล้วเลือกค่าที่ทำให้รัฐเสียประโยชน์น้อยที่สุดเสมอ 
~~~~~~~~~~
แชร์ได้ , save ไว้ศึกษาส่วนตัวได้ , ห้ามดูดเนื้อหาไปโพสซ้ำหรือใช้งานที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย
~~~~~~~~~~
สนใจอบรมกับ Yotathai
https://training.yotathai.com/
โครงการอบรม “การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ปี 2569”
https://training.yotathai.com/ai69
โครงการอบรม “ราคากลางงานก่อสร้างและการใช้ AI ช่วยจัดทำราคากลาง”
https://training.yotathai.com/con-ai
โครงการอบรม “กฎหมายปกครองกับงานจ้างก่อสร้าง หลักการควบคุมงาน หลักการบริหารสัญญาจ้างก่อสร้าง และหลักการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้าง”
https://training.yotathai.com/law-work
..........
อบรมออนไลน์
https://yotathai.link/online-training อบรมออนไลน์
..........
https://yotathai.link/lecturer เชิญวิทยากรบรรยาย
https://yotathai.link/office ติดต่อทีมงานโยธาไทย (Line@)
https://yotathai.link/training สมัครอบรมกับโธาไทย
https://yotathai.link/chat กลุ่มสนทนาใน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/news รับข่าวสารผ่าน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/club กลุ่มปรึกษาปัญหาใน FB(ฟรี)
https://yotathai.link/fb-gp กลุ่มปรึกษาปัญหาจัดจ้างก่อสร้าง ใน FB (ฟรี)
https://yotathai.link/shop ร้านค้าโยธาไทย
https://yotathai.link/premix ยางมะตอยโยธาพรีมิกซ์
https://yotathai.link/alum สารส้ม-คลอรีน
https://yotathai.link/program โปรแกรมคอมพิวเตอร์
https://yotathai.link/program-k โปรแกรมค่า k
https://yotathai.link/program-factorf โปรแกรม Factor F
https://yotathai.link/program-unitcost โปรแกรมคำนวณวัสดุมวลรวม
https://yotathai.link/program-sketchup โปรแกรม SketchUp
https://roadprice.yotathai.com โปรแกรม ROAD PRICE ประมาณราคางานทาง
https://yotathai.link/rebars เขียนเหล็กเสริมใน SketchUp
https://yotathai.link/k-cal รับคำนวณค่า K
Comments

ราคาผลิตภัณฑ์แอสฟัลท์ ประจำเดือนเมษายน 2569

20/4/2026

Comments

 
Picture

ราคาผลิตภัณฑ์แอสฟัลท์ ประจำเดือนเมษายน 2569

Picture

ดูและDownload

Comments

จุดสลบคนทำพัสดุ! เสนอราคาสูงกว่า “ราคากลาง” แต่ไม่เกิน “งบประมาณ” รับได้ไหม?

18/4/2026

Comments

 
Picture

จุดสลบคนทำพัสดุ! เสนอราคาสูงกว่า “ราคากลาง” แต่ไม่เกิน “งบประมาณ” รับได้ไหม? ทำอย่างไรไม่ให้เสี่ยงคุก! 

ดูและDownload


จุดสลบคนทำพัสดุ!
เสนอราคาสูงกว่า “ราคากลาง” แต่ไม่เกิน “งบประมาณ” รับได้ไหม? ทำอย่างไรไม่ให้เสี่ยงคุก!
⸻
เชื่อว่าคณะกรรมการพิจารณาผลฯ และผู้ปฏิบัติงานพัสดุหลายท่าน
ต้องเคยเจอ “สถานการณ์วัดใจ” หน้างานแบบนี้
วงเงินงบประมาณ: 30,000,000 บาท
ราคากลาง: 27,000,000 บาท
ผู้เสนอราคาต่ำสุด: 29,500,000 บาท
⸻
คำถามคือ
เสนอ “สูงกว่าราคากลาง” ตั้ง 2.5 ล้าน
แต่ยัง “ไม่เกินงบประมาณ”
รับได้เลยไหม?
หลายคนคิดง่ายๆ ว่า
“งบมีพอ จ่ายได้ ก็รับไปเถอะ งานจะได้เดิน”
หยุดก่อนครับ!
ถ้าคิดแบบนี้ = เสี่ยงโดนตรวจสอบย้อนหลังทันที
ทั้ง สตง. หรือ ป.ป.ช. อาจมองว่า “ทำให้ราชการเสียหาย”
⸻
1. ตอบให้ชัด: รับได้ไหม?
ตอบ: ทำได้ (ไม่มีข้อห้ามเด็ดขาด)
ตามแนวทางวินิจฉัย
หน่วยงาน “ควร” รับราคาที่ ≤ ราคากลาง
แต่…
ไม่ได้ “ห้าม” รับราคาที่สูงกว่าราคากลาง
ถ้า ยังไม่เกินวงเงินงบประมาณ
แต่ “ทำได้” ≠ “ควรรับทันที”
⸻
2. ทำไมผู้ตรวจสอบมองว่าเสี่ยง?
หน่วยงานตรวจสอบไม่ได้ดูแค่ว่า “มีเงินจ่ายไหม”
แต่ดูว่า คุ้มค่าหรือไม่
ประเด็นสำคัญคือ
• ราคากลาง = ราคาที่รัฐควรจัดหาได้
• ถ้าคำนวณถูกต้องแล้ว → ทำไมต้องจ่ายแพงกว่า?
ส่วนต่าง 2.5 ล้านบาท
= จุดที่อาจถูกตีว่า “ความเสียหายของรัฐ”
อ้างแค่ว่า “งบมีพอ”
ใช้ไม่ได้ในชั้นตรวจสอบ
⸻
3. เข้าใจผิดกันเยอะ: ต่ำสุดแล้วต้องรับ?
ไม่จริง
ในเอกสารประกวดราคา (e-bidding)
มีข้อความสำคัญว่า
“หน่วยงานมีสิทธิไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใดก็ได้
เพื่อประโยชน์ของทางราชการ”
แปลว่า
ถ้าราคา 29.5 ล้าน “แพงเกินจริง”
มีสิทธิไม่รับ และยกเลิกได้
และผู้เสนอราคา
ฟ้องไม่ได้ (ถ้าทำตามหลัก)
⸻
4. คู่มือเอาตัวรอด (สำคัญมาก)
ถ้าจำเป็นต้องพิจารณารับราคา
ต้องทำให้ครบ 3 ขั้นตอนนี้
⸻
Step 1: ต่อรองราคา (ห้ามข้ามเด็ดขาด)
• ต้องเรียกมาเจรจา
• พยายามกดให้ใกล้ราคากลางที่สุด
ต้องบันทึกให้ละเอียด เช่น
– ใช้เหตุผลอะไรต่อรอง
– ผู้เสนอราคาอ้างอะไร
ห้ามเขียนแค่ว่า “ยืนราคาเดิม”
⸻
Step 2: ทบทวนราคากลาง
• ส่งให้คณะกรรมการกำหนดราคากลางตรวจสอบใหม่
• ราคาที่ทำไว้ “ยังตรงตลาดปัจจุบันไหม?”
ถ้าวัสดุขึ้นจริง
การรับราคาสูงขึ้นจะ “มีน้ำหนัก” มากขึ้น
⸻
Step 3: เขียนรายงานชั่งน้ำหนักความคุ้มค่า
ห้ามเขียนแค่ว่า “งบมีพอ”
ต้องมีเหตุผลเชิงเศรษฐศาสตร์ เช่น
• ค่าเสียโอกาส
ถ้ายกเลิก → เสียเวลา → กระทบโครงการมากกว่าไหม
• แนวโน้มราคา
ถ้าประมูลใหม่ → มีโอกาสแพงกว่าเดิมไหม
ต้องตอบให้ได้ว่า
“จ่ายแพงขึ้น แล้วรัฐได้อะไร”
⸻
สรุปตรงๆ สำหรับคนทำพัสดุ
รับราคาสูงกว่าราคากลาง “ทำได้”
แต่ต้องมีเหตุผลรองรับอย่างแน่นหนา
สิ่งที่ต้องมีครบ:
• ต่อรองแล้ว
• ทบทวนราคากลางแล้ว
• วิเคราะห์ความคุ้มค่าแล้ว
เป้าหมายเดียว:
แสดงให้เห็นว่า
รัฐไม่ได้เสียประโยชน์ แม้จ่ายแพงขึ้น
⸻
งานพัสดุไม่ใช่แค่ทำให้จบ
แต่ต้อง “ป้องกันตัวเองให้ได้”
โพสต์นี้เก็บไว้ใช้ หรือแชร์ให้ทีมงานอ่าน
จะได้ทำงานแบบไม่ต้องมานั่งแก้ทีหลังครับ
~~~~~~~~~~
แชร์ได้ , save ไว้ศึกษาส่วนตัวได้ , ห้ามดูดเนื้อหาไปโพสซ้ำหรือใช้งานที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย
~~~~~~~~~~
สนใจอบรมกับ Yotathai
https://training.yotathai.com/
โครงการอบรม “การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ปี 2569”
https://training.yotathai.com/ai69
โครงการอบรม “ราคากลางงานก่อสร้างและการใช้ AI ช่วยจัดทำราคากลาง”
https://training.yotathai.com/con-ai
โครงการอบรม “กฎหมายปกครองกับงานจ้างก่อสร้าง หลักการควบคุมงาน หลักการบริหารสัญญาจ้างก่อสร้าง และหลักการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้าง”
https://training.yotathai.com/law-work
..........
อบรมออนไลน์
https://yotathai.link/online-training อบรมออนไลน์
..........
https://yotathai.link/lecturer เชิญวิทยากรบรรยาย
https://yotathai.link/office ติดต่อทีมงานโยธาไทย (Line@)
https://yotathai.link/training สมัครอบรมกับโธาไทย
https://yotathai.link/chat กลุ่มสนทนาใน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/news รับข่าวสารผ่าน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/club กลุ่มปรึกษาปัญหาใน FB(ฟรี)
https://yotathai.link/fb-gp กลุ่มปรึกษาปัญหาจัดจ้างก่อสร้าง ใน FB (ฟรี)
https://yotathai.link/shop ร้านค้าโยธาไทย
https://yotathai.link/premix ยางมะตอยโยธาพรีมิกซ์
https://yotathai.link/alum สารส้ม-คลอรีน
https://yotathai.link/program โปรแกรมคอมพิวเตอร์
https://yotathai.link/program-k โปรแกรมค่า k
https://yotathai.link/program-factorf โปรแกรม Factor F
https://yotathai.link/program-unitcost โปรแกรมคำนวณวัสดุมวลรวม
https://yotathai.link/program-sketchup โปรแกรม SketchUp
https://roadprice.yotathai.com โปรแกรม ROAD PRICE ประมาณราคางานทาง
https://yotathai.link/rebars เขียนเหล็กเสริมใน SketchUp
https://yotathai.link/k-cal รับคำนวณค่า K

Comments

กรรมการตรวจรับ “เสียงแตก” หัวหน้าหน่วยงานสั่งได้ไหม?เคลียร์ชัดตามระเบียบฯ ข้อ 176 (7)

16/4/2026

Comments

 
Picture

กรรมการตรวจรับ “เสียงแตก” หัวหน้าหน่วยงานสั่งได้ไหม? เคลียร์ชัดตามระเบียบฯ ข้อ 176 (7)

กรรมการตรวจรับ “เสียงแตก” หัวหน้าหน่วยงานสั่งได้ไหม?
เคลียร์ชัดตามระเบียบฯ ข้อ 176 (7)
คนทำงานพัสดุและคณะกรรมการตรวจรับงานก่อสร้าง
น่าจะเคยเจอสถานการณ์นี้
ลงพื้นที่ตรวจงานแล้ว “เห็นไม่ตรงกัน”
บางคนบอกผ่าน บางคนบอกไม่ผ่าน
คำถามสำคัญคือ
ถ้าเสียงส่วนใหญ่ไม่ให้ผ่าน หัวหน้าหน่วยงานจะสั่งให้ผ่านได้ไหม?
⸻
กฎเหล็กที่ต้องจำก่อน
คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ = ต้อง “มติเอกฉันท์” เท่านั้น
ตามระเบียบฯ ข้อ 27 ระบุชัดว่า
คณะกรรมการอื่นใช้เสียงข้างมากได้
แต่ “ตรวจรับพัสดุ” ต้องเอกฉันท์เท่านั้น
แปลตรง ๆ คือ
แม้ 4 คนบอกผ่าน แต่ 1 คน “ไม่ผ่าน + มีความเห็นแย้ง”
มติ “ตกทันที” ใช้เสียงข้างมากไม่ได้
⸻
ทางออกเมื่อเสียงแตก = ข้อ 176 (7)
ข้อ 176 (7) เป็น “ทางออกกรณีพิเศษ”
เมื่อกรรมการตกลงกันไม่ได้
ใจความสำคัญคือ
ถ้ามีกรรมการ “บางคนไม่ยอมรับงาน” และทำความเห็นแย้ง
ให้เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ “สั่งการ”
⸻
จุดชี้ขาด (สำคัญมาก)
อย่าตีความผิดว่า
“เสียงแตก = หัวหน้าสั่งได้หมด”
ต้องดู “ทิศทางของเสียง” เท่านั้น
⸻
กรณีที่ “ใช้ข้อ 176 (7) ได้”
เสียงส่วนใหญ่ = ให้ผ่าน
เสียงส่วนน้อย = ไม่ให้ผ่าน (มีความเห็นแย้ง)
แบบนี้เสนอหัวหน้าหน่วยงานได้
เพื่อ “ชี้ขาดว่าจะรับงานหรือไม่”
⸻
กรณีที่ “ห้ามใช้เด็ดขาด”
เสียงส่วนใหญ่ = ไม่ให้ผ่าน
เสียงส่วนน้อย = ให้ผ่าน
กรณีนี้ต้องไปใช้ข้อ 176 (6) วรรคสอง
คือ…
รายงานหัวหน้าหน่วยงาน
เพื่อ “สั่งแก้ไขงานให้ถูกต้องตามแบบ”
หัวหน้าหน่วยงาน ไม่มีอำนาจ สั่งให้รับงาน
ถ้างาน “ผิดแบบ”
หากฝืนสั่ง
เสี่ยงเข้าข่าย ความผิดตาม ม.157 ทันที
⸻
สรุปให้จำแบบสั้นที่สุด
หัวหน้าหน่วยงาน “ช่วยดันให้ผ่านได้”
เฉพาะตอน “เสียงส่วนใหญ่ให้ผ่าน แต่มีคนค้าน”
แต่ถ้า “เสียงส่วนใหญ่ไม่ให้ผ่าน”
ห้ามสั่งผ่านเด็ดขาด
ต้องสั่ง “แก้ไขงาน” เท่านั้น
⸻
ประเด็นนี้สำคัญมาก
เพราะเกี่ยวกับ “ความรับผิดทางกฎหมายโดยตรง”
ทำถูก = ปลอดภัย
ทำผิด = เสี่ยงทั้งวินัยและอาญา
⸻
ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุฯ
https://www.yotathai.com/passadu/act-gprocurement-60
#ตรวจรับงานก่อสร้าง #จัดซื้อจัดจ้าง #ระเบียบพัสดุ #ข้อ176 #วิชาช่างต้องรู้
~~~~~~~~~~
แชร์ได้ , save ไว้ศึกษาส่วนตัวได้ , ห้ามดูดเนื้อหาไปโพสซ้ำหรือใช้งานที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย
~~~~~~~~~~
สนใจอบรมกับ Yotathai
https://training.yotathai.com/
โครงการอบรม “การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ปี 2569”
https://training.yotathai.com/ai69
โครงการอบรม “ราคากลางงานก่อสร้างและการใช้ AI ช่วยจัดทำราคากลาง”
https://training.yotathai.com/con-ai
โครงการอบรม “กฎหมายปกครองกับงานจ้างก่อสร้าง หลักการควบคุมงาน หลักการบริหารสัญญาจ้างก่อสร้าง และหลักการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้าง”
https://training.yotathai.com/law-work
..........
อบรมออนไลน์
https://yotathai.link/online-training อบรมออนไลน์
..........
https://yotathai.link/lecturer เชิญวิทยากรบรรยาย
https://yotathai.link/office ติดต่อทีมงานโยธาไทย (Line@)
https://yotathai.link/training สมัครอบรมกับโธาไทย
https://yotathai.link/chat กลุ่มสนทนาใน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/news รับข่าวสารผ่าน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/club กลุ่มปรึกษาปัญหาใน FB(ฟรี)
https://yotathai.link/fb-gp กลุ่มปรึกษาปัญหาจัดจ้างก่อสร้าง ใน FB (ฟรี)
https://yotathai.link/shop ร้านค้าโยธาไทย
https://yotathai.link/premix ยางมะตอยโยธาพรีมิกซ์
https://yotathai.link/alum สารส้ม-คลอรีน
https://yotathai.link/program โปรแกรมคอมพิวเตอร์
https://yotathai.link/program-k โปรแกรมค่า k
https://yotathai.link/program-factorf โปรแกรม Factor F
https://yotathai.link/program-unitcost โปรแกรมคำนวณวัสดุมวลรวม
https://yotathai.link/program-sketchup โปรแกรม SketchUp
https://roadprice.yotathai.com โปรแกรม ROAD PRICE ประมาณราคางานทาง
https://yotathai.link/rebars เขียนเหล็กเสริมใน SketchUp
https://yotathai.link/k-cal รับคำนวณค่า K
Comments

ต้นทุนพุ่ง วัสดุแพง! ต้องรู้ “ค่า K” ก่อนรับงานรัฐ

16/4/2026

Comments

 
Picture

ต้นทุนพุ่ง วัสดุแพง! ต้องรู้ “ค่า K” ก่อนรับงานรัฐ สัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) คืออะไร สรุปจบในโพสต์เดียว เข้าใจง่าย นำไปใช้ได้จริง

ต้นทุนพุ่ง วัสดุแพง!
ต้องรู้ “ค่า K” ก่อนรับงานรัฐ
www.yotathai.com/k
หลายคนยังเข้าใจผิดว่า
ค่า K ไปคิดทีเดียวตอนจบงาน
ไม่ใช่
โพสต์นี้สรุปให้ชัด ใช้ได้จริง
⸻
ค่า K คืออะไร?
ตัวปรับราคาตามต้นทุนจริง
เทียบระหว่าง
วันยื่นซอง
กับวันที่ส่งมอบ “ในแต่ละงวดงาน”
⸻
ใช้ได้เมื่อไหร่?
ต้องระบุใน
ประกาศประกวดราคา
และสัญญาจ้าง
ไม่กำหนดตั้งแต่ต้น = ใช้ไม่ได้
⸻
เกณฑ์สำคัญ
K > 1.04 → ขอเงินเพิ่ม
K < 0.96 → ต้องคืนเงิน
⸻
จุดที่คนพลาดมากที่สุด
ค่า K “คิดเป็นรายงวด” ไม่ใช่คิดครั้งเดียวตอนจบ
ทุกครั้งที่มีการส่งมอบงาน
ต้องคำนวณค่า K ของ “งวดนั้น”
งวดไหนเข้าเกณฑ์ → ใช้สิทธิ์งวดนั้น
งวดไหนไม่เข้าเกณฑ์ → ไม่ต้องใช้
⸻
วิธีใช้สิทธิ์ของ “ผู้รับจ้าง”
มี 2 แบบ (เลือกได้)
แบบที่ 1: ขอเป็นรายงวด (แนะนำ)
• คำนวณค่า K ทุกงวด
• แนบไปกับการเบิกเงินงวดนั้น
ข้อดี: ได้เงินเร็ว ไม่ต้องสะสมความเสี่ยง
⸻
แบบที่ 2: ไปรวมขอทีเดียวตอนจบงาน
• ไม่ขอระหว่างทาง
• มารวมคำนวณทุกงวดตอนจบ
ทำได้ “ตามแนวปฏิบัติ”
แต่ต้องระวัง
ต้องยื่นภายใน 90 วัน
นับจากงวดสุดท้าย
เกิน = หมดสิทธิ์ทั้งหมด
⸻
หน้าที่ของ “หน่วยงานรัฐ”
ต้องคำนวณค่า K ทุกงวด
ถ้าราคาลด (K < 0.96)
ต้องหักเงินคืน “ในงวดนั้น”
ห้ามรอรวมทีเดียว
ห้ามละเว้น
⸻
สรุปให้ชัด ๆ
ค่า K = คิด “รายงวด”
ไม่ใช่
สิทธิ์เฉพาะงวดสุดท้าย
หรือคำนวณทีเดียวจบ
⸻
จำให้ขึ้นใจ
ต้องกำหนดใน “ประกาศประกวดราคา” ตั้งแต่ต้น
ใช้สิทธิ์ได้ “ทุกงวด”
แต่ถ้าจะขอทีเดียว → ต้องไม่เกิน 90 วัน
⸻
เรื่องนี้พลาด = เสียเงินจริง
แชร์เก็บไว้ได้เลย
#ค่าK #จัดซื้อจัดจ้าง #งานก่อสร้าง #รับเหมา #กฎหมายก่อสร้าง
~~~~~~~~~~
แชร์ได้ , save ไว้ศึกษาส่วนตัวได้ , ห้ามดูดเนื้อหาไปโพสซ้ำหรือใช้งานที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย
~~~~~~~~~~
สนใจอบรมกับ Yotathai
https://training.yotathai.com/
โครงการอบรม “การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ปี 2569”
https://training.yotathai.com/ai69
โครงการอบรม “ราคากลางงานก่อสร้างและการใช้ AI ช่วยจัดทำราคากลาง”
https://training.yotathai.com/con-ai
โครงการอบรม “กฎหมายปกครองกับงานจ้างก่อสร้าง หลักการควบคุมงาน หลักการบริหารสัญญาจ้างก่อสร้าง และหลักการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้าง”
https://training.yotathai.com/law-work
..........
อบรมออนไลน์
https://yotathai.link/online-training อบรมออนไลน์
..........
https://yotathai.link/lecturer เชิญวิทยากรบรรยาย
https://yotathai.link/office ติดต่อทีมงานโยธาไทย (Line@)
https://yotathai.link/training สมัครอบรมกับโธาไทย
https://yotathai.link/chat กลุ่มสนทนาใน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/news รับข่าวสารผ่าน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/club กลุ่มปรึกษาปัญหาใน FB(ฟรี)
https://yotathai.link/fb-gp กลุ่มปรึกษาปัญหาจัดจ้างก่อสร้าง ใน FB (ฟรี)
https://yotathai.link/shop ร้านค้าโยธาไทย
https://yotathai.link/premix ยางมะตอยโยธาพรีมิกซ์
https://yotathai.link/alum สารส้ม-คลอรีน
https://yotathai.link/program โปรแกรมคอมพิวเตอร์
https://yotathai.link/program-k โปรแกรมค่า k
https://yotathai.link/program-factorf โปรแกรม Factor F
https://yotathai.link/program-unitcost โปรแกรมคำนวณวัสดุมวลรวม
https://yotathai.link/program-sketchup โปรแกรม SketchUp
https://roadprice.yotathai.com โปรแกรม ROAD PRICE ประมาณราคางานทาง
https://yotathai.link/rebars เขียนเหล็กเสริมใน SketchUp
https://yotathai.link/k-cal รับคำนวณค่า K
Comments

รวมตารางค่าขนส่งวัสดุก่อสร้าง ราคาน้ำมันดีเซล 15.00 - 69.99 บาท/ลิตร

10/4/2026

Comments

 
Picture

รวมตารางค่าขนส่งวัสดุก่อสร้าง ราคาน้ำมันดีเซล 15.00 - 69.99 บาท/ลิตร Update : ขยายตารางคำนวณราคากลาง ตาม ว 244 ลว.9 เมษายน 2569


ดูและDowload

Comments

รวมหนังสือหลักเกณฑ์และวิธีการกําหนดราคากลางงานก่อสร้าง Update ล่าสุด 2569

10/4/2026

Comments

 
Picture

​รวมหนังสือหลักเกณฑ์และวิธีการกําหนดราคากลางงานก่อสร้าง ปรับปรุงล่าสุดถึงประกาศฯ ฉบับที่ 5  Update ล่าสุด ตามหนังสือ ว 244 ลว.9 เมษายน 2569 ขยายตารางคำนวณราคากลาง รองรับราคาน้ำมันดีเซล 51.00 - 69.99 บาท/ลิตร

1.แนวทางและวิธีปฏิบัติ update 2569-4-10
2.หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้างอาคาร update 2568-12-25
3.หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้างทาง-สะพาน-ท่อเหลี่ยม update 2569-4-10
4.งานก่อสร้างชลประทาน update 2569-4-10
Picture
Picture

Picture
Picture

​ดูและDownload ทั้งหมด

Comments

ว244 ขยายตารางในการคำนวณราคากลางงานก่อสร้างในส่วนที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมัน 51.00-69.99 บาท

9/4/2026

Comments

 

Download อยู่ด้านล่าง

Picture
Picture

ตารางค่าขนส่ง

1._ตารางค่าขนส่งวัสดุก่อสร้าง_กรณีของรถบรรทุก_6_ล้อ_51.00_-_69.99.pdf
File Size: 1206 kb
File Type: pdf
Download File

2._ตารางค่าขนส่งวัสดุก่อสร้าง_กรณีของรถบรรทุก_10_ล้อ_51.00_-_69.99.pdf
File Size: 1206 kb
File Type: pdf
Download File

3._ตารางค่าขนส่งวัสดุก่อสร้าง_กรณีของรถบรรทุก_10_ล้อ_และรถลากพ่วง_51.00_-_69.99.pdf
File Size: 1206 kb
File Type: pdf
Download File

ตารางอื่นๆ

2._ตารางค่าดำเนินการและค่าเสื่อมราคา_51.00_-_69.99.pdf
File Size: 2913 kb
File Type: pdf
Download File

3._ตารางอัตราราคางานดิน__operating_cost__งานก่อสร้างชลประทาน_51.00_-_69.99.pdf
File Size: 316 kb
File Type: pdf
Download File

4._ตารางอัตราราคางานปรับปรุงฐานรากและงานระเบิดหิน_งานก่อสร้างชลประทาน_51.00_-_69.99.pdf
File Size: 400 kb
File Type: pdf
Download File

Comments

สรุปเกณฑ์ ว242 มาตรการเยียวยาจัดซื้อจัดจ้างฯ จากวิกฤตตะวันออกกลาง

9/4/2026

Comments

 
Picture

สรุปเกณฑ์ ว242 มาตรการเยียวยาจัดซื้อจัดจ้างฯ จากวิกฤตตะวันออกกลาง

ว 242 คืออะไร? ใช้เมื่อไหร่? ต้องทำอย่างไร?
https://yotathai.link/W242-690402
หนังสือ:
แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง
ในช่วงที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ลงวันที่: 8 เมษายน 2569
อ้างอิงมติ ครม. 26 มีนาคม 2569

⸻
หลักคิดของ ว 242 (สรุปให้ตรงประเด็น)
รัฐ “ผ่อนผันให้”
แต่ไม่ใช่ “ยกเว้นทั้งหมด”
ใช้ได้เฉพาะกรณีที่
ได้รับผลกระทบจริง
และพิสูจน์ได้
⸻
จุดตัดสำคัญ (ต้องจำ)
28 ก.พ. 2569 = เส้นแบ่งการพิจารณา
(ตามภาพหน้า 2)
⸻
กรณีที่ 1: “ชนะแล้ว แต่ยังไม่เซ็นสัญญา”
ถูกเรียกให้มาทำสัญญา ตั้งแต่ 28 ก.พ. 2569 เป็นต้นไป
แต่ผู้ชนะ “เข้าไปทำสัญญาไม่ได้”
เพราะได้รับผลกระทบ
ผลทางกฎหมาย
ไม่ถือว่า “ทิ้งงาน”
ไม่ต้องดำเนินการตามระเบียบข้อ 193
หน่วยงานต้อง “คืนหลักประกันการเสนอราคา”
รวมถึงผู้เสนอราคาลำดับถัดไป (ไม่เกิน 3 ราย)
(อธิบายตามภาพหน้า 3)
⸻
กรณีที่ 2: “ลงนามสัญญาแล้ว”
แบ่ง 2 สถานการณ์ชัดเจน
⸻
2.1 ลงนามแล้ว (ก่อนหรือหลัง 28 ก.พ.) แต่ “ทำงานไม่ได้ / ล่าช้า”
ไม่ว่าจะเซ็นเมื่อไหร่
ถ้ายังทำงานไม่เสร็จ และได้รับผลกระทบ
ให้ถือว่า
เป็น “เหตุสุดวิสัย” (ป.พ.พ. มาตรา
⸻
สิทธิที่ใช้ได้
ขอ “ขยายเวลา”
ขอ “งด / ลดค่าปรับ”
⸻
เงื่อนเวลา (สำคัญมาก)
ยกเว้นการแจ้งภายใน 15 วัน (ข้อ 182)
แต่
ต้อง “มีหนังสือแจ้งหน่วยงาน”
⸻
ทางเลือกเพิ่มเติม
สามารถตกลง “หยุดงานชั่วคราว” ได้
(ขึ้นอยู่กับดุลพินิจทั้งสองฝ่าย)
(อธิบายตามภาพหน้า 4)
⸻
2.2 ลงนาม “ตั้งแต่ 28 ก.พ. 2569 เป็นต้นไป” แต่ยังไม่เริ่มงาน
ถ้าเริ่มงานไม่ได้จากผลกระทบ
หน่วยงาน “เลิกสัญญาได้”
(มาตรา 103 วรรคสอง)
⸻
ขั้นตอนปฏิบัติ
1. เลิกสัญญาโดยความยินยอม
2. คืนหลักประกันสัญญา
3. ถ้ามีเงินล่วงหน้า → ต้องเรียกคืน
4. เมื่อคืนครบ → คืนหลักประกันเงินล่วงหน้า
(อธิบายตามภาพหน้า 5)
⸻
กรณีพิเศษ: “งานที่ไม่ใช่งานก่อสร้าง”
เช่น
• อบรม
• ดูงาน
• จัดนิทรรศการ
หากต้นทุนเพิ่มสูง
หรือจำเป็นต้องเปลี่ยนงาน
สามารถ “แก้ไขสัญญาได้”
ตาม
• มาตรา 97
• ระเบียบข้อ 165
(อธิบายตามภาพหน้า 6)
⸻
เงื่อนไขที่ขาดไม่ได้ (หัวใจ)
ต้องมี “หลักฐานชัดเจน”
เช่น
• ราคาวัสดุเพิ่มขึ้นจริง
• สินค้าขาดตลาด
• ยกเลิกการผลิต
• ผู้ขายส่งมอบไม่ได้
และต้องพิสูจน์ว่า
“กระทบต่อสัญญาอย่างมีนัยสำคัญ”
(ดูตัวอย่าง checklist หน้า 7)
⸻
สรุปภาพรวม (จำง่าย)
จากตารางหน้า 8
ยังไม่เซ็น → ไม่ทิ้งงาน + คืนหลักประกัน
เซ็นแล้วทำไม่ได้ → เหตุสุดวิสัย + ขอขยายเวลาได้
เซ็นแล้วแต่ยังไม่เริ่ม → เลิกสัญญาได้
งานไม่ใช่ก่อสร้าง → แก้สัญญาได้
⸻
สรุปสุดท้ายแบบคนทำงาน
“มีเหตุจริง + มีหลักฐาน + แจ้งหน่วยงาน”
= ใช้ ว 242 ได้
“ไม่มีหลักฐาน”
= ใช้ไม่ได้
⸻
โพสต์นี้สรุปจากหนังสือจริง + อินโฟกราฟิกครบทั้ง 8 หน้า
เพื่อให้ “หน่วยงานรัฐ และผู้รับจ้าง เข้าใจตรงกัน”
~~~~~~~~~~
แชร์ได้ , save ไว้ศึกษาส่วนตัวได้ , ห้ามดูดเนื้อหาไปโพสซ้ำหรือใช้งานที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย
~~~~~~~~~~
สนใจอบรมกับ Yotathai
https://training.yotathai.com/
..........
อบรมออนไลน์
https://yotathai.link/online-training อบรมออนไลน์
..........
https://yotathai.link/lecturer เชิญวิทยากรบรรยาย
https://yotathai.link/office ติดต่อทีมงานโยธาไทย (Line@)
https://yotathai.link/training สมัครอบรมกับโธาไทย
https://yotathai.link/chat กลุ่มสนทนาใน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/news รับข่าวสารผ่าน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/club กลุ่มปรึกษาปัญหาใน FB(ฟรี)
https://yotathai.link/fb-gp กลุ่มปรึกษาปัญหาจัดจ้างก่อสร้าง ใน FB (ฟรี)
https://yotathai.link/shop ร้านค้าโยธาไทย
https://yotathai.link/premix ยางมะตอยโยธาพรีมิกซ์
https://yotathai.link/alum สารส้ม-คลอรีน
https://yotathai.link/program โปรแกรมคอมพิวเตอร์
https://yotathai.link/program-k โปรแกรมค่า k
https://yotathai.link/program-factorf โปรแกรม Factor F
https://yotathai.link/program-unitcost โปรแกรมคำนวณวัสดุมวลรวม
https://yotathai.link/program-sketchup โปรแกรม SketchUp
https://roadprice.yotathai.com โปรแกรม ROAD PRICE ประมาณราคางานทาง
https://yotathai.link/rebars เขียนเหล็กเสริมใน SketchUp
https://yotathai.link/k-cal รับคำนวณค่า K
Comments

ว242 แนวทางปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้างในช่วงเวลาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง

9/4/2026

Comments

 
Picture

ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 242 ลงวันที่ 8 เมษายน 2569 แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในช่วงเวลาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง


ดูและDownload

แนวทางปฏิบัติ (ว 242) แบบเข้าใจตรงกัน
https://yotathai.link/W242-690402
หนังสือ: แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง
ในช่วงที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ลงวันที่: 8 เมษายน 2569
(อ้างอิงมติ ครม. 26 มีนาคม 2569)
⸻
1. ช่วง “ก่อนลงนามสัญญา”
เงื่อนไขเวลา
• หน่วยงานกำหนดให้มาลงนาม
ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 2569 เป็นต้นไป
เหตุเกิด
ผู้ชนะ “ไม่สามารถมาทำสัญญาได้”
เพราะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์
ผลทางกฎหมาย
• ถือว่า “มีเหตุอันสมควร”
• ไม่เป็น “ผู้ทิ้งงาน” (ไม่เข้ามาตรา 109)
• ไม่ต้องดำเนินการตามระเบียบข้อ 193
สิ่งที่หน่วยงานต้องทำ
• คืนหลักประกันการเสนอราคา “ทุกราย”
• ใช้กับผู้ชนะ + ลำดับถัดไป (ไม่เกิน 3 ราย)
⸻
2. ช่วง “หลังลงนามสัญญาแล้ว”
แบ่งเป็น 2 ช่วงเวลาให้ชัด
⸻
2.1 กรณี “ทำงานไม่ได้ / งานล่าช้า”
เงื่อนไขเวลา
• สัญญาลงนาม “ก่อนหรือหลัง 28 ก.พ. 2569 ก็ได้”
• และอยู่ระหว่างดำเนินงาน หรือยังไม่เสร็จ
เหตุเกิด
ทำงานไม่ได้ หรือเสร็จไม่ทัน
เพราะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์
ผลทางกฎหมาย
• ให้ถือเป็น “เหตุสุดวิสัย”
(มาตรา 102 + ป.พ.พ. มาตรา
เงื่อนเวลา (สำคัญมาก)
• “ยกเว้น” การแจ้งภายใน 15 วัน (ระเบียบข้อ 182)
• แต่ ยังต้อง “แจ้งความประสงค์” ต่อหน่วยงาน
สิทธิของผู้รับจ้าง
• ขอ “ขยายเวลา”
• ขอ “งด / ลดค่าปรับ”
อำนาจของหน่วยงาน
• ใช้ “ดุลพินิจพิจารณา” ตามเหตุจริง
⸻
2.2 กรณี “ยังไม่เริ่มงาน”
เงื่อนไขเวลา
• ลงนามสัญญาแล้ว
ตั้งแต่ 28 ก.พ. 2569 เป็นต้นไป
• แต่ “ยังไม่เริ่มงาน”
เหตุเกิด
ไม่สามารถเริ่มงานได้จากผลกระทบ
ผลทางกฎหมาย
• หน่วยงาน “มีดุลพินิจเลิกสัญญาได้”
(มาตรา 103 วรรคสอง)
วิธีดำเนินการ
1. คืนหลักประกันสัญญา
2. ถ้ามีเงินล่วงหน้า → เรียกคืน
3. เมื่อคืนครบ → คืนหลักประกันเงินล่วงหน้า
⸻
2.3 กรณี “หยุดงานชั่วคราว”
ทำได้โดย “การตกลงกัน”
ระหว่างหน่วยงานกับผู้รับจ้าง
ไม่ใช่สิทธิฝ่ายเดียว
⸻
3. งานที่ “ไม่ใช่งานก่อสร้าง”
เช่น
• จ้างอบรม
• จัดกิจกรรม
• นิทรรศการ
เงื่อนไข
• ราคาวัสดุ / ต้นทุน “เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ”
• หรือจำเป็นต้อง “เปลี่ยนขอบเขตงาน”
ผลทางกฎหมาย
• แก้ไขสัญญาได้
(มาตรา 97 + ระเบียบข้อ 165)
⸻
4. เงื่อนไขกลาง (ใช้กับทุกกรณี)
“ต้องมีหลักฐาน”
หน่วยงานจะพิจารณาได้
ต้องมีเอกสาร เช่น
• ราคาวัสดุเพิ่มขึ้นจริง
• วัตถุดิบขาดแคลน
• ยกเลิกการผลิต
• ไม่สามารถจัดหาของได้
และต้องพิสูจน์ว่า
“กระทบต่อสัญญาอย่างมีนัยสำคัญ”
⸻
สรุปแบบใช้งานจริง
ทำได้
• ไม่มาทำสัญญา → ไม่ทิ้งงาน
• งานล่าช้า → ขอขยายเวลาได้
• ยังไม่เริ่มงาน → เลิกสัญญาได้
• งานเปลี่ยน → แก้สัญญาได้
ทำไม่ได้
• อ้างลอย ๆ ไม่มีหลักฐาน
• ใช้สิทธิ์โดยไม่แจ้งหน่วยงาน
• คิดว่าเป็นสิทธิ์อัตโนมัติ
⸻
สรุปสุดท้าย (ภาษาคนทำงาน)
“มีเหตุจริง + มีหลักฐาน + แจ้งหน่วยงาน”
= ใช้สิทธิ์ได้
“ไม่มีหลักฐาน”
= ใช้ไม่ได้
~~~~~~~~~~
แชร์ได้ , save ไว้ศึกษาส่วนตัวได้ , ห้ามดูดเนื้อหาไปโพสซ้ำหรือใช้งานที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย
~~~~~~~~~~
สนใจอบรมกับ Yotathai
https://training.yotathai.com/
..........
อบรมออนไลน์
https://yotathai.link/online-training อบรมออนไลน์
..........
https://yotathai.link/lecturer เชิญวิทยากรบรรยาย
https://yotathai.link/office ติดต่อทีมงานโยธาไทย (Line@)
https://yotathai.link/training สมัครอบรมกับโธาไทย
https://yotathai.link/chat กลุ่มสนทนาใน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/news รับข่าวสารผ่าน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/club กลุ่มปรึกษาปัญหาใน FB(ฟรี)
https://yotathai.link/fb-gp กลุ่มปรึกษาปัญหาจัดจ้างก่อสร้าง ใน FB (ฟรี)
https://yotathai.link/shop ร้านค้าโยธาไทย
https://yotathai.link/premix ยางมะตอยโยธาพรีมิกซ์
https://yotathai.link/alum สารส้ม-คลอรีน
https://yotathai.link/program โปรแกรมคอมพิวเตอร์
https://yotathai.link/program-k โปรแกรมค่า k
https://yotathai.link/program-factorf โปรแกรม Factor F
https://yotathai.link/program-unitcost โปรแกรมคำนวณวัสดุมวลรวม
https://yotathai.link/program-sketchup โปรแกรม SketchUp
https://roadprice.yotathai.com โปรแกรม ROAD PRICE ประมาณราคางานทาง
https://yotathai.link/rebars เขียนเหล็กเสริมใน SketchUp
https://yotathai.link/k-cal รับคำนวณค่า K
Comments

ตารางค่าขนส่งวัสดุก่อสร้าง ตารางค่าดำเนินการและค่าเสื่อมราคาเครื่องจักร และตารางอัตราร

9/4/2026

Comments

 
□ ตารางค่าขนส่งวัสดุก่อสร้าง + ค่าเสื่อมเครื่องจักร + อัตราราคางานดิน (ว 399)
เอกสารฉบับนี้ออกตาม ว 399 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2558 □
โดยกำหนดช่วงราคาน้ำมันไว้ที่ 20.00 – 69.99 บาท ⛽
□ สาระสำคัญที่ต้องเข้าใจ
ตารางชุดนี้
✔ สามารถนำมาใช้คำนวณราคากลางงานก่อสร้างได้
ตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการกลางฯ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
เพราะเป็น “ข้อมูลชุดเดียวกัน”
เพียงแต่ภายหลังมีการปรับช่วงน้ำมันใหม่เท่านั้น
□ การเปลี่ยนแปลงภายหลัง
เมื่อมีการยกระดับหลักเกณฑ์จาก “มติ ครม.”
มาเป็น “ประกาศคณะกรรมการกลาง”
□ ได้ปรับช่วงราคาน้ำมันเป็น
15.00 – 50.99 บาท
เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาน้ำมันในขณะนั้น
□ สถานการณ์ปัจจุบัน
□ ราคาน้ำมันมีความผันผวน
จากปัจจัยภายนอก เช่น สงครามในตะวันออกกลาง
ทำให้ราคาน้ำมัน “เกิน 50.99 บาท” ❗
□ แนวทางปฏิบัติ
ผู้ที่มีหน้าที่กำหนดราคากลาง
✔ สามารถนำ “ตาราง ว 399” มาใช้ได้
เพราะเป็นข้อมูลชุดเดียวกันทั้งหมด
และใช้หลักการคำนวณเดียวกัน
□ สรุปให้ชัด
□ น้ำมันเกิน 50.99
✔ ใช้ตาราง ว 399 ได้
✔ เพราะเป็นข้อมูลชุดเดียวกัน
❌ ไม่ควรใช้ค่าที่ไม่สอดคล้องกับราคาน้ำมันจริง
□ หลักคิดสำคัญ
งานก่อสร้างภาครัฐต้องยึด “ข้อเท็จจริง”
ไม่ใช่ “ตัวเลขที่ถูกจำกัดไว้เดิม”
ว399-0-หนังสือ.pdf
File Size: 387 kb
File Type: pdf
Download File

ว399-1-ตารางค่าขนส่ง6ล้อ_น้ำมัน_20-69.99.pdf
File Size: 10931 kb
File Type: pdf
Download File

ว399-2-10ล้อ__น้ำมัน_20-69.99..pdf
File Size: 10915 kb
File Type: pdf
Download File

ว399-3-10ล้อและลากพ่วง__น้ำมัน_20-69.99..pdf
File Size: 10697 kb
File Type: pdf
Download File

ว399-4-ค่าดำเนินการและค่าเสื่อมราคางานทาง__น้ำมัน_20-69.99..pdf
File Size: 11104 kb
File Type: pdf
Download File

ว399-5-อัตราราคางานดินงานก่อสร้างชลประทาน__น้ำมัน_20-69.99..pdf
File Size: 5515 kb
File Type: pdf
Download File

Comments

เตือนผู้ควบคุมงาน: อย่าปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นคนผิดเพราะ “ไม่เขียนรายงาน”

8/4/2026

Comments

 
Picture

เตือนผู้ควบคุมงาน: อย่าปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นคนผิดเพราะ “ไม่เขียนรายงาน”

Picture
 เตือนผู้ควบคุมงาน: อย่าปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นคนผิดเพราะ “ไม่เขียนรายงาน”

หน้าที่ในการเร่งรัดงานก่อสร้าง
 เป็นหน้าที่ของ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

แต่ในทางปฏิบัติ…
หลายครั้งความผิดกลับมาตกที่
 ผู้ควบคุมงาน

เพราะอะไร?

⸻

 คำตอบสั้น ๆ แต่เจ็บจริง

เพราะ
 ไม่เขียนรายงานประจำวัน
 ไม่ส่งรายงานประจำสัปดาห์

ตามระเบียบฯ ข้อ 178

⸻

 สิ่งที่ต้องเข้าใจให้ชัด

ถ้าคุณไม่ทำตามข้อ 178

 คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ “มีข้ออ้างทันที” ว่า

“ไม่ทราบว่างานก่อสร้างไปถึงไหน
ไม่ทราบว่าล่าช้าหรือไม่
เพราะไม่มีรายงานจากผู้ควบคุมงาน”

และคำอ้างนี้… ใช้ได้จริง

⸻

 ผลที่ตามมา

ความบกพร่องทั้งหมด
จะถูกโยนกลับมาที่คุณทันที

 กลายเป็น “ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่”
 ทั้ง ๆ ที่คุณไม่ได้มีหน้าที่เร่งรัดการทำงานของผู้รับจ้าง

⸻

 ทางรอดมีทางเดียว

ทำหน้าที่ให้ครบตามระเบียบฯ ข้อ 178

 เขียนรายงาน ทุกวัน
 ส่งรายงานให้กรรมการ ทุกสัปดาห์

⸻

 สรุปให้จำง่าย

อย่าคิดว่า “ไม่ใช่หน้าที่เรา” แล้วจะรอด

 ถ้าคุณไม่เขียนรายงาน
= เปิดช่องให้คนอื่น “อ้างได้”

 ถ้าคุณทำครบ
= ปิดประตูความผิดของตัวเองทันที

⸻

 วันนี้ให้ถามตัวเองว่า
คุณมีหลักฐานว่าคุณทำหน้าที่ครบหรือยัง

~~~~~~~~~~
แชร์ได้ , save ไว้ศึกษาส่วนตัวได้ , ห้ามดูดเนื้อหาไปโพสซ้ำหรือใช้งานที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย
~~~~~~~~~~

 สนใจอบรมกับ Yotathai 

 https://training.yotathai.com/

..........
อบรมออนไลน์
https://yotathai.link/online-training อบรมออนไลน์
..........
https://yotathai.link/lecturer เชิญวิทยากรบรรยาย
https://yotathai.link/office ติดต่อทีมงานโยธาไทย (Line@)
https://yotathai.link/training สมัครอบรมกับโธาไทย
https://yotathai.link/chat กลุ่มสนทนาใน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/news รับข่าวสารผ่าน Line(ฟรี)
https://yotathai.link/club กลุ่มปรึกษาปัญหาใน FB(ฟรี)
https://yotathai.link/fb-gp กลุ่มปรึกษาปัญหาจัดจ้างก่อสร้าง ใน FB (ฟรี)
https://yotathai.link/shop ร้านค้าโยธาไทย
https://yotathai.link/premix ยางมะตอยโยธาพรีมิกซ์
https://yotathai.link/alum สารส้ม-คลอรีน
https://yotathai.link/program โปรแกรมคอมพิวเตอร์
https://yotathai.link/program-k โปรแกรมค่า k
https://yotathai.link/program-factorf โปรแกรม Factor F
https://yotathai.link/program-unitcost โปรแกรมคำนวณวัสดุมวลรวม
https://yotathai.link/program-sketchup โปรแกรม SketchUp
https://roadprice.yotathai.com โปรแกรม ROAD PRICE ประมาณราคางานทาง
https://yotathai.link/rebars เขียนเหล็กเสริมใน SketchUp
https://yotathai.link/k-cal รับคำนวณค่า K
Comments

ดัชนีราคาเพื่อใช้ประกอบการคำนวณค่า K ประจำเดือนมีนาคม 2569

8/4/2026

Comments

 
Picture

ดัชนีราคาเพื่อใช้ประกอบการคำนวณค่า K ประจำเดือนมีนาคม 2569


ดูและDownload


ความรู้เบื้องต้นเรื่องค่า K
​
ดัชนีเพื่อใช้ประกอบการคำนวณหา Escalation Factors ( K )
สำหรับสัญญาแบบปรับราคาได้ในการประกวดราคาจ้างเหมาก่อสร้าง

"ค่า K" มีบทบาทสำคัญในธุรกิจการก่อสร้างมานาน และทวีความสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะจากภาวะค่าเงินบาทลอยตัว การปรับเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการก่อสร้าง สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า จึงได้จัดทำเอกสาร ถาม - ตอบ "ค่า K" เป็นความรู้เบื้องต้นแก่ผู้สนใจ

1. ถาม : ESCALATION FACTOR หรือ "ค่า K" คืออะไร
ตอบ : คือ ตัวเลขดัชนีที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของค่างาน ณ ระยะเวลาที่ผู้รับเหมาก่อสร้างเปิดซองประกวดราคาได้ เปรียบเทียบกับระยะเวลาที่ส่งงานในแต่ละงวด โดยมีเงื่อนไขสำคัญ ดังนี้
(1) จะใช้ "ค่า K" ได้เฉพาะในกรณีที่ผู้รับเหมารับงานจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่นเท่านั้น
(2) ในการทำสัญญาว่าจ้าง คู่สัญญาจะต้องระบุในสัญญาให้ชัดเจนว่า เป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ในการประกวดราคาจ้างเหมาก่อสร้าง

2. ถาม : "ค่า K" มีความเป็นมาอย่างไร
ตอบ : การนำ "ค่า K" มาใช้ เริ่มจากในช่วงปี 2516 - 2517 เกิดวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ โดยน้ำมันและวัสดุก่อสร้างสำคัญ คือ เหล็กสำเร็จรูปต่างๆ ขาดแคลนและราคาสูงขึ้นมาก ส่งผลกระทบต่อธุรกิจก่อสร้างโดยตรงและรุนแรง ผู้รับเหมาต่างได้รับความเดือดร้อน บางรายหยุดดำเนินการ บางรายละทิ้งงาน เพราะไม่สามารถรับภาระขาดทุนได้ ขณะเดียวกัน ผู้จ้างเหมาก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติให้นำ "ค่า K" มาใช้ เพื่อช่วยเหลือผู้รับเหมาให้ได้รับการชดเชยค่าเสียหาย ทั้งนี้มีคณะอนุกรรมการเป็นผู้กำหนด หลักเกณฑ์ เงื่อนไข สูตร ประเภท และลักษณะงานที่เข้าข่ายสามารถขอรับเงินชดเชยจากรัฐบาลได้ จนถึงปี 2524 รัฐบาลได้ประกาศยกเลิกการใช้ "ค่า K" เนื่องจากวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2532 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้นำ "ค่า K" มาใช้อีกครั้ง เนื่องจากผลของภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวในอัตราสูง ก่อให้เกิดการลงทุนอย่างมากในธุรกิจหลายสาขา โดยเฉพาะธุรกิจการก่อสร้าง เพื่อรองรับเศรษฐกิจที่ขยายตัว เป็นเหตุให้วัสดุก่อสร้างสำคัญ คือ เหล็กเส้นขาดแคลนและราคาสูงขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการธุรกิจก่อสร้างได้รับความเดือดร้อน รัฐบาลจึงให้ความช่วยเหลือโดยมีมติดังกล่าว ให้ใช้ "ค่า K" มาจนถึงปัจจุบัน

3. ถาม : องค์ประกอบ "ค่า K" มีอะไรบ้าง
ตอบ : "ค่า K" ประกอบด้วยตัวแปรต่าง ๆ ดังนี้
M = ดัชนีราคาสินค้าวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์)
S = ดัชนีราคาเหล็ก
C = ดัชนีราคาซีเมนต์
G = ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบ
F = ดัชนีราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว
A = ดัชนีราคาแอสฟัลท์
E = ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์
GIP = ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี
AC = ดัชนีราคาท่อซีเมนต์ใยหิน
PVC = ดัชนีราคาท่อ PVC
PE = ดัชนีราคาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE
W = ดัชนีราคาสายไฟฟ้า
I = ดัชนีราคาผู้บริโภคของประเทศ

4. ถาม : "ค่า K" นอกจากจะให้ประโยชน์แก่ผู้รับเหมาแล้ว ในส่วนของผู้จ้างเหมาจะได้รับประโยชน์ด้วยหรือไม่ อย่างไร
 ตอบ : "ค่า K" ใช้เป็นเครื่องมือช่วยเหลือทั้งผู้รับเหมาและผู้จ้างเหมาไปพร้อมกัน กล่าวคือ ช่วยลดความเสี่ยงของผู้รับเหมา กรณีที่ได้รับความเดือดร้อนจากวัสดุก่อสร้างมีราคาสูงขึ้น โดยให้ได้รับการชดเชยในส่วนของผลต่างราคาวัสดุก่อสร้าง ณ วันที่ประกวดราคาได้ เทียบกับวันส่งมอบงานในแต่ละงวด ขณะเดียวกันผู้จ้างเหมาใช้ "ค่า K" เป็นเครื่องมือป้องกันมิให้ผู้รับเหมาเอาเปรียบ โดยการบวกราคาวัสดุก่อสร้างเผื่อการเปลี่ยนแปลงไว้ล่วงหน้ามากจนเกินไป

5. ถาม : งานก่อสร้างประเภทใดบ้าง ที่อยู่ในเงื่อนไขสามารถใช้ "ค่า K"
ตอบ : งานก่อสร้างที่จะสามารถนำ "ค่า K" มาคำนวณเพื่อขอรับเงินชดเชยได้ มี 5 ประเภท โดยมีสูตรที่ใช้คำนวณ 35 สูตร ดังนี้
งานอาคาร 1 สูตร
งานดิน 3 สูตร
งานทาง 7 สูตร
งานชลประทาน 7 สูตร
งานระบบสาธารณูปโภค 17 สูตร
ทั้งนี้ รวมถึงงานปรับปรุงและซ่อมแซมตามประเภทของงานดังกล่าวด้วย

6. ถาม : การรับเหมาก่อสร้างงานต่างๆ จะทราบได้อย่างไรว่า ประเภทงานนั้นจะใช้สูตรอะไร และจะขอทราบรายละเอียดของสูตรได้จากที่ไหน
ตอบ : โดยทั่วไปผู้รับเหมาเมื่อรับงานจากหน่วยงานราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ ซึ่งในสัญญาระบุว่า เป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ ในสัญญามักจะระบุสูตรสำหรับประเภทงานนั้นๆ เสมอ อย่างไรก็ตาม หากผู้รับเหมาต้องการทราบรายละเอียดสูตรต่างๆ สามารถสอบถามได้ที่ สำนักงบประมาณ สำนักนายกรัฐมนตรี
7. ถาม : ตัวเลขที่ใช้แทนค่าในสูตรแต่ละประเภทงานก่อสร้าง ได้มาอย่างไร
ตอบ : ตัวเลขที่ใช้แทนค่าในสูตรแต่ละประเภทงานก่อสร้าง คือ ตัวแปรต่าง ๆ รวม 13 รายการ ซึ่งเป็นองค์ประกอบของ "ค่า K" ( ข้อ 3 ) ดัชนีราคาดังกล่าวจัดทำและเผยแพร่เป็นประจำทุกเดือน โดยสำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์

8. ถาม : ผู้รับเหมาก่อสร้างจะเรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายเงินชดเชยในทุกกรณีได้หรือไม่
ตอบ : แม้ว่าผู้รับเหมาจะทำสัญญากับผู้จ้างเหมา โดยปฏิบัติตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภท และลักษณะงานตามที่กำหนดไว้ในสัญญาแบบปรับราคาได้ครบถ้วนแล้วก็ตาม แต่ผู้รับเหมาก็ไม่สามารถเรียกร้องรัฐบาลให้จ่ายเงินชดเชยได้เสมอไป กล่าวคือ จะต้องคำนวณ "ค่า K" โดยใช้สูตรตามประเภทงานก่อสร้าง ณ เดือนที่ส่งมอบงาน เทียบกับ "ค่า K" เดือนที่เปิดซองประกวดราคา ถ้าการเปลี่ยนแปลงของ "ค่า K" แต่ละงวดงานมีค่ามากกว่าร้อยละ 4 (หรือ 1.04) ผู้รับเหมาจึงจะสามารถนำ "ค่า K" ไปเรียกร้องขอรับเงินชดเชยได้ แต่ขณะเดียวกัน หาก "ค่า K" ของแต่ละงวดงานมีค่าน้อยกว่าร้อยละ 4 (หรือ 0.96) ผู้จ้างเหมาก็จะเรียกค่างานคืนจากผู้รับเหมาในส่วนที่ราคาวัสดุก่อสร้างลดลง โดยอาจใช้วิธีการหักเงินค่างานในงวดถัดไป หรือหักเงินจากหลักประกันสัญญาแล้วแต่กรณี
9. ถาม : การคำนวณค่า K ทำได้อย่างไร
ตอบ : คำนวณค่า K จากสูตรตามได้ระบุไว้ในสัญญา โดยใช้ตัวเลขของตัวแปร 13 ตัวแปรที่จัดทำโดยกระทรวงพาณิชย์ เป็นเกณฑ์ในการคำนวณ
  1. กรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภท รวมอยู่ในสัญญาเดียวกัน จะต้องแยกค่างานก่อสร้างแต่ละประเภทให้ชัดเจนตามลักษณะงานนั้น และให้สอดคล้องกับสูตรที่กำหนดไว้
  2. การคำนวณหาค่า K กำหนดให้ใช้ทศนิยม 3 ตำแหน่ง ทุกขั้นตอนโดยไม่มีการปัดเศษ และกำหนดให้ทำเลขสัมพันธ์ (เปรียบเทียบ) ให้เป็นผลสำเร็จก่อน แล้วจึงนำผลลัพธ์ไปคูณกับตัวเลขคงที่หน้าเลขสัมพันธ์นั้น ( ดังตัวอย่าง )
  3. ให้พิจารณาเงินเพิ่ม หรือลดราคาค่างวดงานจากราคาที่ผู้รับจ้างทำสัญญาตกลงกับผู้ว่าจ้าง เมื่อค่า K ตามสูตรสำหรับงานก่อสร้างนั้น ๆ ในเดือนที่ส่งมอบงานมีค่าเปลี่ยนแปลงไปจากค่า K ในเดือนเปิดซองประกวดราคามากกว่า 4 % ขึ้นไป โดยนำเฉพาะส่วนที่เกิน 4% มาคำนวณปรับเพิ่ม หรือลดค่างานแล้วแต่กรณี (โดยไม่คิด 4% แรกให้)
  4. ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถทำการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาในสัญญา โดยเป็นความผิดของผู้รับจ้าง ค่า K ตามสูตรต่าง ๆ ที่จะนำมาใช้ในการคำนวณค่างานให้ใช้ค่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริง แล้วแต่ว่าค่า K ตัวใดจะมีค่าน้อยกว่า
  5. การจ่ายเงินแต่ละงวด ให้จ่ายค่างานที่ผู้รับจ้างทำได้แต่ละงวดตามสัญญาไปก่อน ส่วนค่างานเพิ่ม หรือลดลง จะคำนวณได้ต่อเมื่อทราบดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ซึ่งนำมาคำนวณหาค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานงวดนั้น ๆ เป็นที่แน่นอนแล้ว เมื่อคำนวณเงินเพิ่มได้แล้ว ให้ขอทำความตกลงเรื่องเงินกับสำนักงบประมาณ
 
ตัวอย่าง การคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญาปรับราคาได้ (ค่า K)
  • กำหนดให้ค่า K = 1
  • ในกรณีได้รับเงินชดเชย ค่า K ต้องมากกว่า 1.04
  • ในกรณีที่ต้องคืนเงินชดเชยค่า K ต้องน้อยกว่า 0.96
งานก่อสร้างอาคารเรียน 1 หลัง มูลค่า 2,570,000.00 บาท
  • งวดที่ 1 514,000.- บาท
  • งวดที่ 2 385,500.- บาท
  • งวดที่ 3 385,500.- บาท
  • งวดที่ 4 642,500.- บาท
  • งวดที่ 5 (สุดท้าย) 642,500.- บาท
ค่าตัวแปรในเดือนเปิดซองประกวดราคา วันที่ 30 มกราคม 2533
Io = 112.2 , Co = 111.7 , Mo = 126.7 , So = 140.0
สูตรงานอาคาร
K = 0.25 + 0.15 It/Io + 0.10 Ct/Co + 0.40 Mt/Mo + 0.10 St/So
ส่งงานงวดที่ 1 วันที่ 20 กรกฎาคม 2533
ค่าตัวแปรในเดือนที่ส่งมอบงาน It = 115.8 , Ct = 117.6 , Mt = 132.7 , St = 140.8
K = 0.25 + 0.15(115.8/112.2) + 0.10(117.6/111.7) + 0.40(132.7/126.7) + 0.10(140.8/140.0)
= 0.25 + 0.15(1.032) + 0.10 (1.052) + 0.40(1.047) +0.10(1.005)
= 0.25 + 0.154 + 0.105 + 0.418 + 0.100
= 1.027

ค่า K เปลี่ยนแปลงไม่เกิน 4% ไม่ได้รับเงินชดเชย
ส่งงานงวดที่ 2 วันที่ 5 กันยายน 2533
It = 116.7 , Ct = 127.8 , Mt = 135.1 , St = 140.4
K = 0.25 + 0.15(116.7/112.2) + 0.10(127.8/111.7) + 0.40(135.1/126.7) + 0.10(140.4/140.0)
= 0.25 + 0.15(1.040) + 0.10 (1.144) + 0.40(1.066) + 0.10(1.002)
= 0.25 + 0.156 + 0.114 + 0.426 + 0.100
= 1.046

ค่า K เปลี่ยนแปลงเกิน 4% เท่ากับ 1.046 - 1.04 = 0.006
จะได้รับเงินชดเชยเพิ่ม = 0.006 X 385,500 = 2,313.- บาท
ส่งงานงวดที่ 3 วันที่ 20 ตุลาคม 2533
It = 119.0 , Ct = 167.5 , Mt = 137.2 , St = 140.9
K = 0.25 + 0.15(119.0/112.2) + 0.10(167.5/111.7) + 0.40(137.2/126.7) + 0.10(140.9/140.0)
= 0.25 + 0.15(1.060) + 0.10 (1.499) + 0.40(1.082) + 0.10(1.006)
= 0.25 + 0.159 + 0.149 + 0.432 + 0.100
= 1.090

ค่า K เปลี่ยนแปลงเกิน 4% เท่ากับ 1.090 - 1.04 = 0.050
จะได้รับเงินชดเชยเพิ่ม = 0.050 X 385,500 = 19,275.- บาท
ส่งงานงวดที่ 4 วันที่ 30 พฤศจิกายน 2533
It = 119.5 , Ct = 167.5 , Mt = 137.2 , St = 139.6
K = 0.25 + 0.15(119.5/112.2) + 0.10(167.5/111.7) + 0.40(137.2/126.7) + 0.10(139.6/140.0)
= 0.25 + 0.15(1.065) + 0.10 (1.499) + 0.40(1.082) + 0.10(0.997)
= 0.25 + 0.159 + 0.149 + 0.432 + 0.099
= 1.089

ค่า K เปลี่ยนแปลงเกิน 4% เท่ากับ 1.089 - 1.04 = 0.049
จะได้รับเงินชดเชยเพิ่ม = 0.049 X 642,500 = 31,482.50 บาท
ส่งงานงวดที่ 5 วันที่ 15 มกราคม 2534
It = 119.1 , Ct = 151.7 , Mt = 138.4 , St = 137.1
K = 0.25 + 0.15(119.1/112.2) + 0.10(151.7/111.7) + 0.40(138.4/126.7) + 0.10(137.1/140.0)
= 0.25 + 0.15(1.061) + 0.10 (1.358) + 0.40(1.092) + 0.10(0.979)
= 0.25 + 0.159 + 0.135 + 0.436 + 0.097
= 1.077

ค่า K เปลี่ยนแปลงเกิน 4% เท่ากับ 1.077 - 1.04 = 0.037
ในงวดนี้ส่งงานพร้อมครุภัณฑ์ 4 รายการ เงิน 149,600.- บาท ประกอบด้วย
1. กระดานดำ 8 ชุด 22,400.- บาท
2. โต๊ะม้านั่งครู 8 ชุด 12,000.- บาท
3. โต๊ะม้านั่งนักเรียน 320 ชุด 112,000.- บาท
4. เครื่องดับเพลิง 2 ชุด 3,200.- บาท
รวม 149,600.- บาท


ดังนั้น จะได้รับเงินชดเชย = (642,500 - 149,600) X 0.037 = 18,237.30 บาท
รวมได้รับเงินชดเชยทั้งสัญญา (5 งวด)= 2,313 + 19,275 + 31,482.50 + 18,237.30
= 71,307.80 บาทกรณีการคืนเงินค่า K
สมมุติการส่งงานในงวดที่ 5 (งวดสุดท้าย 15 มกราคม 2534 ) มีค่าดัชนีชุดต่าง ๆ ดังนี้
It = 107.9 , Ct = 110.5 , Mt = 113.2 , St = 135.2
K = 0.25 + 0.15(107.9/112.2) + 0.10(110.5 /111.7) + 0.40(113.2/126.7) + 0.10(135.2/140.0)
= 0.25 + 0.15(0.961) + 0.10 (0.989) + 0.40(0.893) + 0.10(0.965)
= 0.25 + 0.144 + 0.098 + 0.357 + 0.096
= 0.945

ค่า K เปลี่ยนแปลงต่ำกว่า 4% เท่ากับ 0.96 - 0.945 = 0.015
ในงวดนี้มีค่างานต้องเรียกคืน = (642,500 - 149,600) x 0.015 = 7,393.50 บาท
รวมได้รับเงินชดเชยทั้งสัญญา (5 งวด) = 2,313 + 19,275 + 31,482.50 - 7,393.50
= 45,676.50 บาท

10. ถาม : การต่ออายุสัญญางานก่อสร้างจากสัญญาเดิม ผู้รับเหมาจะนำ"ค่า K" มาใช้ในช่วงเวลาที่ต่อสัญญาออกไป เพื่อขอรับเงินชดเชยได้หรือไม่
ตอบ : กรณีที่ผู้รับเหมาไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามสัญญา โดยเหตุสุดวิสัย แต่ส่วนราชการผู้ว่าจ้างอนุมัติให้มีการต่อสัญญา และสัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ ผู้รับเหมาก็สามารถนำ "ค่า K" มาคำนวณเพื่อขอรับเงินชดเชยในช่วงเวลาที่ต่อสัญญาออกไปได้เช่นกัน

11. ถาม : ถ้ารัฐบาลไม่สามารถจ่ายเงินชดเชยให้ผู้รับเหมาได้ทันในปีงบประมาณที่ส่งมอบงาน แต่จะจ่ายให้ในปีงบประมาณถัดไป ผู้รับเหมาจะขอคิดดอกเบี้ยกับรัฐบาลได้หรือไม่
ตอบ : การจ่ายเงินชดเชยให้ผู้รับเหมาในกรณีที่ใช้สัญญาแบบปรับราคาได้นั้น หากรัฐบาลต้องจ่ายเงินชดเชยข้ามปีงบประมาณ ผู้รับเหมาไม่สามารถคิดดอกเบี้ยจากรัฐบาลได้ และเป็นหน้าที่ของผู้รับเหมาที่จะต้องรีบติดต่อขอรับเงินชดเชยจากสำนักงบประมาณ ภายในกำหนด 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบงานงวดสุดท้าย หากพ้นกำหนดนี้ไปแล้วผู้รับเหมาไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องเงินชดเชยค่างานก่อสร้างจากผู้จ้างเหมาได้อีกต่อไป

12. ถาม : หากมีปัญหาเกี่ยวกับการคำนวณ "ค่า K" จะสามารถสอบถามได้จากที่ใด
ตอบ : สอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักมาตรฐานงบประมาณ สำนักงบประมาณ ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ 02-273-9027
​

13. ถาม : ถ้าประสงค์จะได้ดัชนีในการคำนวณหา "ค่า K" และขอทราบข้อมูลเพิ่มเติมจะติดต่อที่ใด
ตอบ : สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการจัดทำดัชนีเพื่อใช้ประกอบในการคำนวณหา "ค่า K" เผยแพร่เป็นประจำทุกเดือน โดยจะเผยแพร่ไม่เกิน 2 วันทำการของเดือนถัดไป และวางจำหน่าย ณ สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า (ห้อง 21203) อาคาร 1 ชั้น 12 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ 44/100 ถนนนนทบุรี 1 อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี11000   ราคาฉบับละ 5 บาท
ในส่วนภูมิภาคสามารถติดต่อสอบถามหรือขอถ่ายเอกสารได้จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ซึ่งไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่เจ้าหน้าที่ในสำนักงานจะต้องรับรองสำเนาเนื่องจากตัวแปรนี้เป็นเอกสารทางราชการที่ผู้รับเหมาจะต้องนำไปประกอบการยื่นคำร้องขอเงินชดเชยค่าการก่อสร้าง

หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อกลุ่มดัชนีการก่อสร้าง สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โทรศัพท์ 02-507 6719 ในวันและเวลาราชการ
Comments
<<Previous
Forward>>

    RSS Feed

    Categories

    All
    Download
    E-GP
    Factor F
    Tor
    กรมบัญชีกลาง
    การทิ้งงาน
    การบริหารพัสดุภาครัฐ
    การบอกเลิกสัญญาจ้างก่อสร้าง
    การเบิกค่าตอบแทน
    ข้อหารือ
    ข่าวสาร
    ครุภัณฑ์
    ควบคุมงานก่อสร้าง
    ค่าK
    ค่าคุมงาน
    ค่าตอบแทน
    ค่าตอบแทน
    ค่าล่วงเวลา (OT)
    ค่าอำนวนการก่อสร้าง
    คำนวณค่าปรับ
    งานดินลูกรัง
    งานทาง
    จัดซื้อจัดจ้าง
    จัดซื้อจัดจ้างพลาด
    แจ้งค่าปรับ
    ชนะการประกวดราคา
    ชลประทาน
    ดัชนี
    ดัชนีค่า K
    ดัชนีค่า K
    ตารางค่าขนส่ง
    บอกเลิกสัญญา
    บัญชีค่าแรงงาน
    บัญชีราคามาตรฐาน
    บัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์
    บัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์
    แบบฟรอร์ม
    แบบฟอร์ม
    ป้าย
    โปรแกรม
    โปรแกรมค่าk
    ผลงานประเภทเดียวกัน
    ผลงานประเภทเดียวกัน
    ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง
    พรบ.พัสดุ
    พัสดุ
    รวมข้อหารือจัดซื้อจัดจ้าง
    ​รวมหนังสือหารือ
    ระเบียบกระทรวงมหาดไทย
    ระเบียบพัสดุ
    ราคากลาง
    ราคากลาง 2569
    ราคาต่อหน่วย
    ​ราคาผลิตภัณฑ์แอสฟัลท์
    ราคาผลิตภัณฑ์แอสฟัลท์
    ราคามาตรฐาน
    ราคาสิ่งก่อสร้าง
    ราคาแอสฟัลท์2568
    ว124
    ว159
    ว 420
    ว452
    ว681
    ว78
    ว809
    ว.85
    วันเปิดซองค่า K
    สำนักงบประมาณ
    หนังสือเวียน ว.85
    อปท.
    อัตราราคางานต่อหน่วย
    อัตราราคาต่อหน่วย

    Picture
    Picture
  • โยธาไทย
    • ช่างถึก โยธาไทย
    • โยธาไทยเทรนนิ่ง
    • ร้านค้าโยธาไทย
    • Line
  • เว็บบอร์ดโยธาไทย
  • พัสดุ/ราคากลาง / ค่า k
    • หลักเกณฑ์ราคากลาง
    • E-ราคากลาง >
      • ปรึกษาปัญหาราคากลาง >
        • อบรมราคากลาง
    • ค่า K
    • ราคามาตรฐานครุภัณฑ์
    • ราคาวัสดุก่อสร้าง
    • ราคาน้ำมัน
  • โปรแกรม
    • โปรแกรมช่วยสร้างตารางค่าขนส่ง
    • oper-road
  • SketchUp
    • ข่าวสาร/ความรู้ SketchUp
    • โปรแกรม SketchUp Pro ลิขสิทธิ์แท้
    • อบรม SketchUp
    • BIM Bundle (Profile Builder 3 และ Quantifier Pro)
    • Facebook SketchUp >
      • เพจ THIA BIM
      • กลุ่ม Sketchup Builder
    • Profile Builder + Quantifier Pro
  • ข่าวสาร/ประกาศ
    • Yotanews
    • SketchUp News
    • plan
    • passadu news
  • สนับสนุนโยธาไทย
    • โยธาไทย รับเชิญบรรยาย
    • รับสอนออนไลน์ ราคากลางงานก่อสร้าง
    • จำหน่ายโปรแกรม ค่า K
    • รับทำคำนวณ ค่า k
    • โปรแกรมคำนวณค่า Factor F
    • ยางมะตอยผสมเสร็จโยธาพรีมิกซ์
    • โยธาไทยแอสฟัลท์
    • สารส้ม/คลอรีน
    • ลงโฆษณา Banner บนเว็บไซต์โยธาไทย
  • Blog
  • ราคากลาง